โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ชะตารักบุตรสาวท้ายจวน มี e-book

นิยาย Dek-D

อัพเดต 11 ม.ค. 2567 เวลา 13.15 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. 2567 เวลา 13.15 น. • ไฉเฉิง
บุตาสาวแสนชังถูกบิดาส่งให้ไปเป็นฮูหยินต้องคำสาป ซ้ำร้ายสามีเห็นนางเป็นเพียงสตรีมีไว้ผลิตทายาทสืบสกุลเท่านั้นเพราะหัวใจเขาได้ตายไปพร้อมกับฮูหยินผู้ล่วงลับไปแล้ว ชีวิตไร้ค่าเช่นนางตายไปก็ไม่มีใครใส่ใจ

ข้อมูลเบื้องต้น

ซูฮวาบุตรสาวท้ายจวนของขุนนางอี้ ในเมืองหลวง เพราะมีแม่เป็นอนุต่ำช้าทำร้ายภรรยาเอก เคราะห์กรรมที่แม่ของนางกระทำจึงตกมาอยู่ที่นาง พ่อไม่รักกักขังเลี้ยงดูด้อยค่ากว่าหมูหมา ซ้ำร้ายยังถูกส่งให้ไปแต่งงานแทนน้องสาวตามราชโองการสู่ขอของฮ่องเต้ ซึ่งตามธรรมเนียมต้องเป็นบุตรสาวจากภรรยาเอก

โชคชะตายังร้ายกับนางไม่พอ ตำแหน่งฮูหยินของท่านแม่ทัพผู้นี้มีอันต้องตายทุกคนและนางคือฮูหยินคนที่ 11 นางจะตายหรือจะรอดได้อย่างไรหนอ

คำเตือน

1. นิยายมีเนื้อมีเนื้อหารุนแรง มีฉากรักดุดัน ไม่เหมาะกับเด็กที่ต่ำกว่า 18

2. นิยายมีพฤติกรรมรุนแรงบีบบังคับผู้อื่นทางจิตใจ มีการพยายามฆ่า

3. มีการใช้อาหารและยาในการกระตุ้นทางเพศ

4. มีความคลั่งรัก

ทำความเข้าใจก่อนอ่านจ้า

นิยายเรื่องนี้แต่งจากจินตนาการของนักเขียนเอง สถานที่ ชื่อบุคคล ขนบธรรมเนียมประเพณีล้วนสมมุติขึ้นมาเพื่อความสนุก โดยใช้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์เป็นพื้นฐานเพื่อความสมจริงของเนื้อเรื่อง ไม่มีเจตนาพาดพิงถึงสถานที่หรือบุคคลใด โปรดอ่านเพื่อความบันเทิง

ทำความเข้าใจก่อนอ่าน

ค่าเงิน

1อีแปะ ซื้อซาลาเปาได้ 1 ลูก

เวลา

ยามจื่อ คือ 23.00-24.59 ถือเป็นยามชวด

ยามโฉว่ คือ 01.00-02.59 ถือเป็นยามฉลู

ยามอิ๋น คือ 03.00-04.59 ถือเป็นยามขาล

ยามเหม่า คือ 05.00-06-59 ถือเป็นยามเถอะ

ยามเฉิน คือ07.00-08.59 ถือเป็นยามมะโรง

ยามซื่อ คือ 09.00-10.59 ถือเป็นยามมะเส็ง

ยามอู่ คือ 11.00-12.59 ถือเป็นยามมะเมีย

ยามเว่ย คือ 13.00-14.59 ถือเป็นยามมะแม

ยามเซิน คือ 15.00- 16.59 ถือเป็นยามวอก

ยามโหย่ว คือ 17.00-18.59 ถือเป็นยามระกา

ยามซวี คือ 19.00- 20.59 ถือเป็นยามจอ

ยามห้าย คือ 21.00-22.59 ถือเป็นยามกุล

เค่อ เท่ากับ 15 นาที

หนึ่งก้านธูป เท่ากับ 1 ชั่วโมง

หนึ่งชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง

หนึ่งวัน เท่ากับ 12 ชั่วยาม

เวลา Credit :

http://www.chinatalks.co/ภูมิปัญญาจีน/chinesehoro/การนับเวลาแบบจีน/

คุณหนูท้ายจวน 1/3

เมืองหลวงฉางจิน ที่อยู่ภายใต้การปกครองของฮ่องเต้ฉางอี นับว่าเป็นแคว้นที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากกว่าแคว้นอื่นๆ บนผืนแผ่นดินนี้ ประชากรอยู่เป็นเย็นเป็นสุขเพราะหัวเมืองต่างๆ มีแม่ทัพผู้เก่งกาจและจงรักภักดีคอยฟาดฟันข้าศึกและปราบกบฏรักษาความสงบสุขให้แก่ประชาราษฎร์

แต่ ณ จวนของขุนนางชั้นผู้ใหญ่อี้อ้ายฉิงในเมืองหลวงกลับมีสตรีนางหนึ่งอยู่ไม่สงบสุข

