ยาดมปุกเขียวที่อยู่ในทุกกระแส ! ไข 4 สูตรสำเร็จ ‘หงส์ไทย’ ภูมิปัญญาไทยที่หอมชื่นใจไปทั่วโลก
ใครทำงานจนหน้ามืด เวียนหัว กลัวจะเป็นลม หยุดเลื่อนฟีดแล้วหยิบ ‘ยาดม’ ขึ้นมาก่อน ! เชื่อว่าในวันที่เราเหนื่อยล้า ก็มียาดมนี่แหละที่ส่องแสงออกมาจากกระเป๋า กลายเป็นไอเทมคู่ใจที่ต้องพกติดตัวไว้เสมอ
แต่ไม่ว่าจะเห็นใครล้วงยาดมขึ้นมา ก็ต้องเป็นของ ‘หงส์ไทย’ ทุกครั้งไป !? ทำไมเราถึงเห็นยาดมกระปุกเขียวนี้อยู่ในทุกที่ ทุกไวรัล ทั้งในฐานะของฝากไอดอลมาจนถึงอาวุธลับของนักกีฬาโอลิมปิกปารีส 2024 ที่ผ่านมา
เนื่องในโอกาสที่ได้โกอินเตอร์มานับครั้งไม่ถ้วน ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะพาทุกคนไปไข 4 สูตรสำเร็จ ‘หงส์ไทย’ ว่าแบรนด์มีกลยุทธ์เด็ดอะไรที่ทำให้อยู่มาทุกยุค หอมชื่นใจไปทั่วโลกได้ขนาดนี้ พร้อมแล้วก็ตามไปอ่านกันเลยยย
1. สร้างฐานที่แข็งแรงจาก ‘คุณภาพ’ ชูจุดเด่นกลิ่นสมุนไพรไทย
สูตรสำเร็จข้อแรกอาจจะเป็นอะไรที่ฟังแล้วดูธรรมดา แต่ก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เราเห็นมานักต่อนักแล้วว่า ‘คุณภาพ’ ถือเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ที่ครองใจคนได้อย่างยาวนาน ซึ่งหัวใจของหงส์ไทยก็คือสมุนไพรนั่นเอง
เพราะแค่พูดชื่อแบรนด์ คนก็ได้กลิ่นโชยมาก่อนแล้ว ด้วยการอัดแน่นสมุนไพร ไม่ว่าจะเป็นกานพลู ดอกจันทร์ ดอกพิกุล ดอกบุนนาค พิมเสน และเมนทอล กลายเป็นกลิ่นที่ทั้งถูกจริตคนไทยและแก้อาการวิงเวียนได้จริง
ไม่ใช่แค่เรื่องกลิ่นที่เข้มข้น แต่ยังมีซิกเนเจอร์ที่ว่า ‘ยิ่งใช้ ยิ่งนาน ยิ่งหอม’ จากทริกที่เจ้าของแบรนด์ ‘คุณเก่ง-ธีระพงศ์ ระบือธรรม’ มาแชร์เองเลยว่า ถ้ากลิ่นเริ่มอ่อนแล้วสามารถถอดไส้สมุนไพรออกมาตากแดด แล้วเอากลับไปใช้ใหม่ได้ ก็จะหอมยาวเป็นปีเลยทีเดียว
2. ตอบโจทย์ความสดชื่นหลาย ‘รูปแบบ’ เลือกใช้ได้ตามไลฟ์สไตล์
แม้ว่าภาพแรกของหงส์ไทยที่หลายคนเคยเห็นในไวรัลต่าง ๆ จะมาในรูปแบบยาดมกระปุกเขียว ทั้งไซซ์ปกติและไซซ์ใหญ่ยักษ์ แต่จริง ๆ แล้วแบรนด์มียาดมถึง 3 กลิ่น 2 รูปแบบ ให้เลือกใช้ตามความชอบและความสะดวก
แน่นอนว่าเราจะเห็นรูปแบบ ‘กระปุก’ ผ่านตากันอยู่บ่อย ๆ โดยกลิ่นที่ฮิตที่สุดก็คือสีเขียว ‘ยาดมสมุนไพรสูตร 2’ แล้วก็ยังมีสีเหลือง ‘ยาดมสมุนไพรสูตรต้นตำรับ’ และสีฟ้า ‘ยาดมพิมเสนน้ำแบบสำลี’
