24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 18 มกราคม 2567
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 18 มกราคม 2567
>> ไฟไหม้บ้าน เสียหายวอดเกือบหมดทั้งหลัง
07.49 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองนาคำ รับเเจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ บ้านกุดกั้ง ม4 ต.ขนวน อ.หนองนาคำ จ.ขอนแก่น
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ พลเมืองดี และชาวบ้านพยามใช้น้ำเพื่อดับเพลิง แต่เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว สร้างความเสียหายเกือบทั้งหลัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ทต.ขนวน ร่วมดำเนินการใช้หัวฉีดน้ำ จนสามารถควบคุมและเพลิงได้สงบลงในเวลาต่อมา ขณะเกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ สันนิษฐานว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองนาคำ
>> ไปไม่ถึงฝัน สาว ม.6 โควต้า มช. ถูกกระบะชนดับยายหลั่งน้ำตา
08.30 น. สภ.เมือง บุรีรัมย์ รับแจ้งมีเหตุรถชนกันบริเวณสี่แยกไฟแดงถนนเลี่ยงเมือง บริเวณหน้า สายธารรีสอร์ต คาดมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จึงประสานหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม และหน่วยกู้ชีพ เทศบาลเมืองชุมเห็ด ร่วมตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ อีซูซุ สีเทา ทะเบียน บุรีรัมย์ จอดอยู่ข้างทางสภาพไฟหน้าด้านซ้ายได้รับความเสียหาย มีล้อรถหลุดออกมา และข้างทางพบร่าง น.ส.กุ้ง อายุ 18 ปี สภาพแขนขาหักหลายแห่ง และพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า ฟีโน ทะเบียน บุรีรัมย์ สภาพชิ้นส่วนรถกระเด็นออกมากระจายทั่วบริเวณ
ยายน้องกุ้ง ที่เป็นคนเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเล็กร้องไห้ด้วยความเสียใจ พร้อมกับเล่าว่า หลานเป็นเด็กเรียนดี บอกยายว่าได้โควต้าจะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หลานเป็นคนน่ารักรำสวย เคยบอกกับยายว่าจะไปเรียนภาษาจีนและอยากเป็นครูสอนภาษา หรือเป็นล่ามแปลภาษา เพราะหลานเก่งด้านนี้ แต่ไม่คิดว่าฝันของหลานจะสลายไปเพราะอุบัติเหตุ
ขณะที่ คนขับรถกระบะ เล่าว่า ตนกลับจากเอารถไปซ่อมที่ศูนย์บริการ ขากลับขับมาตามปกติ พอมาถึงสี่แยก จำได้ว่าตอนนั้นเป็นไฟเขียวจึงขับไหลไป ไม่คิดว่ารถมอเตอร์ไซค์อีกคันจะโผล่มาด้านซ้ายจึงพุ่งชนดังกล่าว ทั้งนี้ทางด้านคดี ตำรวจจะทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป
>> ผบ.ตร.สั่งตั้ง ศปก.พิสูจน์เอกลักษณ์ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียทุกมิติ
10.30 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้เดินทางมาตรวจติดตามการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.7 , สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในเหตุการณ์โรงงานพลุระเบิด จ.สุพรรณบุรี
ผบ.ตร. กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย ในวันนี้มาเป็นกำลังใจให้ทีมงาน เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยพยายามลงมาช่วยเหลือญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต และตรวจสอบให้ได้ว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร ที่พิสูจน์ได้ ตามข้อห่วงใยของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ขณะนี้ยืนยันเสียชีวิต ประมาณ 23 ราย แต่ตอนนี้เราพบร่าง 22 ราย ยังอยู่ในที่เกิดเหตุ 4 ราย กำลังจะเคลียร์พื้นที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และอีโอดีเข้าไปเคลียร์พื้นที่อีกครั้ง ตอนนี้ยังทยอยนำศพออกมา ซึ่งการเข้าเคลียร์พื้นที่ต้องใช้ความระมัดระวัง และต้องรักษาสภาพที่เกิดเหตุไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อตรวจสอบวัตถุพยานที่เกิดเหตุนั้นสำคัญเพื่อ ดูสาเหตุการเกิดเหตุครั้งนี้ด้วย
