โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก “Jipjip Money” สินเชื่อสินค้าแบรนด์เนม เจ้าแรกของโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ต.ค. 2566 เวลา 14.10 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2566 เวลา 14.06 น.
เสาวนีย์ ผไทวณิชย์

บริษัท เงินเรื่องจิ๊บ จำกัด เปิดตัวธุรกิจใหม่ “Jipjip Money” สินเชื่อสำหรับสินค้าแบรนด์เนมเจ้าแรกในโลกและเจ้าเดียวในไทย รับตลาด luxury เติบโตต่อเนื่อง

วันที่ 25 ตุลาคม 2566 นางสาวเสาวนีย์ ผไทวณิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เงินเรื่องจิ๊บ จำกัด เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “Jipjip Money” สินเชื่อสำหรับสินค้าแบรนด์เนมที่แรกของโลกและที่เดียวในประเทศไทย หลังเพิ่งประสบความสำเร็จจากการเปิดตัว “bagforcash” ธุรกิจขายฝากกระเป๋าแบรนด์เนมไปเมื่อเดือนมีนาคม 2566 ที่ผ่านมา

บริษัท เงินเรื่องจิ๊บ จำกัด เริ่มต้นมาจากแพสชั่นของ น.ส.เสาวนีย์ที่หลงใหลในกระเป๋าแบรนด์เนมและศึกษาจนเกิดความชำนาญ ด้วยประสบการณ์ในวงการกระเป๋ากว่า 15 ปี ทำให้เข้าใจและมองเห็นโอกาสในตลาด luxury

จึงเกิดเป็นไอเดียธุรกิจ “bagforcash” กระเป๋าแลกเงินขึ้นเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงจัดตั้ง บริษัท เงินเรื่องจิ๊บ จำกัด ขึ้นมาด้วยทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท จนกระทั่งได้รับใบอนุญาตสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ จากธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2565

สินเชื่อแบรนด์เนมเจ้าแรกในโลก

สำหรับธุรกิจใหม่ Jipjip Money น.ส.เสาวนีย์ กล่าวว่า Jipjip Money ทำหน้าที่เหมือนบริษัทสินเชื่อทั่วไป เมื่อลูกค้าเจอกระเป๋าที่อยากได้ ก็คุยเรื่องวงเงินกับบริษัทฯ ส่งเอกสารรับรองเงินเดือนต่าง ๆ แล้วบริษัทฯ ก็จะดำเนินการอนุมัติต่อไป เหมือนกับซื้อรถและบ้าน เพียงแต่เปลี่ยนโปรดักต์มาเป็นกระเป๋าแบรนด์เนม

Jipjip Money

สำหรับดอกเบี้ยและวงเงินที่อนุมัติก็จะขึ้นอยู่กับเครดิตลูกค้า ถ้าเครดิตดีบริษัทฯ ก็สามารถให้ดอกเบี้ยต่ำได้ โดยมีอัตราอยู่ที่ 1.59-1.99% ต่อเดือน ภายใต้ระยะเวลา 12-60 เดือน ในวงเงินบัตรั้งแต่ 30,000 บาทและไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อสัญญา โดยลูกค้าต้องมีเงินเดือนขั้นต่ำที่ 30,000 บาท

บริษัทฯ มีความเชื่อเรื่องเครดิต คนที่เครดิตดีจะไม่อยากผิดนัดชำระหนี้ บริษัทฯ เพียงเซ็ตสกอร์ของให้สูงขึ้นและเช็กทุกอย่างตามกระบวนการ อนุมัติวงเงินไม่ได้ไม่เป็นไร แต่อย่าเอาหนี้เสียพอ

ตอนนี้เริ่มมีลูกค้าเสนอขอสินเชื่อมาแล้ว 10 สัญญา ตั้งเเต่เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทฯ อนุมัติไปแล้ว 4 สัญญา

เนื่องจากยอด bagforcash ธุรกิจขายฝากกระเป๋าอีกแบรนด์หนึ่งของบริษัทฯ ที่ทำมาก่อนหน้านี้มียอดสัญญารวมประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเยอะอยู่แล้ว ดังนั้น ถ้า Jipjip Money ทำยอดได้เดือนละ 10 ล้านบาท ก็พอใจแล้ว

สำหรับธรุกิจนี้ ร้านค้าต้องส่งกระเป๋ามาให้บริษัทฯ เพื่อทำการตรวจสอบ ทั้งเรื่องความแท้และการประเมินราคาจากผู้เชี่ยวชาญและ AI ที่มีมาตรฐานระดับโลก

โดยบริษัทฯ เป็นพาร์ตเนอร์กับกว่า 20 ร้าน จากนั้นบริษัทฯ จะนำส่งสินค้าให้ลูกค้าด้วยตนเอง เพื่อป้องกันกรณีที่ลูกค้าทำสัญญาเปล่าหรือนำเงินไปใช้อย่างอื่นที่ไม่ได้ซื้อกระเป๋า

