โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตาโควิดสายพันธุ์ใหม่ JN.1 ระบาดเพิ่มในยุโรป-อเมริกาเหนือ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 พ.ย. 2566 เวลา 06.18 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2566 เวลา 06.10 น.

จับตาไวรัสโควิด-19 สายพันธ์ุใหม่ JN.1 หลบภูมิคุ้มกันดีขึ้น จนระบาดเพิ่มในยุโรป-อเมริกาเหนือ

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เฟซบุ๊ก Center for Medical Genomics กล่าวถึง สถานการณ์กลายพันธุ์ที่รวดเร็วของไวรัสโรคโควิด-19 จาก BA.2.86 ไปเป็น JN.1 ซึ่งกำลังระบาดเพิ่มขึ้นในยุโรป-อเมริกาเหนือ โดยเฉพาะประเทศฝรั่งเศส

โดยศูนย์ระบุว่า ไวรัสโรคโควิด-19 สายพันธุ์ย่อยใหม่ JN.1 (BA.2.86.1.1) มีประสิทธิภาพการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันดีขึ้น ซึ่งขณะนี้พบ JN.1 ระบาดเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในยุโรปและอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝรั่งเศส

ทั้งนี้ เนื่องจากการกลายพันธุ์ในตำแหน่ง L455S ของ JN.1 เพิ่มความสามารถหลบหลีกภูมิคุ้มกันอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะสูญเสียความสามารถในการจับกับผิวเซลล์ลงบ้าง ทำให้สามารถเอาชนะโอมิครอน BA.2.86 รุ่นพ่อแม่และโอมิครอนสายพันธุ์หลักอย่าง HV.1 และโอมิครอน JD.1.1 ได้

ศูนย์ยังย้ำว่า วิวัฒนาการกลายพันธุ์โดยเฉพาะส่วนหนามอย่างรวดเร็วจากโอมิครอน BA.2.86 ไปเป็นโอมิครอน JN.1 คล้ายคลึงกับการเปลี่ยนผ่านก่อนหน้านี้ จากโอมิครอน BA.2.75 ไปเป็นโอมิครอน CH.1.1

ทำให้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดีต้องถอดรหัสพันธุกรรมโควิด-19 ทั้งจีโนมเพื่อติดตามสายพันธุ์ของโควิด-19 อย่างใกล้ชิด ทั้งในส่วนการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันและการเข้าจับกับผิวเซลล์

“โควิด-19 จะเน้นการกลายพันธุ์ในส่วนหนามที่ช่วยเพิ่มการหลบหนีของภูมิคุ้มกันในระหว่างการแพร่เชื้อ ซึ่งมักจะต้องแลกมาด้วยคุณสมบัติของความสามารถในการจับกับผิวเซลล์ที่ลดลง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...