โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่วย คำศัพท์ที่มีความหมายในแง่ลบบนสื่อ มาจากไหน?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 10 พ.ย. 2566 เวลา 02.39 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2566 เวลา 08.50 น.
สติกเอกร์หน้ารถ ส่วย รถบรรทุก

“ส่วย” คำศัพท์ที่คุ้นเคยที่เห็นในสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อโซเชียลเสมอๆ หากหลายครั้งที่เห็น ส่วยคำนี้มักให้ความหมายในทางลบ แล้วคำว่าส่วยหมายถึงอะไร

สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่ม 27 อธิบายว่า ส่วยเป็นชนชาติในตระกูลมอญ-เขมร แต่พวกส่วยเรียกตัวเองว่า “กวย” หรือ “กูย” ซึ่งแปลว่า คน ถิ่นเดิมของพวกส่วยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศลาว

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานคำว่า “ส่วย” น่าจะมีเค้าจากภาษาแต้จิ๋วว่า “ส่วยโป๊ว” ซึ่งหมายถึงการเก็บส่วนลดจากผลประโยชน์ของราษฎร

นอกจากนี้ ส่วยยังเป็นวิธีเรียกเก็บภาษีอากรในสมัยโบราณของของไทย ที่ประกอบด้วย จังกอบ, ฤชา, อากร และส่วย

จังกอบ หรือ จกอบ คือ ภาษีที่จัดเก็บจากสินค้าที่ผ่านด่านภาษี จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ภาษีผ่านด่าน” จังกอบบางส่วนจัดเก็บจากสินค้าเข้าและสินค้าออก ซึ่งในปัจจุบันเรียกว่า “ภาษีศุลกากร” การเก็บจังกอบนั้นอาจจัดเก็บในรูปสิ่งของ เช่น การเก็บชักส่วนสินค้าผ่านด่านตามพิกัดเก็บ 10 หยิบ 1 หรือจัดเก็บเป็นตัวเงินตามขนาดของยานพาหนะที่ขนสินค้า เช่น ตามน้ำหนัก ความยาว หรือความกว้างของปากเรือ เป็นต้น จังกอบจึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ภาษีปากเรือ”

อากร คือ ส่วนที่เก็บชักจากผลประโยชน์ที่ราษฎรทำมาหาได้ในอาชีพต่าง ๆ เช่น ทำนา ทำไร่ ทำสวน ฯลฯ หรือโดยได้รับสิทธิจากรัฐบาลไปกระทำการ เช่น ต้มกลั่นสุรา เก็บของในป่า จับปลาในน้ำ ฯลฯ เรียกว่า อากรค่านา, อากรสุรา, อากรค่าน้ำ ฯลฯ โดยการเก็บอากรอาจจัดเก็บเป็นตัวเงินหรือเป็นสิ่งของก็ได้

ฤชา คือ ค่าธรรมเนียมที่ทางราชการเรียกเก็บจากราษฎร ซึ่งได้รับประโยชน์จากรัฐเป็นการเฉพาะตัว เช่น ผู้ใดจะขอโฉนดตราสาร เพื่อมิให้ผู้อื่นบุกรุกแย่งชิงที่เรือกสวนไร่นา จักต้องเสียฤชาแก่รัฐ เป็นต้น ฤชาที่สำคัญได้แก่ ค่าธรรมเนียม และค่าปรับทางการศาล

ส่วน ส่วย นั้นมีความหมายอย่างน้อย 4 นัย คือ

1. ส่วยคือสิ่งของที่รัฐบาลเรียกร้องเอาจากเมืองที่อยู่ใต้ปกครอง หรืออยู่ในความคุ้มครองเป็นค่าตอบแทน ส่วยตามความหมายนี้จึงมีลักษณะเป็นเครื่องราชบรรณาการ

2. ส่วยคือเงินช่วยราชการตามที่กำหนดเรียกเก็บจากราษฎรชายที่มิได้รับราชการทหาร โดยเรียกเก็บเป็นรายบุคคล ด้วยสังคมไทยแต่ดั้งเดิมมีระบบการเกณฑ์แรงงานจากราษฎร โดยรัฐไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง แต่รัฐจะให้ความคุ้มครองทางกฎหมายเป็นการตอบแทน

ภายหลังเมื่อปัญหาการขาดแคลนแรงงานผ่อนคลาย จำนวนการเข้าเดือนจึงลดลงจากปีละ 6 เดือน เหลือปีละ 4 เดือนในสมัยกรุงธนบุรี และเปลี่ยนเป็นเสียส่วยแทน เพื่อที่ทางราชการจะได้นำไปจ้างคนมาทำงานแทน เรียก “ส่วยแทนแรงงาน” ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “ค่าราชการ” และเปลี่ยนชื่อเป็น “เงินรัชชูปการ” (แปลว่า เงินบำรุงแผ่นดิน) ในรัชกาลที่ 6

3. ส่วยคือเงินที่ทางราชการเกณฑ์ให้ราษฎรร่วมรับภาระในการกระทำการบางอย่าง เช่น เกณฑ์ให้ช่วยกันเลี้ยงแขกเมือง หรือเกณฑ์ให้ช่วยกันสร้างป้อมปราการ เป็นต้น

4. ส่วยคือทรัพย์มรดกของผู้มรณภาพซึ่งต้องถูกริบเป็นของหลวง เนื่องจากเกินกำลังของทายาทจะเอาไว้ใช้สอย

ส่วนส่วยที่เป็นข่าวอยู่ขณะนี้ เข้าข่ายส่วยประเภทใด หรือควรบัญญัติคำจำกัดใหม่ ขอท่านผู้อ่านโปรดวินิจฉัย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

ข้อมูลจาก :

อิสริยา เลาหตีรานนท์. ส่วย (30 ตุลาคม 2551) เว็บไซต์สำนักงานราชบัณฑิตยสภา (http://legacy.orst.go.th/)

รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์. ภาษีอากร ในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย, สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ไม่ได้ระบุปีที่พิมพ์).

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...