แต่สำหรับคนที่ชอบพกพายาดมแบบมินิมอล หงส์ไทยก็มีแบบ ‘หลอด’ ด้วย นั่นก็คือ ‘ยาดมสมุนไพร สูตร 1’ ที่มีลูกเล่นเป็นหลอด 2 ด้าน และ ‘ยาดมพิมเสนน้ำ’ แบบหัวลูกกลิ้ง เวียนน้อยก็ดม เวียนมากก็ทาไปได้เลย
3. ตอกย้ำ ‘ภาพจำ’ มาทุกยุคสมัย ยาดมกระปุกเขียวสุดคลาสสิก
นอกจากกลิ่นความสดชื่นที่ติดจมูก ก็ดีไซน์สไตล์ไท๊ยไทยนี่แหละที่ติดตาไม่แพ้กัน ! นี่คงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้คนหยิบหงส์ไทยขึ้นมาจากเชลฟ์ ทั้งสีเขียวสะดุดตา ฝาที่มีรูปหงส์ ไปจนถึงสีธงชาติไทยสุดโดดเด่น
แม้จะเป็นดีไซน์ที่เหล่าวัยรุ่นหงส์ไทยยุคใหม่เข้าไม่ถึง จนเกิดกระแส ‘เคสยาดม’ ขึ้นมาอยู่พักใหญ่ แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่คือภาพจำที่ฝังลึกมาทุกรุ่น จนกลายเป็นหนึ่งใน DNA ของแบรนด์ไปแล้ว
นี่จึงเป็นสูตรความสำเร็จที่สะท้อนให้เห็นว่า การสร้าง ‘Brand Identity’ ที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งสี โลโก้ และฟอนต์ตัวอักษร ประกอบกันเป็นแพกเกจจิงที่แตกต่างจากคู่แข่งในตลาดยาดมอย่างชัดเจน
4. อาศัย ‘เสียงบอกต่อ’ จากผู้ใช้จริง พื้นที่โฆษณาฟรีจากคนดังระดับโลก
สูตรข้อสุดท้าย เป็นจุดสำคัญที่ดันแบรนด์หงส์ไทยให้โกอินเตอร์ได้แบบไม่พึ่งโฆษณา ก็คือกลยุทธ์การตลาดแบบ ‘Word-of-Mouth’ หรือการบอกต่อแบบปากต่อปาก จากคนที่เวียนหัวจริง ใช้จริง และหายจริง
ซึ่งเสียงรีวิวหงส์ไทยก็ไม่ได้ออกมาจากปากของคนธรรมดาเท่านั้น แต่ยังถูกบอกต่อด้วยเหล่าดารา ไอดอล และสตาร์ระดับโลก ! ไม่ว่าจะเป็นฝั่งนักกีฬาในโอลิมปิกปารีส 2024 ที่มียาดมเป็นอาวุธลับชิงเหรียญ, ฝั่ง K-POP จากสาว ‘ลิซ่า’ ที่พกหงส์ไทยติดกระเป๋าอยู่เสมอ รวมถึงฝั่งคนดังอย่าง ‘คริส เฮมส์เวิร์ธ’ และ ‘Central cee’ ยังยอมรับในอานุภาพมาแล้ว
เสียงบอกต่อเหล่านี้จึงกลายเป็น ‘พื้นที่โฆษณา’ ราคาแพง ที่แบรนด์ได้มันมาแบบฟรี ๆ !! ทีนี้ก็ต้องย้อนกลับไปที่ข้อ 1-3 อีกครั้ง เพราะถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่งไป ก็คงไม่ออกมาเป็นสูตรสำเร็จที่หอมหวาน เอ๊ย หอมสดชื่นได้ขนาดนี้แน่นอน