โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

’เสรีพิศุทธ์‘ แถลงถอนตัวไม่ร่วมรัฐบาล ‘เพื่อไทย‘ รับน้อยใจเพื่อไทย ไม่ทาบทามนั่งเก้าอี้ รมต.

The Reporters

อัพเดต 29 ส.ค. 2567 เวลา 06.16 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2567 เวลา 06.16 น.

’เสรีพิศุทธ์‘ แถลงถอนตัวไม่ร่วมรัฐบาล ‘เพื่อไทย‘ อย่างเป็นทางการ รับน้อยใจพรรคเพื่อไทย ไม่ให้ความสนใจ ทาบทามนั่งเก้าอี้ รมต. มอง เป็นเรื่องดีไม่ต้องอึดอัด สามารถวิจารณ์ได้เต็มที่ พร้อมเปิดแชตหลักฐานพบ ’ทักษิณ‘ ที่ รพ.ตำรวจ ถึง 2 ครั้ง ย้ำ ความสัมพันธ์สะบั้นแล้ว ลั่น แม้มาชวนกลับไปเป็น รมต. ก็ไม่รับอีกแล้ว

วันนี้ (29 ส.ค. 67) เวลา 10:30 น. ที่พรรคเสรีรวมไทย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แถลงข่าวถึงกรณีถอนตัวร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ว่า พรรคเสรีรวมไทย ได้มีการประชุมกรรมการบริหารพรรค เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา เกี่ยวกับจุดยืน และแนวทางของพรรค ภายหลังร่วมสนับสนุน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยที่ประชุมหารือกันแล้ว มีมติ 7:4 ขอถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมทั้งยื่นหนังสือไปถึงเลขาธิการพรรคเพื่อไทยที่เรียบร้อยแล้ว ว่าขอถอนตัวออกมาเป็นอิสระ และเดินหน้าทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านหลังจากนี้เป็นต้นไป

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยอมรับว่าการตัดสินใจถอนตัวร่วมรัฐบาลในครั้งนี้ เพราะมีความน้อยใจที่ไม่ได้รับความสนใจ ซึ่งอาจเป็นเพราะ พรรคของตนเองมีเพียง 1 เสียง พรรคเพื่อไทยจึงไม่สนใจ แต่ก็เป็นเรื่องดีที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล เนื่องจากจะได้ไม่ต้องอึดอัดใจในการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายหลายอย่าง โดยเฉพาะนโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ต

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังชี้ให้เห็นอีกว่า คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริง ไม่ใช่ น.ส.แพทองธาร แต่เป็นนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีผู้เป็นบิดา ที่คอยควบคุมบังคับบัญชาการทุกอย่าง

“พรรคเพื่อไทย คุณอุ๊งอิ๊ง แพทองธารจะมีสติปัญญายังไงในการบริหารตรงนี้ ไม่มีหรอก เป็นการบริหารโดยพ่อทั้งนั้น“ เพราะนายทักษิณเป็นคนที่มีความรู้กฎหมาย และรัฐธรรมนูญ แม้อยู่ตัวจะอยู่ต่างประเทศก็ตาม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนเองไม่เคยมีหนี้บุญคุณกับนายทักษิณ แต่นายทักษิณเคยพูดว่าเขาติดหนี้ตนเอง แต่ก็ไม่บอกว่าจะชดใช้หนี้ยังไง สุดท้ายก็เฉย และเมื่อหลายปีก่อนนายทักษิณเคยให้คำมั่นว่าสัญญากับตนเองว่าจะให้ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่สุดท้ายก็เงียบ และจากนั้นจะแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีแต่ก็ลืมตนเองตลอด อาจเป็นเพราะตัวเองเป็นพรรคการเมืองที่มีเสียงเดียว พรรคอื่นอาจจะมาเพื่อหวังผล แต่พรรคตนเองมาเพื่อทำงาน

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังได้นำแชทไลน์ที่มีข้อความพูดคุยกับบุคคลหนึ่งที่คอยจัดคิวในการเข้าพบนายทักษิณ ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ขณะพักรักษาตัว เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่า มีการเข้าพบนายทักษิณจริง ภายหลังจากที่นายทักษิณเคยปฏิเสธว่าไม่เป็นเรื่องจริง พร้อมเปิดเผยว่า ได้เข้าพบนายทักษิณถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกคือ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 และอีกครั้งในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 โดยทั้งสองครั้งมีการพูดคุยเรื่องที่นายทักษิณจะไม่เอาตระกูลวงษ์สุวรรณเข้าร่วมรัฐบาล ส่วนเรื่องอื่นเปิดเผยไม่ได้ขอให้รอเป็นไฮไลต์ในครั้งต่อไป และย้ำว่าการออกมาเปิดเผยในครั้งนี้ ถือเป็นการตัดความสัมพันธ์กับนายทักษิณ ซึ่งหลังจากนี้ หากมีการติดต่อมาเทียบเชิญให้เป็นรัฐมนตรี ตนเองก็จะไม่กลับรับตำแหน่งอีก

ทั้งนี้ หลักฐานในแชทไลน์ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้เปิดเผยออกมามีรายละเอียด เช่น วันที่ 7 มกราคม อีกฝ่าย ระบุว่ามี sms จาก “นายกปู” มา รวมถึงวันที่ 9 มกราคม มีการส่งไฟล์ PDF มา หัวข้อเขียนว่า “หนังสือถอนร้องเรียน“ โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า เป็นการขอให้ถอนเรื่องร้องเรียนนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ก่อนที่ต่อมา วันที่ 22 มกราคม อีกฝ่ายจะมีการทวงถามว่า ”ท่านเซ็นหนังสือส่ง ป.ป.ช. หรือยังครับ“

ในช่วงท้าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะเดินหน้าทำงานในฐานะฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ และไม่จำเป็นเข้าร่วมกับพรรคใด ๆ ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองไป ส่วนการคาดการณ์อนาคตของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร หลังจากนี้ ตนมองว่า อายุของรัฐบาลจะสั้นยิ่งกว่ารัฐบาลของนายเศรษฐา เพราะมีคนรอที่จะร้องเรียนอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงการถูกร้องเรียนการครอบงำพรรค โดยนายทักษิณ

ส่วนสถานการณ์การเมืองหลังจากนี้ ระหว่างนายทักษิณกับ พล.อ.ประวิตร จะซัดกันนัวแน่นอน แต่ท้ายที่สุด พล.อ.ประวิตร จะสู้นายทักษิณไม่ได้ พร้อมยืนยันว่า ไม่เคยพูดคุยกับนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่เป็นกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่าจะร่วมกันแฉคนที่พักรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 14

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...