ภายใต้ต้นบ๊วยขนาดใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมพื้นดินเป็นวงกว้าง ตามกิ่งก้านไร้ใบมีเพียงดอกสีขาวบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ สตรีสาวร่างเล็กที่กำลังนั่งพิงโคนต้นหาได้สุนทรีกับกลิ่นหอมของดอกบ๊วยไม่ สายตาเหม่อมองออกไปนอกรั้วของจวนแห่งนี้ ดูและรู้สึกอิจฉาเจ้านกน้อยลอยอยู่บนท้องฟ้าบินโฉบเฉี่ยวไปมาอย่างอิสระ

“เมื่อไหร่มีชีวิตของข้าจะหลุดพ้นออกจากที่นี่ได้นะ ข้าอยากโบยบินไปไหนได้ตามใจเช่นนกน้อยตัวนั้น”

“เฮ้อ! ช่างเถอะลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน สักวันโอกาสนั้นคงเป็นของข้า”

หญิงสาวเจ้าของใบหน้าเรียวนัยน์ตารีเล็กผิวขาวเนียนดุจหิมะ รูปร่างสะโอดสะองสวมเสื้อผ้าเก่าสีซี้ดมีรอยปะสามสี่จุดแต่ดูสะอาดสะอ้าน เอ่ยลอยๆ ออกไป แต่สายตาไม่ละจากนกน้อยจนมันบินห่างไกลออกไป

แม่นางผู้นี้คือบุตรสาวคนโตของสกุลอี้แห่งจวนนี้ แต่ชีวิตกลับด้อยค่าเสียยิ่งกว่าสาวใช้ เพราะผู้เป็นบิดาขับไล่ไสส่งมาอยู่ท้ายจวนตั้งแต่นางยังไม่ลืมตาออกมาดูโลก พร้อมกับแม่ผู้ร้ายกาจในสายตาผู้อื่นแต่กลับอบอุ่นอ่อนโยนมากในสายตาของนาง ความจริงที่คนในจวนเล่าลือกันนางก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่

“คุณหนูอี้ซูฮวา ฮูหยินให้นำอาหารมาให้เจ้า”

เสียงสาวใช้เรียกเจ้าของชื่อที่นั่งอยู่ใต้ต้นบ๊วยให้มารับกล่องอาหารที่นางถือมามากมาย

แต่เจ้าของชื่อกลับนิ่งเฉยไม่ยินดีกับสิ่งที่จะได้รับ ยังคงนั่งนิ่งไม่สนใจสาวใช้ผู้นั้น จนอีกฝ่ายทนไม่ไหวถือกล่องอาหารมาวางไว้ข้างๆ ของนาง แล้วก็เดินสะบัดก้นจากไป

หากเป็นเมื่อครั้งยังเด็กนางจะยินดีกับข้าวของเหล่านี้ เพราะไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้และอาหารที่กินกันในจวนล้วนแล้วแต่เป็นของดีๆ ทั้งนั้น ซึ่งนางไม่เคยได้กินหรือสวมเสื้อผ้าข้าวของดีๆ พวกนั้นเลย แต่นางหาได้สนใจ นางสนใจเพียงความรักจากท่านพ่อ และขอทวงความเป็นธรรมให้แก่มารดาเท่านั้น เพราะเหตุนี้นางจึงแอบไปศึกษาตำราที่ห้องหนังสือในยามวิกาลทุกวัน การอ่านออกเขียนได้ของนางมาจากท่านแม่ที่คอยพร่ำสอน

“เฮ้อ!! เมื่อไหร่คนพวกนี้จะเลิกทำนิสัยแย่ๆ แบบนี้เสียทีนะ ข้าขี้เกียจจะเอาไปทิ้งเต็มแก่แล้ว”

เมื่อสาวใช้เดินลับตาไป อี้ซูฮวาก็ลุกขึ้นพร้อมกับถือกล่องอาหารไม่คิดจะเปิดออกดูให้เสียเวลา มันก็คงเป็นเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา ข้างในมีแต่อาหารที่เน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น ต้องเอาไปทิ้งในป่าให้ห่างไกลเรือนป้องกันกลิ่นเหม็นรบกวนตน

ไม่นานนางก็กลับออกมาเตรียมเหล้าบ๊วยสูตรพิเศษที่มารดาของนางได้คิดค้นออกไปขายที่ตลาด

มือเล็กกรอกเหล้าบ๊วยที่หมักได้ที่ลงในไหจนเต็มทั้งสองใบแล้วเอาจุกผ้าปิดปากไหไว้แล้ววางใส่ในตะกร้าไม้ไผ่ข้างละหนึ่งใบ วางจอกทำจากไม้ไผ่หลายสิบอันแทรกลงไปจนเต็มตะกร้า ร้อยเชือกกับเก้าอี้ไม้ขนาดเล็กผูกติดกับหูตะกร้า

เมื่อเตรียมของแล้วเสร็จร่างบางไปเปลี่ยนผ้านุ่งห่มทำผมแบบผู้ชาย ก่อนจะมาหาบเหล้าแอบออกประตูเล็กท้ายจวนทหารเฝ้าประตูสงสารทำเป็นไม่เห็นปล่อยนางออกไป เพราะผู้เป็นพ่อสั่งห้ามนางออกจากเรือนหลังเล็กท้ายจวนไปไหนให้อับอายขายหน้าเด็ดขาด

