นายกฯ แจงเลื่อนยศ ‘พลทหารเดชศักดิ์’ มีขั้นตอนอยู่แล้ว
เมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 1 มี.ค. ที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมและอุบัติเหตุ โรงพยาบาลสุรินทร์ อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าเยี่ยมพลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ ผู้บาดเจ็บจากเหตุเหยียบกับระเบิด ว่า จากการฟังรายงานทีมแพทย์โรงพยาบาลสุรินทร์ ทราบว่าอาการปลอดภัยดี พ้นขีดอันตราย แต่ว่าสูญเสียขาข้างขวาไป เราจึงต้องเดินทางมาให้กำลังใจ และสร้างความมั่นใจให้กับเขา ว่าหลังจากนี้ เขาไม่ถูกทอดทิ้งแน่นอน ต้องมีงานและมีมาตรการช่วยเหลือรองรับ หลังจากที่พลทหารหายจากอาการบาดเจ็บแล้ว ซึ่งในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม รับพลทหารเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ รวมถึงได้รับพระราชทานขาเทียมด้วย ซึ่งจะเป็นขาเทียมที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานสูง ไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะถือเป็นโชคไม่ดีของพลทหาร
เมื่อถามถึงกรณีการช่วยเหลือในการเลื่อนยศของพลทหารเดชศักดิ์ นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนนี้มีขั้นตอนอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งที่เราดีใจมากที่สุด ก็คือการที่เขาไม่เสียชีวิต ตนคิดว่าเขาเองคงสามารถกลับมารับใช้ชาติได้ในรูปแบบอื่นๆ เพราะอย่าลืมว่าพลทหารเดชศักดิ์ เป็นผู้สมัครใจในการสมัครเป็นทหารรับใช้ชาติ ซึ่งยังอยู่ในช่วงวัยของการเรียนหนังสืออยู่เลย ส่วนสวัสดิการครอบครัวของพลทหาร รัฐบาลพยายามผลักดันให้ได้รับการช่วยเหลือสูงสุด เพราะถือว่าเกิดอุบัติเหตุในขณะที่ยังปฏิบัติภารกิจรับใช้ชาติ และอยู่ในพื้นที่การเฝ้าระวัง
เมื่อถามต่อถึง ความกังวลใจในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ว่ามีเรื่องอะไรต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษในขณะนี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรามีความพร้อมตลอดเวลา ภายใต้ข้อตกลง ฝ่ายไหนอยู่ตรงไหนให้หยุดตรงนั้น จุดไหนที่ประเทศไทยถูกยึด และเราสามารถครอบครองกลับมาได้ ก็มีการสถาปนาฐานที่มั่น ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะมีการวางทุ่นระเบิด ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 2 ได้มีการสั่งการให้มีการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งก็ทราบว่าเจ้าหน้าที่เขาก็มีการเคลียร์พื้นที่อยู่แล้ว พอมีปริมาณฝนตกลงมาในพื้นที่ หน้าดินก็เปิด ซึ่งจากการสอบถามข้อมูลก็ทราบว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุ ก็มีพลทหารคนอื่น 2-3 คน เดินไปบริเวณจุดนี้ก็ไม่มีใครเป็นอะไร แต่คาดว่าพลทหารฯ มีรูปร่างค่อนข้างใหญ่ ซึ่งอาจทำให้เพิ่มแรงกดทับระเบิด อย่างไรก็ตามก็ต้องมีการเร่งดำเนินการเก็บกู้และเก็บกวาดทุ่นระเบิดให้หมดจากพื้นที่.