โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เศรษฐีต่างชาติหอบเงินซื้ออสังหาฯ ภูเก็ต ASW ปล่อย 4 โครงการชิงมาร์เก็ตแชร์เพิ่ม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 ต.ค. 2567 เวลา 15.41 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2567 เวลา 08.41 น.

ภูเก็ต สุดฮ็อต เศรษฐีรัสเซีย ยูเครน ยุโรป กระเป๋าหนักหนีสงครามตบเท้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ “บางเทา” ลุ้น ตลาด“จีน” หอบลูกหลานเรียนนานาชาติเติมดีมานด์ในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า ASW เร่งเครื่องส่งTITLE ตอกหมุด 4 โครงการใหม่ภูเก็ตมูลค่ารวม 15,500 ล้านบาทชิงมาร์เก็ตแชร์เจ้าถิ่น-บิ๊กเพลย์เยอร์เมืองกรุง

ภูเก็ต เมืองท่องเที่ยวสำคัญของไทยนอกจากช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภาคท่องเที่ยวแล้ว ยังนำมาซึ่งการขยายตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์จากการที่ต่างชาติเข้ามาอยู่อาศัยจำนวนมากส่งผลให้อสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตปี 2567 ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ

โดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์คาดการณ์ว่า ปีนี้จะมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย ทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียมในภูเก็ตทั้งหมด มูลค่ารวมประมาณ 33,730 ล้านบาท หรือขยายตัวขึ้นราว 7.1% เมื่อเทียบกับปี 2566

ขณะที่ยอดขายใหม่ของคอนโดมิเนียมในช่วงครึ่งแรกปี 2567 มีจำนวน 4,497 หน่วย ขยายตัวขึ้น 259.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีมูลค่าทั้งหมดราว 40,190 ล้านบาท เติบ โตขึ้น 799% ซึ่งทำเลที่มียอดขายใหม่โดดเด่นมากที่สุดคือ “หาดบางเทา-หาดสุรินทร์” จำนวน 2,202 หน่วย หรือคิดเป็น 48.97% ของจำนวนหน่วยยอดขายใหม่ทั้งหมด

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เปิดเผยว่าเดิม ASW ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพ ปริมณฑลและ EEC พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและโครงการบ้านจัดสรรไปแล้วกว่า 68 โครงการ

ก่อนจะขยายมาที่ “ภูเก็ต” โดยเข้าถือหุ้นสัดส่วน 67.94% ในบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโครงการ Leisure Residences ในภูเก็ต ภายใต้แบรนด์ “เดอะ ไทเทิล” (THE TITLE) ในทำเลศักยภาพ บางเทา ในยาง และราไวย์ ซึ่งเป็น Strategic Locations ที่โดดเด่นทั้งด้านการเดินทาง ความงดงามของธรรมชาติ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถรองรับการพักอาศัยระยะยาวและท่องเที่ยวระยะสั้น นอกจากนี้ ASWยังเข้าไปถือหุ้น BOTANICA Grand Avenue ซึ่งเป็นบริษัทลูกของBOTANICA ในกลุ่มพูลวิลล่าอีก 30%

“ภูเก็ตเป็นตลาดที่น่าสนใจเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีศักยภาพเติบโตไปได้อีกหลายปี หลังจากการเข้าถือหุ้นครั้งนี้การลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภาคใต้จะดำเนินการภายใต้ TITLE ทั้งหมด เน้นเจาะกลุ่มชาวต่างชาติรายได้สูง

ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ทั่วโลกมีการสู้รบเกิดขึ้นทั้งยูเครน-รัสเซีย, ไต้หวัน-จีน ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหนีสงครามเข้ามาอยู่ที่ภูเก็ตมากขึ้น สิ่งที่น่าสนใจคือเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อนาคตอีก 20จำนวนคนไทยที่จะเสียภาษีให้กับประเทศไทยมีน้อยลง ดังนั้นโจทย์คือจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวหรือเข้ามาอาศัยช่วงหนีหนาว 4 เดือน พาลูกมาเรียนหรือเข้ามาเกษียณเลือกที่นี่เป็นบ้านหลังที่ 2”

ทั้งนี้ตลาดเรสซิเดนซ์ในภูเก็ตหลักๆแบ่งเป็น 4 ตลาดคือ บ้านสำหรับคนไทย ,คอนโดสำหรับคนที่มาทำงานในภูเก็ต, Leisure Residencesสำหรับชาวต่างชาติเป็นหลัก และพูลวิลล่า

“ส่วนแบ่งการตลาดของเราในภูเก็ตมีไม่ถึง 10% เพราะอสังหาภูเก็ตมี 4 กลุ่มหลักซึ่งเราเพิ่งเริ่มเข้าตลาด Leisure Condoสำหรับต่างชาติซึ่งมี “ลากูน่า” เป็นเจ้าตลาดและมี Developer Local และแบรนด์ใหญ่จากกรุงเทพฯ เข้ามาลงทุนจำนวนมาก”

ปัจจุบันภาพรวมยอดขายของ ASW มียอดขายสะสม 9 เดือนแรกปี 2567 ทั้งหมด 14,578 ล้านบาท โดยเป็นสัดส่วนที่มาจาก TITLE คิดเป็น 43% ของยอดขายสะสม ทั้งนี้ ปัจจุบัน TITLE มี Backlog สะสมทั้งหมดราว 8,022 ล้านบาท เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ปี 2567 จากเดอะ ไทเทิล ฮาโล 1 (THE TITLE HALO 1) และคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้จากโครงการอื่นๆ ต่อเนื่องจนถึงปี 2570