ร่างอรชรในคราบชายหนุ่มวางตะกร้าหาบลงบนถนนในตลาด ถอดไม้หาบออกแล้วยกตะกร้าสองใบวางเรียงกัน เปิดฝาปิดตะกร้าหงายขึ้นแล้ววางลงที่เดิม จัดเรียงจอกไม้บนฝาจนเต็ม ยกเอาเก้าอี้ไม้สำหรับนั่งวางไว้ข้างหน้าห่างตะกร้าหนึ่งช่วงแขนสำหรับให้ลูกค้านั่งดื่ม ประหนึ่งร้านเหล้า

เมื่อจัดร้านเสร็จแล้วนางดัดเสียงให้ทุ้มนุ่มเอ่ยเรียกลูกค้า

“เหล้าบ๊วยหอมๆ หวานๆ อร้อย! อร่อย เร่เข้ามา เร่เข้ามา หนุ่มหล่อหน้าสวย กับเหล้าบ๊วยของพวกท่านมาแล้ว เชิญทุกท่านเข้ามาชิมได้ ณ บัดนี้ เอากี่จอกดีแม่นาง”

อี้ซูฮวายิ้มสวยให้สตรีสาวนางหนึ่งที่เข้ามาซื้อเป็นคนแรก ด้วยความหล่อหน้าใสทำให้หญิงแก่แม่หม้าย สตรีที่หลงหน้าตาพ่อค้าเหล้าบ๊วย แห่กันเข้ามาอุดหนุนมากมาย และด้วยเหล้ารสเลิศทำให้บรรดาผู้ชายมาต่อคิวซื้อดื่มมากมายเช่นกัน บางคนถือไหมาซื้อหลับไปดื่มที่บ้าน

“พ่อค้าสุดหล่อ ตักไวๆ หน่อยได้หรือไม่ ข้าอยากเห็นหน้าพ่อหนุ่มใกล้ๆ เต็มแก่แล้ว”

สตรีรุ่นราวคราวเดียวกับท่านแม่ของซูฮวาชะโงกหน้าเอ่ยเสียงหวานมาจากหางแถว

“รบกวนคุณพี่ อดใจรอไม่เกินหนึ่งถ้วยชาก็จะได้ชิมแล้ว”

พ่อค้าหนุ่มเอ่ยตอบออกไป ตักน้ำเหล้าใส่จอกอย่างว่องไวยื่นส่งให้ลูกค้า พร้อมกับเสียงโยนเหรียญที่ลูกค้าโยนลงในกล่องไม้ดังขึ้นถี่ๆ ราวกับเสียงตีระฆังบ่งบอกว่าถึงคิวต่อไป

“อื่ม หอม อร่อยไม่เคยเปลี่ยน พ่อหนุ่มบอกข้าได้หรือไม่ เจ้าดองเหล้าบ๊วยเช่นไรถึงได้อร่อยถึงเพียงนี้ ข้าดื่มของใครก็สู้ของเจ้าไม่ได้ รสชาติของมันนุ่มละมุนลิ้น กลืนลงไปไม่บาดคอ ซ้ำยังห้อมหอม ประหนึ่งข้าดื่มน้ำทิพย์จากสวรรค์”

ปากสวยส่งยิ้มหวานให้ลูกค้าชายแก่ ภูมิใจในเหล้าบ๊วยที่แม่ของตนเป็นคนคิดค้นขึ้นและพร่ำสอนจนนางเก่ง ดองเหล้าจนรสชาติออกมาเหมือนกับที่แม่ทำไม่มีผิดเพี้ยน ตั้งแต่จำความได้นางก็เห็นแม่ทำเหล้าบ๊วยขายแล้ว

“ข้าก็ทำเหมือนคนอื่นๆ ทำนั่นแหละ เพียงแต่ข้าเพิ่มความใส่ใจลงไป เหล้าทุกไหของข้าถึงได้อร่อยอย่างไรล่ะท่าน”

“พ่อหนุ่ม ข้าขอสองจอก”

ถึงจะพูดคุยแต่ก็ไม่ละเลยลูกค้าตักเหล้าให้สตรีสวยที่เอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้นาง เพราะแม่นางผู้นี้แวะเวียนมาอุดหนุนจนอดคิดไม่ได้ว่าแม่นางผู้นี้อาจจะติดเหล้าบ๊วยไปแล้ว

คุณหนูอี้ซูฮวาแอบขำในใจให้กับท่าทีเอียงอายของแม่นางผู้นี้ ซ้ำยังถูกนางลูบมือเบาๆ ขณะรับจอกเหล้าไป

ในขณะที่บุตรสาวท้ายจวนกำลังขายสุราสูตรอร่อยหาเลี้ยงชีพ ท่านอี้ผู้เป็นพ่อแท้ๆ พาบุตรสาวคนโปรดเดินจับจ่ายเลือกซื้อข้าวของราคาแพง เข้าร้านโน้นออกร้านนี้ใช้เงินมือเติบ จนสาวใช้ถือของเต็มไม้เต็มมือเดินตามหลังยาวเป็นขบวน

สายตาหวานหม่นเศร้าลงเมื่อแลเห็นความรักที่ไม่เท่าเทียมของผู้เป็นพ่อ ก่อนจะทำใจยอมรับชะตาที่ฟ้าลิขิตแล้วหลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตักเหล้าบ๊วยขายต่อ

แต่เหมือนสวรรค์จะกลั่นแกล้งคุณหนูท้ายจวนเช่นอี้ซูฮวา เมื่อท่านอี้และน้องสาวต่างมารดามองมาพร้อมกับเดินมาหาตน

มือบางสั่นเทา ภาวนาให้ทั้งสองจำตนไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงถูกโบยอีกเป็นแน่ และแล้วเสียงเล็กๆ ของน้องสาวต่างมารดาก็ดังขึ้น

“ท่านพ่อนี่มัน!!”