“กระเป๋าแลกเงิน” ประสบความสำเร็จ

น.ส. เสาสนีย์ กล่าวอีกว่า สำหรับ bagforcash ที่บริษัทฯ เปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคม 2566 ที่ผ่านมาถือว่าประสบความเร็จเป็นอย่างมากจากลูกค้าทั่วประเทศ

Bagforcash มียอดการขายฝากกว่า 1,200 สัญญา มูลค่ารวมประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ คิดดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปีตามกฎหมายกำหนด และให้สัญญาละไม่เกิน 2 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายที่ 25-30 ล้านบาทต่อเดือน

บริษัทฯ จะมีการเตือนลูกค้าในช่วงใกล้ถึงเวลาต่อสัญญา ตั้งแต่ 15 วัน 7 วัน 3 วัน จนกระทั่งวันสุดท้าย เพื่อสื่อว่าบริษัทฯ ไม่ได้อยากได้กระเป๋าของลูกค้า ทั้งนี้มีจำนวนลูกค้าที่ผิดนัดชำระตามสัญญาอยู่ที่ 2%

ตอนนี้บริษัทฯ มีตู้เซฟเพื่อรักษากระเป๋าลูกค้าที่มาแลกเป็นเงินภายในออฟฟิศบนพื้นที่ 500 ตารางเมตร ปัจจุบันมีอยู่ 2 ตู้ และกำลังจะขายตู้ที่ 3 โดยแต่ละตู้เก็บกระเป๋าได้ถึง 800 ใบแบบ 1 ต่อ 1 ซึ่งได้ทำประกันกับบริษัทประกันไว้ด้วยในวงเงิน 150 ล้านบาท

Jipjip Money

แบรนด์เนมไม่ฟุ่มเฟือย

น.ส.เสาวนีย์ ผไทวณิชย์ กล่าวว่า สินค้าแบรนด์เนมไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย ส่วนตัวมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนและสามารถทำกำไรให้กับผู้ครอบครองได้เป็นอย่างดี นอกจากมูลค่าที่สูงขึ้นแบบก้าวกระโดด ยังสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ไวกว่า สามารถดูได้จากอัตราการเติบโตของมูลค่าตลาดสินค้า luxury ทั่วโลกที่สูงขึ้นทุกปี ไม่ว่าเศรษฐกิจโลกจะเป็นอย่างไร

ในปี 2565 มูลค่าตลาดสินค้า luxury ทั่วโลกสูงถึง 13 ล้านล้านบาท และในประเทศไทยก็มีมูลค่าตลาดกว่า 1.41 แสนล้านบาท

“ความนิยมของกระเป๋าแบรนด์เนมไม่เคยลดลง แต่กลับมีมูลค่าสูงขึ้นแซงเกินเงินเฟ้อด้วยซ้ำ หากวันนี้คนกู้ซื้อรถ กู้ซื้อบ้านได้เป็นปกติ เราก็เชื่อว่าการกู้ซื้อกระเป๋าก็ไม่น่าใช่เรื่องแปลกอะไร

แค่คนอาจจะยังไม่ชิน เพราะยังติดยึดกับความเชื่อเดิม ๆ ว่าสินค้าแบรนด์เนมเป็นสิ่งของฟุ่มเฟือย แต่หากใช้เหตุผลมาประกอบ ลองเทียบมูลค่ากระเป๋าแบรนด์เนมกับรถยนต์หรืออสังหาริมทรัพย์สักหลัง แบบ 1 ต่อ 1 โดยใช้เงินเท่ากัน ระยะเวลาเท่ากัน รับรองว่ากระเป๋าแบรนด์เนมยังคงมูลค่าสูงกว่า

ที่สำคัญค่าบำรุงรักษากระเป๋าแบรนด์เนมยังใช้เงินน้อยกว่า หรือหากมีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วน กระเป๋าแบรนด์เนมสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่ายกว่ารถและอสังหาริมทรัพย์ แต่อย่างไรก็ตามผู้ลงทุนควรศึกษาและเข้าใจตลาดแบรนด์เนมให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน” น.ส.เสาวนีย์ ผไทวณิชย์

Jipjip Money

เตรียมเข้าตลาดปี 2569

สำหรับแผนการตลาดในอนาคตของบริษัท เงินเรื่องจิ๊บ จำกัด ที่วางไว้ น.ส.เสาวนีย์ กล่าวว่า เป้าหมายของบริษัทคือเจ้าแรกในตลาดสินเชื่อแบรนด์เนม และพร้อมที่จะพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งมั่นใจว่าตอนนี้บริษัทฯ เราคือคือที่ 1 ในตลาดสินเชื่อแบรนด์เนมในไทย

“เราตั้งเป้าว่าทั้ง 2 แบรนด์ที่กล่าวมาจะมียอดจากการทำสัญญารวมกัน 400 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทเรามีกำไรสุทธิอยู่ที่ 18-20% จากนี้มีแพลนที่จะขยายไปยังต่างประเทศแน่นอน และมีแผนที่นำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายใน 3 ปี หรือในปี 2569 ด้วย” น.ส.เสาสนีย์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...