ล่าสุด ASW ได้ปรับแผนเปิดตัวโครงการ Leisure Residences ในภูเก็ต โดยเปิดโครงการใหม่รวม 4 โครงการซึ่งมากกว่าแผนที่วางไว้ มูลค่าโครงการทั้งหมด 15,500 ล้านบาท ได้แก่

  • เดอะ ไทเทิล เชียโล่ ราไวย์ (THE TITLE CIELO RAWAI) มูลค่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจนมียอดขายถึง 90% หลังเปิดขายได้เพียง 1 สัปดาห์
  • เดอะ โมเดวา (THE MODEVA) มูลค่า 6,200 ล้านบาท
  • เดอะ ไทเทิล อาร์ทริโอ บางเทา (THE TITLE ARTRIO BANG-TAO) มูลค่า 2,600 ล้านบาท เตรียมเปิดขายในเดือนตุลาคมนี้
  • คาตาเบลโล (KATABELLO) ในกะตะ มูลค่า 5,500 ล้านบาท มีแผนเปิดขายอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2568 ซึ่งบริษัทเชื่อมั่นว่าการปรับแผนดังกล่าวจะช่วยผลักดันยอดขายของโครงการในภูเก็ตช่วงไฮซีซันนี้ให้เพิ่มขึ้นอีก 5,000 ล้านบาท
ภูเก็ต อสังหาริมทรัพย์

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ASW และ TITLE มีคอนโดมิเนียมที่พัฒนาร่วมกันทั้งสิ้น 8 โครงการ มูลค่ารวม 31,500 ล้านบาท

ภูเก็ต อสังหาริมทรัพย์

ด้านนายเวคิน ตั้งกุลวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ต ในเครือแอสเซทไวส์ กล่าวว่า บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับ Strategic Locations อย่างบางเทา เนื่องจากเป็นทำเลที่มีความงดงามของหาดทรายสีขาวละเอียดทอดตัวยาวตัดกับน้ำทะเลสีเทอร์ควอยซ์ แต่ยังรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งร้านอาหาร แหล่งไลฟ์สไตล์ สถานศึกษา โรงพยาบาล และแหล่งกิจกรรมมากมาย รองรับความต้องการของทุกคนในครอบครัว

และยังเป็นครั้งแรกของแบรนด์ THE TITLE ที่พัฒนาอาคารที่พักอาศัยที่มีโซน“Pet-Friendly” ภายในโครงการ ตอบโจทย์คนรักสัตว์ ให้คนและสัตว์เลี้ยงใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข เพื่อให้โครงการ THE TITLE เป็น Heaven Bestination ของทุกคน

“ตอนนี้อสังหาริมทรัพย์ในโซน “บางเทา” เริ่มมีราคาสูงมากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มมีความเป็น luxury ขึ้นมา เราจึง offer อสังหาริมทรัพย์ที่เป็นไลฟ์สไตล์และพรีเมี่ยมเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าของเราทั้งกลุ่มแฟมิลี่ ,คู่รัก,โสด, Digital Nomadไปจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุ

เรามีส่วนลูกค้าคนไทยค่อนข้างน้อยไม่ถึง 5% ขณะที่สัดส่วนลูกค้าต่างชาติมีมากกว่า 90% ส่วนใหญ่เป็นรัสเซีย ยูเครนและยุโรป ก่อนหน้านี้มีกลุ่มลูกค้าจีนด้วยแต่ดรอปลงไปช่วงหลังโควิดจากปัญหา เศรษฐกิจ ฟองสบู่อสังหาและนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้ประชาชนใช้จ่ายภายในประเทศ เราคาดหวังว่าอนาคต1-2 ปีตลาดจีนกลับมาช่วยกระตุ้นการซื้ออสังหาได้ดี

เพราะพฤติกรรมการซื้อของคนจีนคือซื้ออยู่กันเป็นหมู่บ้านในกลุ่มคนรู้จัก ซึ่งภูเก็ตเป็น destination ที่คนจีนชอบและมักจะส่งลูกหลานมาเรียนค่อนข้างเยอะ เพราะค่าใช้จ่ายในการเรียนถูกกว่าปักกิ่งบวกกับนโยบายของจีนที่ไม่อยากให้มีโรงเรียนนานาชาติเพื่อความเท่าเทียมและเสมอภาค”

จากการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มากขึ้นส่งผลให้ราคาที่ดินของภูเก็ตมีแนวโน้มแพงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเดิม TITLE มีที่ดินในมือราวๆ 80 กว่าไร่ เมื่อ ASW เข้ามาก็มาถือหุ้นมีการลงทุนซื้อที่ดินเพิ่ม ส่งผลให้ปัจจุบันมี Land Bank รวมๆกว่า100 ไร่ เพียงพอให้พัฒนาโครงการใหม่ไปได้อีก 2 ปี และหากประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงการในปีนี้บริษัทมีแผนจะซื้อที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการใหม่สำหรับปีหน้าเพิ่ม

นอกจากนี้บริษัทยังได้เปิดตัวธุรกิจใหม่ “The Esquire” ให้บริการด้าน Property Management ครอบคลุมทั้งทีมนิติบุคคลช่วยบริหารจัดการภายในโครงการ บริการจัดหาและประสานผู้เช่า บริการซักรีด และบริการทำความสะอาดภายในห้องพัก ช่วยดูแลทรัพย์สินและคุณภาพการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยทุกคนภายในโครงการ THE TITLE เพื่อการอยู่อาศัยที่สะดวกสบายในทุกมิติ

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...