❤️น้องนางจะถูกพ่อทำโทษโบยอีกแล้ว❤️

คุณหนูท้ายจวน 2/3

“นี่มันเหล้าบ๊วยที่ผู้คนโจษจันกันว่าอร่อยนักหนา ท่านพ่อได้กลิ่นหอมของมันหรือไม่”

เสียงของน้องสาวต่างมารดาดังขึ้นพร้อมกับดึงรั้งแขนท่านพ่อแทรกผู้คนเข้าไปโดยชาวบ้านไม่กล้าต่อว่าท่านอี้ขุนนางใหญ่แห่งเมืองนี้ ทำเพียงหลบทางให้ทั้งสองเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าของอี้ซูฮวาที่ก้มหน้าไม่กล้าสู้ตากลัวทั้งสองจะจำตนได้

ท่านอี้อ้ายฉิงรู้สึกคุ้นหน้าพ่อค้าหนุ่มหน้าหวานผู้นี้ยิ่งนัก พยายามนึกอยู่นานก่อนจะสลัดความคิดนั้นทิ้งแล้วให้ความสนใจกับบุตรสาวคนโปรดต่อ พร้อมกับเอ่ยออกไป

“อื่ม หอมจริงๆ ด้วย พ่อหนุ่มขอข้าสองจอก”

“ขอรับนายท่าน”

คุณหนูอี้ซูฮวาดัดเสียงทุ้มเอ่ยออกไปพร้อมกับตักเหล้ายื่นให้ผู้เป็นพ่อด้วยมือสั่นเล็กน้อย จนอีกฝ่ายรู้สึกได้

“พ่อหนุ่มไม่ต้องเกรงกลัวข้าถึงเพียงนั้น ทุกคนมีสิทธิ์ทำมาหากิน ข้าไม่ว่าอะไรเจ้า”

ท่านอี้รับเหล้ามาและเอ่ยออกไปด้วยท่าทางและน้ำเสียงเมตตา ยกเหล้าขึ้นดื่มพร้อมกับชื่นชมแล้วเดินจากไป

ทิ้งให้บุตรสาวท้ายจวนในคราบพ่อค้าหนุ่มรู้สึกเจ็บปวดหัวใจเหลือแสน นี่แหละคือท่านอี้ขุนนางผู้ที่มีเมตตาต่อผู้อื่นทุกคนยกเว้นบุตรสาวเช่นตน อี้ซูฮวาน้ำตาตกในกลืนก้อนสะอื้นเข้าไปในอกอย่างยากลำบากฝืนขายเหล้าบ๊วยต่อจนหมด

“หมดแล้วเหรอพ่อหนุ่ม วันนี้ข้าก็อดของอร่อยนะสิ”

ลูกค้าที่ต่อแถวซื้อแต่เหล้ากลับหมดก่อนบ่นเสียดาย และแยกย้ายกันกลับ พรุ่งนี้พวกเขาจะมาซื้อกินใหม่

คุณหนูอี้ซูฮวารีบเก็บข้าวของแล้วหาบขึ้นบ่า นางยังไม่กลับเรือนท้ายจวน แต่ไปหลุมฝังศพของมารดาที่ฝังไว้กลางป่า เมื่อมาถึงหน้าป้ายไว้อาลัยความเสียใจที่อดกลั้นมานานระเบิดออกมาเป็นเสียงสะอื้นพร้อมกับน้ำตาที่หลั่งไหล นั่งอยู่กลางป่าผู้เดียว

พร้อมกับภาพความทรงจำอันโหดร้ายในวันวานผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ใบหน้าอันโหดเหี้ยมของบิดาราวกับปีศาจมันติดตาไม่เคยจางและน้ำเสียงแข็งกร้าวมันยังดังอยู่ในใจมาจนถึงทุกวันนี้

เหตุการณ์วันนั้น

“กินมันเข้าไป ง้างปากมัน ทำยังไงก็ได้ให้มันกินยาพิษนี้!! วันนี้หญิงชั่วช้าเยี่ยงมันจักต้องตายสมกับความเลวที่มันได้กระทำ กรอกปากมัน!!”

