โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชงของบ 2.4 หมื่นล้านฟื้น “เราเที่ยวด้วยกัน”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ต.ค. 2567 เวลา 12.57 น. • เผยแพร่ 23 ต.ค. 2567 เวลา 00.22 น.

กระทรวงการท่องเที่ยวฯเร่งบูสต์รายได้ท่องเที่ยว จ่อหารือ ก.คลัง ของบฯกว่า 2.4 หมื่นล้าน ฟื้นโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” กระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศอีกระลอกใหญ่ เผยนายกฯอิ๊งค์เห็นด้วยแล้ว คาดคิกออฟได้ช่วงโลว์ซีซั่นปี’68 เผยดันเก็บ “ค่าเหยียบแผ่นดิน” ขอเปลี่ยนเป็น Traveling Tax ดันเข้า ครม.อีกรอบเร็ว ๆ นี้ ตั้งเป้าจัดเก็บทันกลางปีหน้า ล่าสุดเตรียมเจรจาขอเพิ่มสิทธิ “แอ่วเหนือคนละครึ่ง” ปลุกท่องเที่ยว 17 จังหวัดภาคเหนือช่วงไฮซีซั่นนี้

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า รัฐบาลมีแผนเดินหน้ากระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของประเทศต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ และกระตุ้นให้คนไทยเกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศและมีการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้รายได้จากภาคการท่องเที่ยวเติบโตตามเป้าหมาย

ของบฯฟื้น “เราเที่ยวด้วยกัน”

โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯมีแผนหารือกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ เพื่อขออนุมัติงบประมาณสำหรับกระตุ้นการท่องเที่ยวในปี 2568 จำนวนไม่ต่ำกว่า 24,000 ล้านบาท สำหรับนำมาทำโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ซึ่งเคยนำมาใช้และประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงวิกฤตโควิด (กลางปี 2563-2566) และทุกธุรกิจในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้รับประโยชน์ร่วมกันทั้งระบบ

“สำหรับชื่อโครงการเราอาจใช้ชื่อเดิมคือ เราเที่ยวด้วยกัน หรืออาจจะเป็นชื่อใหม่ แต่จะมีลักษณะการดำเนินการใกล้เคียงกัน โดยส่วนตัวอยากผลักดันให้รัฐบาลสนับสนุนในสัดส่วนประมาณ 50% นักท่องเที่ยวจ่ายเอง 50% จากเดิมที่รัฐบาลสนับสนุนในสัดส่วน 60% นักท่องเที่ยวจ่ายเอง 40%” นายสรวงศ์กล่าว

พร้อมคิกออฟช่วงโลว์ซีซั่นปี’68

นายสรวงศ์กล่าวว่า สำหรับโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” จำนวน 5 เฟสที่ผ่านมา รัฐบาลใช้งบประมาณไปทั้งสิ้น 24,016 ล้านบาท รวมจำนวนห้องพัก 12.06 ล้านคน ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ (ทางตรง) รวม 58, 621.3 ล้านบาท ซึ่งในโครงการใหม่นี้ประเมินว่าหากได้งบประมาณใกล้เคียงกับของเดิมจะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 5 เฟสที่ผ่านมา ประมาณ 5-10%

โดยทำการศึกษาประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นใน 5 เฟสที่ผ่านมา เพื่อวางแผนอุดช่องโหว่ในทุกช่องทาง รวมถึงเปลี่ยนระบบการจองให้มีการจองตรงกับผู้ประกอบการมากขึ้นด้วย เพื่อให้เงินรายได้ที่เกิดขึ้นเกิดการหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้หารือร่วมกับนายกรัฐมนตรี (นางสาวแพทองธาร ชินวัตร) เรียบร้อยแล้ว โดยตั้งเป้าจะเริ่มดำเนินการโครงการดังกล่าวในช่วงโลว์ซีซั่น (มีนาคม-เมษายน) ของปี 2568

ดันเก็บ “ค่าเหยียบแผ่นดิน”

นายสรวงศ์กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯยังมีแผนนำเสนอเรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (TTF) หรือค่าเหยียบแผ่นดิน ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้งภายในสิ้นปีนี้ และขอเปลี่ยนชื่อ “เหยียบแผ่นดิน” เป็น Traveling Tax หรือภาษีท่องเที่ยว โดยตั้งเป้าดำเนินการจัดเก็บพร้อมกันทั่วประเทศในช่วงกลางปี 2568

“แม้ว่าประเด็นดังกล่าวจะผ่านการประชุม ครม.ไปแล้วเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2566 ที่เห็นชอบให้จัดเก็บในอัตรา 300 บาทต่อครั้ง สำหรับการเดินทางทางอากาศ และ 150 บาทต่อครั้งสำหรับการเดินทางผ่านทางทางบกและทางน้ำ ตามที่คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) นำเสนอ แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่ก็ต้องนำเข้าพิจารณาเห็นชอบใหม่อีกครั้ง” นายสรวงศ์กล่าวและว่า ทั้งนี้ เป้าหมายการจัดเก็บยังคงเป็นเรื่องของการนำรายได้มาดูแลนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเรื่องประกันชีวิต รวมถึงการดูแลและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว

เพิ่มสิทธิ “แอ่วเหนือคนละครึ่ง”

สำหรับแผนการกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่นั้น นายสรวงศ์กล่าวว่า ตามที่ได้หารือกับน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายกฯมีดำริให้ทบทวนขยายขนาดโครงการ เนื่องจากมองว่าเงินสนับสนุน 400 บาทต่อคนต่อทริป จำนวน 10,000 สิทธิ โดยใช้งบฯของ ททท. รวม 4 ล้านบาทอาจไม่แรงพอ จึงมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ไปหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อหาแหล่งเงินในการทำโครงการเพิ่มเติม โดยที่ผ่านมาได้หารือกับทางกระทรวงการคลัง (จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์) แล้ว คาดว่าอาจจะต้องใช้งบฯกลาง สำหรับเพิ่มจำนวนสิทธิให้มีจำนวนมากขึ้น เพื่อให้เกิดผลในการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

“โครงการดังกล่าวจะเริ่มเปิดให้จองสิทธิ 1 พฤศจิกายนนี้ และกำหนดให้ใช้สิทธิได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ตอนนี้ทาง ททท.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลสินค้าและบริการท่องเที่ยวในแอปพลิเคชั่นที่จะสามารถใช้จ่ายในโครงการได้ เช่น โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร โดยเน้นให้ประชาชนในภูมิภาคเดียวกัน หรือจังหวัดใกล้เคียงเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกันก่อน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ 17 จังหวัดภาคเหนือ ให้กลับมาคึกคักอีกครั้งหลังน้ำท่วม” นายสรวงศ์กล่าว

นอกจากนี้ รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังมีแผนจัดงาน “ไทยแลนด์ วินเทอร์ เฟสติวัล 2567” เพื่อเพิ่มความพร้อมให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่นปีนี้ และคาดหวังว่าจะเป็นแรงส่งให้เกิดกระแสต่อเนื่องในปี 2568 ต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชงของบ 2.4 หมื่นล้านฟื้น “เราเที่ยวด้วยกัน”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...