นอกจากนี้ ผบ.ตร.กล่าวว่า เรื่องระเบิดไม่เหมือนเรื่องอื่นๆ เราต้องเก็บวัตถุพยานไว้ให้ได้มากที่สุด เราไม่มีผู้รอดชีวิตจากที่เกิดเหตุมาเลย จึงไม่มีประจักษ์พยานมาบอกว่าสาเหตุอะไร ดังนั้นต้องใช้นิติวิทยาศาสตร์ในการช่วยตรวจพิสูจน์ ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงาน ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ระดมชุดพิสูจน์หลักฐาน นิติเวช และพนักงานสอบสวน ร่วมตรวจที่เกิดเหตุ หาพยานหลักฐาน พิสูจน์ทราบสาเหตุการระเบิด อย่างละเอียดรอบคอบ และทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา รวมทั้งประเด็นข้อสงสัยของสังคมเกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิดที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
>> นายกฯ สั่งเร่งคลี่คลายสถานการณ์ และเยียวยาครอบครัวผู้ประสบภัย ควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก
11.00 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สั่งการเร่งด่วนให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งคลี่คลายสถานการณ์ ช่วยเหลือ เยียวยา ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ดำเนินการในการตรวจสอบเหตุการณ์ ซึ่ง นายกฯ ติดตามสถานการณ์สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมตรวจสอบโรงงาน
ทั้งนี้ โรงงานพลุแห่งนี้ เคยเกิดการระเบิดมาแล้ว เมื่อช่วงเดือน พฤศจิกายน 2565 จึงต้องมีการดำเนินการควบคุม ดูแลให้รัดกุมมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งในเรื่องการดำเนินกิจการ และการออกใบอนุญาตต่อไป
>> ตม. แถลงจับขบวนการลักลอบขนแรงงานบังคลาเทศส่งมาเลเซีย
13.00 น. ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมเจ้าหน้าที่ของ สตม. ร่วมแถลงข่าวขยายผลจับกุมขบวนการขนบังกลาเทศ "อัสราฟ" โดยจับกุมผู้ต้องได้ 2 ราย ได้เเก่ 1.นายอัสราฟ อายุ 46 ปี สัญชาติบังกลาเทศ 2. นายอะบู อายุ 47 ปี สัญชาติบังกลาเทศ
ด้านคดีนี้เกิดขึ้นในเดือน มกราคม - มีนาคม 66 ที่ผ่านมา ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จ.สงขลา , ตม.จ.ปัตตานี , ตม.จ.นราธิวาส และ กองกำกับการสืบสวนของ บก.ตม.6 ได้จับกุมต่างด้าวสัญชาติบังกลาเทศ หลบหนีเข้าเมืองจำนวน 41 คน รวม 5 คดี เหตุเกิดต่างท้องที่กัน พร้อมขยายผลการจับกุมดำเนินคดีผู้ให้การช่วยเหลือ จำนวน 10 คน เป็นสัญชาติไทย 8 คน คนสัญชาติบังกลาเทศ 1 คน คนสัญชาติปากีสถาน 1 คน
โดย พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ กล่าวว่า จากการวิเคราะห์พบว่าคนต่างด้าวทั้งหมดลักลอบเข้าราชอาณาจักรมาทางช่องทางธรรมชาติชายแดนไทย – กัมพูชา บริเวณจังหวัดสระแก้ว
หลังจากนั้นจะนั่งรถประจำทางมาที่กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งให้นายอะบู ลูกน้องนายอัสราฟ ทำหน้าที่จัดหายานพาหนะมาส่งให้กลุ่มคนไทยผู้ที่รอรับช่วงต่อ พื้นที่ จ.สงขลา นำพาออกทางช่องทางธรรมชาติบริเวณ จ.นราธิวาส เพื่อไปลักลอบทำงานที่ประเทศมาเลเซีย
โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนใช้เวลาเกือบ 1 ปี ในการรวบรวมพยานหลักฐานจนกระทั่งทราบว่า นายอัสราฟ ประกอบอาชีพนักธุรกิจบริษัท นำเข้า - ส่งออกสินค้าต่างประเทศ แต่เบื้องหลังทำหน้าที่ติดต่อหาคนต่างด้าวทั้งหมดกับนายหน้าที่ประเทศบังกลาเทศและประเทศกัมพูชา เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางในประเทศไทย ร่วมกับผู้ต้องหาทั้ง 10 คน ที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ เก็บค่าหัว 100,000-150,000 บาท ต่อคน พบว่าเครือข่ายดังกล่าว มีเงินหมุนเวียนในขบวนการกว่า 117 ล้านบาท
>> มท.1 กำชับทุกพื้นที่ ตรวจสอบโรงงานพลุทั่วประเทศ เน้นย้ำความปลอดภัยอย่างเข้มข้น
14.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย รุดลงพื้นที่ด่วนเพื่อรับทราบและตรวจสอบที่เกิดเหตุโรงงานพลุระเบิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมเยี่ยมและให้กำลังใจญาติผู้เสียชีวิต โดยยืนยันรัฐเร่งเยียวยาความเสียหายโดยเร็วที่สุด
มท.1 กำชับฝ่ายปกครองทั่วประเทศ คุมเข้มในเรื่องของการขอใบอนุญาตแบบปีต่อปี กวดขันการออกใบอนุญาต การตรวจสอบสถานประกอบการซึ่งได้รับอนุญาตในการผลิตหรือขายพลุ ดอกไม้ไฟ ให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชน เนื่องจากเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งก็สร้างความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจำนวนมาก
พร้อมทั้ง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่าย ดำเนินการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างเร่งด่วน และร่วมกันหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวซ้ำขึ้นอีก
>> "เบนซ์ เรซซิ่ง" ยื่นขอค่าชดเชย หลังติดคุกเกินเกือบปี
15.03 น. นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง เข้าพบ นายกองตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี เพื่อทำเรื่องขอเงินชดเชยเยียวยากรณีศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องคดีของตนเองในข้อหาสมคบกันค้ายาเสพติด แต่ได้รับโทษจำคุกในข้อหาฟอกเงินมาแล้วกว่า 4 ปี เกินจากอัตราโทษ 3 ปี 4 เดือน
นายกองตรีธนกฤต กล่าวว่า นายอัครกิตติ์ ถูกตั้งข้อหาสมคบกันค้ายาเสพติดและสบคบกันฟอกเงิน โดยศาลฎีกาได้ยกฟ้องคดียาเสพติด ส่วนคดีฟอกเงิน ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 3 ปี 4 เดือน แต่ระหว่างนั้นนายนายอัครกิตติ์ ถูกจำคุกไป 4 ปี 10 วัน เกินกว่ากำหนดโทษ 256 วัน ซึ่งกระทบสิทธิ์ของนายอัครกิตติ์ จึงมาร้องเรียนกับศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล พร้อมนำคำพิพากษาศาลทั้ง 3 ชั้น เพื่อให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ประกอบการพิจารณาเงินชดเชยเยียวยา การใช้สิทธิเยียวยาดังกล่าวถือว่าเป็นไปตามกฎหมาย โดยจะต้องมาใช้สิทธิ์ภายใน 1 ปี หลังจากพ้นโทษ ซึ่งส่วนกลางจะใช้คณะกรรมการจากกรมคุ้มครองสิทธิ์ ขณะที่ต่างจังหวัด จะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด รับผิดชอบ
โดยเกณฑ์การชดเชยเยียวยาจะยึดตามค่าแรงขั้นต่ำของแต่ละจังหวัดกับสถานที่ผู้ต้องขังถูกจองจำแต่ละแห่งซึ่งจะไม่เท่ากัน และจะไม่มากไปกว่า 350 บาท ก่อนนำมาคำนวณกับจำนวนวันที่ถูกขังเกิน เช่นกรณี นายอัครกิตติ์ มีภูมิลำเนาและถูกขังในกรุงเทพฯ ก็จะยึดตามเกณฑ์ดังกล่าว โดยนับตั้งแต่ตนเข้ารับตำแหน่งมา ยังไม่เคยรับเรื่องร้องเรียนจากจำเลยที่มาขอใช้สิทธิ์ในลักษณะนี้
>> เพลิงไหม้ ตึกแถว 4 ชั้น แบ่งให้เช่า เกือบวอดทั้งชั้น
16.15 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ประกอบกิจการห้องแบ่งให้เช่า ซอยสุขุมวิท 22 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว 4 ชั้น ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 4 เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 30 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้น สาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยคลองเตย
>> ศาลฎีกาให้ประกัน ตำรวจ คฝ. ขี่รถบิ๊กไบค์ชน 'หมอกระต่าย' เสียชีวิต
17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ส.ต.ต. นรวิชญ์ ผู้บังคับหมู่ กองร้อยที่ 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (กก.1 บก.อคฝ.) จำเลยในความผิดฐานขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว
จากกรณีขับขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชน พญ.วราลัคน์ หรือ หมอกระต่าย จักษุแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี ขณะกำลังเดินข้ามทางม้าลาย บริเวณหน้าโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ ถนนพญาไท ถึงแก่ความตาย
โดยตีราคาประกัน 300,000 บาท ให้ศาลอาญาพิจารณาหลักประกัน ซึ่งศาลอาญาได้พิจารณาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยใช้ตำแหน่งของบิดาและผู้บังคับบัญชาของจำเลยเป็นประกันตามวงเงินประกันที่ศาลฎีกากำหนด และได้ออกหมายปล่อยจำเลยในวันนี้แล้ว
ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 มกราคม ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้เพิ่มโทษ ส.ต.ต. นรวิชญ์ เป็น 5 ปี 1 เดือน ไม่รอลงอาญา ซึ่งต่อมา ส.ต.ต. นรวิชญ์ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการฎีกา
>> รมว. คมนาคม แสดงความเสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ เหตุกระเช้ารถเครนร่วงหล่นทับคนงาน