ตอนนั้นนางเป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบห้าหนาวพึ่งจะผ่านพิธีปักปิ่นน้ำตานองหน้ามองท่านอี้อ้ายฉิงซึ่งคือพ่อแท้ๆ กำลังสั่งการให้ทหารกรอกยาพิษเพื่อสังหารมารดาของตน ปากเล็กตะโกนขอร้องให้ท่านอี้อ้ายฉิงหยุดและออกแรงสะบัดตัวออกจากการจับกุมของสาวใช้ร่างใหญ่สามสี่คนเพื่อไปช่วยมารดา

“ท่านพ่ออย่าทำท่านแม่!! ฮื่อๆ ท่านพ่อ!! ข้าขอร้อง ท่านพ่อได้โปรด ฮื่อ ฮื่อ ไว้ชีวิตแม่ข้า แม่ข้าไม่ผิด ฮื่อ”

“หุบปากของเจ้าซะซูฮวา ก่อนที่ข้าจะฆ่าเลือดชั่วๆ ของนางในตัวเจ้าอีกคน เหตุใดมันจะไม่ผิด ข้าเห็นมันแทงฮูหยินของข้ากับตา นางนอนปางตายอยู่ในห้องรักษา แม่ของเจ้ามันชั่วช้านัก ตั้งแต่เมื่อครั้งวางยากำหนัดข้าจนก่อเกิดเจ้าขึ้นมา ข้าหรือก็อภัยให้ครั้งหนึ่งแล้ว ยังจะมักใหญ่ใฝ่สูงฆ่าฮูหยินเพื่อขึ้นเป็นใหญ่อีก หญิงชั่วเช่นแม่ของเจ้าโทษเดียวคือตาย! ทหารง้างปากเร็วเข้า!!”

แต่ทหารไม่กล้ากระทำรุนแรงเพราะสงสารคุณหนูอี้ซูฮวาหากนางขาดแม่ไปแล้วคงไม่เหลือใครให้พึ่งพิงอยู่ท้ายจวนคนเดียวอย่างน่าเวทนา สาวใช้ทหารและทุกคนในจวนต่างรู้กันถ้วนหน้า แต่ไม่มีใครกล้าช่วยเหลือและนำความไปแพร่งพรายที่ใดให้คอขาดเล่น

“ฮื่อ ท่านพ่อ ได้โปรดอย่าพรากท่านแม่ของข้าไป ฮื่อ”

หนิงหวงสาวใช้คนสนิทของอนุอี้ลี่อินได้ยินเช่นนั้นรีบเข้าไปกอดรั้งเอาตัวบังคุณหนูของนางไว้กลัวท่านอี้จะโมโหจนทำร้ายคุณหนูของตน พลางคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันนะ ปกติอนุอี้ลี่อินจะไม่ไปที่เรือนใหญ่หากไม่มีการเรียกหา นางยอมอยู่ในเรือนหลังเล็กท้ายจวนตั้งแต่เกิดคุณหนู เหตุไฉนวันนี้นางถึงได้บุกไปแทงฮูหยินถึงจวนชั้นในของท่านอี้ได้ ความสงสัยนี้มันคาใจนัก

อี้ลี่อินมองหน้าบุตรสาวที่ถูกเหล่าสาวใช้กอดรั้งไว้ ส่งสายตาขอร้องและส่ายหน้าบอกให้บุตรสาวหยุดขอร้องชายใจเหี้ยม ก่อนจะรวบรวมกำลังรั้งศีรษะก้มหน้าเอ่ยกับบุตรสาวออกไปว่า

“ซูฮวาแม่รักเจ้า จงจำไว้เจ้าคือดวงใจของแม่ อย่าห้ามเขา อย่าเสียใจ จงรักษาชีวิตของเจ้าไว้แล้วหาทางออกไปจากที่นี่เมื่อแม่ไม่อยู่แล้ว หนิงหวงข้าฝากลูกด้วย”

เอ่ยจบอนุอี้ลี่อินก็เม้นปากแน่นเงยหน้าส่งสายตาขอร้องให้บุตรสาวหยุดพูด นางไม่อยากให้บุตรต้องมาจบชีวิตลง และรู้ว่าแรงของตนตอนนี้เหลือน้อยเต็มที อีกไม่นานทหารเหล่านี้ก็จะง้างปากของตนได้สำเร็จ

“หญิงชั่ว!! เจ้ายังมีหน้ามาสั่งสอนลูกผิดๆ อีกหรือ ทหารไยพวกเจ้าไร้แรงถึงเพียงนี้ สู้แม้กระทั่งสตรีผู้เดียวก็ไม่ได้ เหตุใดลงโทษสตรีชั่ว! เพียงหนึ่งนางไยถึงต้องเสียกาลมากนัก”

ท่านอี้อ้ายฉิงเดือดดาลมากเมื่อเห็นว่าการกรอกยาพิษไม่เป็นผล จึงคว้าเอาดาบออกมาจากเอวของทหารจ้วงแทงเข้าใส่กลางอกทะลุถึงหัวใจของอนุอี้ลี่อินอย่างรวดเร็วจนนางขาดใจตายต่อหน้าต่อตาของบุตรสาว ฉึก!! อึก!!

“ม่าย!!!! ท่าน!!! แม่!! อย่าทิ้งข้า!! ท่านแม่! ฮื่อ ท่านแม่”

คุณหนูอี้ซูฮวาผวาสะดุ้งเฮือกสะดุดลมหายใจของตนเองทุกครั้งเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ นางจะหัวใจเต้นแรงจนรู้สึกเจ็บหน้าอก เพราะใบหน้าเจ็บปวดทรมานของมารดาก่อนสิ้นใจยังติดอยู่ในใจไม่เคยจาง

“ท่านแม่ข้าคิดถึงท่าน ข้าหนาวเหลือเกิน ทำไมท่านพ่อถึงได้ใจร้ายนัก”

คุณหนูอี้ซูฮวารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจระคนโกรธแค้นท่านพ่อ แต่เพราะคำว่าบุญคุณของผู้ให้กำเนิดมันยิ่งใหญ่นักนางจึงยอมอยู่นิ่งๆ ไม่คิดแก้แค้น

ถึงแม้ตอนนี้นางอายุจะย่างเข้าสิบเก้าหนาวแล้ว แต่นางก็ยังต้องการความอบอุ่นจากมารดาเหมือนเมื่อครั้งเยาว์วัย เพราะตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้นผ่านไปท่านอี้ไม่เคยเหลียวแลบุตรสาวผู้นี้อีกเลยซ้ำยังขับไล่หนิงหวงสาวใช้คนสนิทของมารดาออกจากจวนไม่ให้มายุ่งเกี่ยวช่วยเหลือใดช่างโหดร้ายนัก

แม้นในยามนี้อากาศจะหนาวสักเพียงใดแต่ก็หาเทียบได้กับความหนาวเหน็บภายในใจของอี้ซูฮวาผู้โดดเดี่ยว ร่างบางสั่นเทาสะอื้นไห้ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

ไม่ไกลจากตรงนั้นมีร่างท้วมของหนิงหวงสาวใช้ผู้จงรักภักดีต่ออนุอี้ลี่อินแอบอยู่หลังพุ่มไม้รกทึบมองคุณหนูของตนอย่างสงสาร

“โถ่!! คุณหนูของหนิงหวง รอให้หนิงหวงผู้นี้หาความจริงได้เมื่อไหร่จะพาคุณหนูไปทวงความเป็นธรรมให้อนุอี้ลี่อิน”

หนิงหวงอยากเข้าไปกอดปลอบคุณหนูเหลือเกินแต่ติดตรงที่ถูกสั่งห้ามหากนางฝ่าฝืนรังแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้ตนและคุณหนูของตนโดยใช่เหตุ

อีกฟากของคนถูกแอบดู รับรู้ได้ถึงสายตาปริศนาจนอี้ซูฮวารู้สึกหวาดกลัว รีบลุกขึ้นเก็บข้าวของแล้วกลับเรือนท้ายจวนของตนไป

แต่ทันทีที่ถึงบริเวณเรือนเท่านั้น เสียงแข็งกร้าวของท่านอี้อ้ายฉิงก็ดังขึ้น

“ลูกชั่ว!! กลับมาแล้วรึ! อยู่เรือนดีๆ ไม่ชอบ ชอบออกไปเร่ขายน้ำเมา ใฝ่ต่ำเหมือนแม่ของเจ้าไม่มีผิด!! แต่งตัวเป็นชายคิดว่าจะตบตาข้าได้เช่นนั้นรึ!! วันนี้ข้าจักโบยเจ้าให้เข็ดหลาบ”

“นี่ไม้โบยอันใหญ่และหนักข้าเตรียมไว้ให้ท่านพ่อแล้ว”

อี้เหมยลี่ยื่นไม้โบยให้ท่านอี้พร้อมกับส่งยิ้มร้ายให้พี่สาวต่างมารดา สาแก่ใจที่เห็นอีกฝ่ายถูกทำโทษ

♥️ร้าย!! เกินไปแล้วนะ ท่านอ๋อง♥️

คุณหนูท้ายจวน 3/3

อี้ซูฮวาตกใจยืนแน่นิ่งตัวแข็งทื่อข้าวของที่หาบอยู่บนบ่าร่วงลงไปกองกับพื้น นัยน์ตาสวยไหวระริกกลัวสายตาท่านอี้ที่มองมายังตน

“เหตุใดเจ้าต้องทำตัวตกต่ำหาบเร่ของขายเยี่ยงชาวบ้านอนาถา ข้าเลี้ยงดูเจ้าไม่ดีหรืออย่างไร ฮูหยินก็ส่งข้าวส่งน้ำแก่เจ้าไม่ได้ขาด เหตุใดไม่ไว้หน้าข้าบ้าง! ชาวบ้านจะติฉินนินทาข้ามากเพียงใดเจ้าคิดหรือไม่! พวกเจ้า! ไปลากตัวคุณหนูซูฮวามาวางบนแท่นไม้โบย!!”

สาวใช้คู่กายของคุณหนูอี้เหมยลี่ปรี่เข้าไปฉุดรั้งอี้ซูฮวามานอนคว่ำหน้า กดร่างบางแนบแน่นบนแท่นไม้รอการลงทัณฑ์

อี้ซูฮวาปลิวไปตามแรงรั้ง นางไม่ขัดขืนให้เสียแรง เพราะถึงอย่างไรท่านพ่อผู้โหดเหี้ยมก็ลงไม้โบยตนอยู่ดี พลางแสยะยิ้มสมเพชตัวเองเมื่อได้ยินท่านพ่อกล่าวออกมาว่าฮูหยินส่งข้าวส่งน้ำไม่ได้ขาด นางได้แต่แอบเถียงในใจว่ามีมนุษย์ผู้ใดบ้างกินข้าวบูดเน่า

ไม้โบยกระทบลงบนก้นงามงอนอยากแรงด้วยฝีมือของพ่อผู้ให้กำเนิด ถึงจะเจ็บแต่ก็ไร้ซึ่งเสียงร้องโอดโอย นัยน์ตาเรียวหวานหลับสนิทเม้นปากแน่นกัดฟันทน ภาวนาให้การโบยนี้สิ้นสุดโดยไว