18.25 น. นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม และโฆษกกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ก่อสร้างโครงการก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 ช่วงบางขุนเทียน - เอกชัย ตอน 1 พื้นที่เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร วันนี้ (18 ม.ค. 2567) ว่า กรมทางหลวง (ทล.) โดยสำนักก่อสร้างสะพาน ได้รายงานอุบัติเหตุกระเช้าของรถเครนร่วงหล่นภายในพื้นที่การก่อสร้าง เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตจำนวน 1 ราย และได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บได้นำส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และแสดงความห่วงใยต่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ พร้อมสั่งการให้กรมทางหลวง (ทล.) ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งกำหนดแนวทางด้านความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม ยังได้สั่งการให้บริษัทผู้รับจ้างหยุดงานเป็นเวลาอย่างน้อย 3 วัน เพื่อตรวจสอบสาเหตุและความพร้อมของเครื่องจักร และให้มั่นใจถึงความปลอดภัยในการดำเนินงาน ก่อนที่จะเริ่มงานก่อสร้างต่อไป
>> รมว.พม. กำชับ ทีมสหวิชาชีพ - นักจิตวิทยา ประกบญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 23 ราย
19.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวว่า จากรายงานล่าสุดของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยืนยันผู้เสียชีวิต จำนวน 23 ราย และมีครอบครัวที่เสียชีวิตทั้งบิดามารดา จำนวน 3 ครอบครัว ซึ่งทางกระทรวง พม. ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนลำดับต้น เด็กเล็กสุดที่สูญเสียทั้งคุณพ่อคุณแม่ มีอายุเพียง 8 ขวบ เรียนชั้น ป.2 และยังมีเยาวชน อายุ 16 ปี - ม.4 อายุ 18 ปี - ม.6 ซึ่งตนได้คุยกับ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานมูลนิธิบรรหาร - แจ่มใส ศิลปอาชา แล้วว่า ทางมูลนิธิฯ จะดูแลเรื่องการศึกษาของน้อง 3 ครอบครัว ที่อยู่ในวัยเรียนให้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวล
นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ได้จัดให้มีทีมสหวิชาชีพ และนักจิตวิทยา เข้าประกบญาติทั้ง 23 ราย ใน 17 ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ โดยให้มีเจ้าหน้าที่ประกบตลอด 24 ชั่วโมงในทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงระยะเวลา 10 วันแรก และเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ระดมกำลังจากทุกจังหวัดใกล้เคียง ภายใต้ทีม พม.หนึ่งเดียว อาทิ จังหวัดกาญจนบุรี นครปฐม ชัยนาท และอยุธยา ช่วยกันระดมสรรพกำลังทั้งหมดเข้ามาช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนตลอด 24 ชั่วโมงเพราะความสำคัญ นอกจากเรื่องเงินชดเชยแล้วคือเรื่องการเยียวยาสภาพจิตใจ
>> รถจักรยานยนต์ล้ม คนขับศีรษะฟาดขอบทาง เสียชีวิต
20.48 น. รับแจ้งจากศูนย์วิทยุชาลีกรุงเทพ มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำทำให้มีผู้เสียชีวิต บนถนนกำแพงเพชร 6 บริเวณใกล้เคียงทางเข้าหมู่บ้านกลางเมือง ในพื้นที่เขต จตุจักร กรุงเทพมหานคร
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ สีแดง ป้ายทะเบียน กรุงเทพฯ ล้มคว่ำ และใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 คนลักษณะหัวฟาดกับรั้วเหล็กกั้นขอบทาง ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 43 ปี สภาพมีแผลเปิดที่ศีรษะ มันสมองกระเด็นออกมา ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น
>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดตาก
23.06 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.0 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.ขุนห้วยนกก๊ก อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ยังไม่มีรายงานผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน
>> รถจยย. ชนท้ายรถ 6 ล้อ เจ็บสาหัสก่อนไปเสียชีวิตที่รพ.