อ๋องอี้อ้ายฉิงฟาดไม้โบยสุดแรงไร้ความปรานี รู้สึกโกรธบุตรสาวมากมายที่แข็งขืนท้าทายตนด้วยการไม่ร้องขอความเมตตาสักคำ

“เก่งนักรึ!! ดี!! ข้าจักโบยให้หนัก”

การเงียบและการยอมรับโทษโดยที่ตนไม่ผิดของอี้ซูฮวา ไม่ได้ช่วยให้ท่านอี้สงสารมีแต่เติมเชื้อไฟให้อีกฝ่ายโมโหมากขึ้น แต่นางก็แข็งใจอดทนไม่ร้องโอดครวญใดออกมาให้น้องสาวต่างมารดาสมเพชเอาได้

“อวดดีเหมือนแม่เจ้าไม่มีผิด ไร้สำนึก ใฝ่ต่ำทำแต่เรื่องชั่วๆ”

เสียงการลงไม้แต่ละครั้งดังไกลจนหนิงหวงได้ยินนางแอบดูอยู่ด้วยความสงสารแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ กำมือแน่นมองท่านอี้และบุตรสาวคนเล็กของเขาอย่างเคียดแค้น

ทางด้านคุณหนูอี้เหมยลี่ยืนกอดอกแสยะยิ้มสาแก่ใจที่เห็นพี่สาวต่างมารดาเจ็บปวด ยิ้มระรื่นยืนดูท่านพ่อโบยพี่สาวจนสลบไปแต่ก็หาได้เอ่ยบอกให้หยุด

ท่านอี้อ้ายฉิงโบยจนหมดแรง จนเห็นว่าบุตรสาวแน่นิ่งไปแล้วจึงทิ้งไม้โบยลงพื้น ยืนพักเหนื่อยหอบหายใจสักครู่ แล้วเอ่ยบอกทุกคนกลับเรือนของตนทิ้งบุตรสาวคนโตไว้อย่างไม่ไยดี

หนิงหวงส่งสายตาชิงชังมองตามท่านอี้ใจเหี้ยมโหดและคุณหนูใจมารไปจนพวกเขาลับตาไปไกลก็วิ่งออกมาจากที่หลบซ่อน อุ้มตัวคุณหนูของตนเข้าไปในเรือนหลังเล็ก น้ำตาแห่งความสงสารไหลออกมาไม่ขาดสาย

“คุณหนู กรรมอันใดหนอถึงมีพ่อแบบนี้ หนิงหวงจะทายาให้”

มือเหี่ยวๆ ดึงกางเกงผู้ชายเก่าๆ ออกจากก้นของอี้ซูฮวา หัวใจของนางต้องแตกสลาย เมื่อเห็นรอยแยกบนผิวสวยๆ มีเลือดซึมออกมา

นางปาดเช็ดน้ำตาทิ้งแล้วล้วงเอายาสมานแผลมาทาอย่างเบามือ ใช้ผ้าขาวปิดแผลไว้ แล้วไปหุงหาอาหารให้คุณหนู ก่อนไปนางได้เขียนจดหมายทิ้งไว้

ยามห้ายผ่านไปคุณหนูอี้ซูฮวารู้สึกตัวเพราะความเจ็บปวดแผ่กระจายไปทั่วก้นปวดร้าวลามไปจนถึงขาเรียว นางค่อยๆ พยุงกายขึ้นถึงจะเจ็บแต่ก็ไม่มีน้ำตาให้ร้องอีกมันได้เหือดแห้งไปหมดแล้ว

แต่ยังไม่ได้ขยับกายไปไหนเสียงท้องร้องหิวข้าวก็ดังขึ้น

มือบางลูบหน้าท้องบรรเทาความหิวพยายามพยุงกายจะไปหุงหาอาหาร มองหาไม้พอจะใช้ค้ำเดิน แต่สายตาแลไปเห็นถ้วยอาหารวางอยู่บนโต๊ะเล็กกลางห้อง

ด้วยความสงสัยทนเจ็บพยุงตัวไปที่โต๊ะ มีอาหารสองอย่าง น้ำซุปและข้าวสวยหนึ่งถ้วยวางอยู่ และมีแผ่นกระดาษวางอยู่ใต้ถ้วยข้าว มือเล็กจึงหยิบมันขึ้นมาดู

อี้ซูฮวากวาดสายตาตามตัวอักษรที่เรียงรายอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น ที่มีใจความว่า

*หนิงหวงขอโทษที่ทิ้งคุณหนูให้ลำบากอยู่นาน บัดนี้สาวใช้ผู้นี้หลบทหารที่คอยคุมได้แล้ว ต่อไปคุณหนูไม่ต้องออกไปเร่ขายเหล้าบ๊วยให้ถูกโบยอีก หนิงหวงผู้นี้จะมาเอาไปเร่ขายให้เอง จงดูแลตัวเองให้ดี แล้วหนิงหวงจะแอบเข้ามาหาใหม่*

“ขอบคุณท่านแม่ที่ส่งหนิงหวงกลับมาให้ข้า”

น้ำตาแห่งความดีใจหยดลงบนกระดาษจนเปียกเมื่ออ่านจบ ยิ้มกว้างก่อนจะฉีกกระดาษแผ่นนั้นทิ้งทำลายหลักฐาน เพราะนางยังจำคำที่ท่านพ่อได้ประกาศกร้าวเมื่อครั้งขับไล่หนิงหวงหนีไปว่าหากท่านพ่อพบเห็นหนิงหวงคอยให้ความช่วยเหลือดูแลตนจะปลิดชีพนางทันที

ตั้งแต่รู้ว่าไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวในโลกคุณหนูอี้ซูฮวาใช้ชีวิตอยู่แต่เรือนหลังเล็กท้ายจวนไม่ออกไปไหน ตอนกลางวันนางจะเตรียมเหล้าบ๊วยใส่ไหรอหนิงหวงที่จะแอบเข้ามาหาบเหล้าไปขายในยามอิ๋น และในยามวิกาลนางจะแอบไปศึกษาตำราต่างๆ ในหอสมุดเพื่อหาความรู้เหมือนที่เคยแอบทำมาโดยตลอด

และในทุกๆ ครั้งอี้ซูฮวาจะทำซาลาเปาห่อผ้าใส่ในตะกร้าไว้ให้สาวใช้ได้กิน

ผ่านมาหลายวันบาดแผลของคุณหนูอี้ซูฮวาก็หายดี นางใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกว่าแต่ก่อนมาก และตอนนี้นางกำลังนั่งรับลมอยู่ใต้ต้นบ๊วยเฉกเช่นทุกวันเมื่อเสร็จจากงาน แลเห็นสาวใช้จากเรือนชั้นในหอบข้าวของพะรุงพะรังเดินมา

“เฮ้อ!! ของเน่ามาแล้ว ช่างตรงเวลาดีเสียจริง”

อี้ซูฮวาเอ่ยจบสาวใช้ก็มาถึงพอดี

“ท่านอี้ให้เอาของมาให้ และสั่งให้คุณหนูสวมชุดพวกนี้ไปที่จวนของท่านในวันรุ่งขึ้น”

เมื่อสาวใช้เดินจากไปอี้ซูฮวาแกะห่อผ้าแปลกตากว่าทุกครั้งที่สาวใช้เอามาให้ดู มันไม่ใช่ของเน่าเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา แต่มันคือชุดสตรีสีแดงเนื้อผ้านุ่มตกแต่งลวดลายแต่พองามพร้อมเครื่องประดับเงินสองชิ้น

“ท่านพ่อส่งชุดแต่งงานมาให้ข้าด้วยเหตุผลอันใด”

มือบางลูบคลำชุดสวยสีแดงพลางครุ่นคิดหาสาเหตุ เดินเหม่อลอยถือชุดแต่งงานเข้าเรือนไป

ตกยามอิ๋นหนิงหวงก็เข้ามาใจเรือนเห็นคุณหนูของนางนั่งมองชุดแดงที่วางอยู่บนตัก

“คุณหนู!! ไปเอาชุดนี้มาจากที่ใดกัน”

“ท่านพ่อให้มา”

ถึงนางจะถูกสั่งห้ามไม่ให้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหน หรือดูเทศกาลต่างๆ แต่นางก็ขยันหมั่นเพียรใฝ่หาความรู้ ทำไมจะไม่รู้ว่าหากใส่ชุดนี้มันคืออะไร

“โถ่!! คุณหนู”

หนิงหวงเข้าไปกอดอี้ซูฮวา นางไม่รู้จะช่วยคุณหนูของตนอย่างไรดี นางจะเอาอะไรไปทัดทานท่านอี้ขุนนางใหญ่แห่งเมืองนี้ได้ ขนาดชีวิตของตนตอนนี้ยังต้องหลบๆ ซ่อนๆ แม้นยามไปเร่ขายเหล้านางยังปลอมตัวไปขายที่ตลาดมืด พลางคิดในใจพ่อใจมารจะส่งลูกสาวขึ้นเกี้ยวไปให้ตระกูลใดกันหนอ

“หนิงหวงไม่ต้องกังวลไป ข้าว่ามันอาจจะเป็นการดีก็ได้ที่จะได้ออกจากจวนแห่งนี้”

“คุณหนู!! การอยู่กับสามีที่ไม่มีใจก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น

“อยู่ที่นี่ก็นรก สู้ไปเสี่ยงดวงเอาข้างหน้าก็ไม่เสียหายไม่ใช่หรือ”

“โถ่!! คุณหนู”

หนิงหวงเข้าไปกอดคุณหนูของตนอย่างสงสาร ไม่รู้จะหาทางช่วยเจ้านายที่รักได้อย่างไร

“หนิงหวงไปเถอะ ไม่ต้องห่วง ข้าเติบโตและเข้มแข็งรอวันออกจากจวนนี้ตามคำสั่งเสียของท่านแม่”

สิ้นเสียงของคุณหนู หนิงหวงก็คลายอ้อมกอดแล้วก็หาบไหเหล้าไปขาย

เมื่อสาวใช้จากไปคุณหนูอี้ซูฮวาก็แต่งองค์ทรงเครื่องที่ท่านอี้ส่งมาให้อย่างสวยงาม นางจะออกจากที่นี่อย่างสตรีผู้งดงาม ไม่เศร้าเสียใจไม่ร้องไห้อีก

♥️ท่านอ๋องจะส่งซูฮวาไปที่ใด♥️

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...