00.05 น. รับแจ้งถนนประชาชื่น ฝั่งขาออก บริเวณใกล้เคียงโรงเรียนอนุบาลแสงโสม หน้าซอยประชาชื่น 32 รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า เอนแม็กซ์ สีแดง ป้ายทะเบียน 4170 กทม. ลักษณะชนท้าย รถ 6 ล้อ อีซูซ สีขาว ป้ายทะเบียน ปทุมธานี เป็นรถของพนักงานเปิดฝาท่อ ที่จอดทำงานอยู่ที่เลนขวา
ความรุนแรงทำให้มีผู้บาดเจ็บชาย 1 ราย อาสา ม.ป่อเต็กตึ๊ง ให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น และเมื่อเวลา 02.20 น. รับแจ้งว่าผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตแล้ว เป็นผู้ชาย อายุ 23 ปี พื้นที่ สน.ประชาชื่น
>> อุบัติเหตุซ้ำซ้อน เด็กชายวัย 13 ปีจิตอาสากู้ภัย ยืนโบกรถช่วยอำนวยการจราจร ถูกแรงกระแทกร่างกระเด็นข้ามเกาะกลาง ถูกรถฝั่งตรงข้ามชนเสียชีวิต
00.45 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุชนซ้ำซ้อน ชนอาสาสมัครกู้ภัยเสียชีวิต 1 คนถนนงามวงศ์วาน ขาเข้า บริเวณก่อนถึงใต้ทางด่วนงามวงศ์วาน เล็กน้อย ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นนทบุรี
โดยที่เกิดเหตุ พบรถยนต์อเนกประสงค์ ยี่ห้อฟอร์ด สีส้ม สภาพด้านหน้ารถพังเสียหาย และที่ท้ายรถพังยับ มีรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า สีขาว ป้ายทะเบียน กรุงเทพฯ สภาพหน้ารถพังติดอยู่กับรถคันหน้า และใกล้กันพบ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง-ดำ ป้ายทะเบียน กรุงเทพฯ ล้มคว่ำสภาพถูกเฉี่ยวชนพังเสียหาย จากการตรวจสอบในฝั่งตรงข้าม พบร่างของ เด็กชาย อายุ 13 ปี อาสาสนับสนุนกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง สวมเสื้อยืดสีฟ้า สวมกางเกงยีนส์ขายาว เสียชีวิตในสภาพมีบาดแผลเปิดบริเวณศีรษะ ใกล้กันพบรถนั่งส่วบุคคล เบนซ์ สีขาว จอดอยู่ในสภาพฝากระโปรงหน้าเสียหาย กระจกหน้ารถฝั่งซ้ายมีรอยร้าวจากการเฉี่ยวชน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ร่วมตรวจสอบ และ สอบสวนทราบว่า เด็กชายวัย 13 ปีที่เสียชีวิต เข้ามาตรวจสอบเหตุรถยนต์อเนกประสงค์จอดเสียอยู่จุดเกิดเหตุ ระหว่างนั้นเกิดเหตุรถเก๋งชนท้ายคันที่จอดเสีย ทำเด็กชายที่ยืนโบกรถอยู่หน้ารถ ถูกแรงกระแทกร่างกระเด็นไปตกที่เลนขวาของถนนฝั่งตรงข้าม เป็นจังหวะที่รถเบนซ์ ฝั่งตรงข้ามขับมาพอดี เบรกไม่ทันจึงชนซ้ำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
>> รถเทรลเลอร์พลิกตะแคง ริมถนนสายบ้านนา - แก่งคอย แล้วเกิดเพลิงไหม้วอด
01.12 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู จ.นครนายก มีอุบัติเหตุรถเทรลเลอร์เสียหลักพลิกตะแคง แล้วเกิดเพลิงลุกไหม้ บนถนนบริเวณทางโค้ง ใกล้สามแยกบ้านนา - แก่งคอย
เจ้าหน้าที่พร้อมรถดับเพลิง ม.ร่วมกตัญญู และรถดับเพลิงเทศบาลบ้านนา ร่วมดำเนินการจนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ที่เกิดเหตุ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย นำส่ง รพ.บ้านนา
>> สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 19 มกราคม 2567 เวลา 05.00 น.
ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกจำนวน 701,980,740 ราย รักษาอาการดีขึ้น 672,909,301 ราย เเละเสียชีวิตสะสม 6,970,519 ราย
1. ประเทศ สหรัฐอเมริกา ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 110,610,761 ราย เสียชีวิต 1,192,813 คน
2. ประเทศ อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 45,022,793 ราย เสียชีวิต 533,423 คน
3. ประเทศ ฝรั่งเศส ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 40,138,560 ราย เสียชีวิต 167,642 คน
4. ประเทศ เยอรมนี ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 38,796,602 ราย เสียชีวิต 181,284 คน
5. ประเทศ บราซิล ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 38,230,814 ราย เสียชีวิต 708,739 คน