โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คองเกรส จ่อ ‘จำกัดอำนาจทำสงคราม’ หลังทรัมป์สั่งโจมตีอิหร่านไม่ผ่านสภา

The Bangkok Insight

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

"สภาคองเกรส" สหรัฐ เตรียมผลักดันให้มีการลงมติ จำกัดอำนาจทำสงครามของประธานาธิบดี หลังบรรดาแกนนำพรรคเดโมแครตในสภา รวมถึงสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วน ต่างออกมาวิจารณ์การตัดสินใจของ "ทรัมป์" ที่สั่งการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา

สำนักข่าวซีเอ็นเอ้น รายงานว่า การสั่งการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน มีขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาสหรัฐ มีกำหนดจะเปิดอภิปราย และลงมติอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการใช้กำลังทหารต่ออิหร่าน

จำกัดอำนาจทำสงคราม

สมาชิกฝั่งเดโมแครต และสมาชิกพรรครีพับลิกันอย่างน้อย 3 ราย ระบุว่าการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในขณะที่สมาชิกสภาต่างกระจายตัวอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และยังไม่มีแผนจะกลับเข้าวอชิงตันในอีกหลายวันนั้น ถือเป็นการสร้างข้อกังขาอย่างรุนแรงต่อความชอบธรรมทางกฎหมายของการโจมตีในครั้งนี้

"นี่ถือเป็นการตบหน้าสภาคองเกรสอย่างฉาดใหญ่ ประธานาธิบดีเริ่มสงครามที่ผิดกฎหมายทั้งที่ไม่ได้มีภัยคุกคามในระยะประชิด ท่านไม่ได้ปรึกษาหารือหรือเปิดโอกาสให้สภาได้อภิปรายกันเลย ซึ่งเรื่องนี้แม้แต่ จอร์จ ดับเบิลยู บุช ก็ยังเคยทำ" โร แคนนา สส. พรรคเดโมแครตจากรัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อปี 2545-2546 ก่อนที่ประธานาธิบดีบุชจะบุกอิรัก ซึ่งเป็นสงครามที่ถูกวิจารณ์มากที่สุดครั้งหนึ่งนั้น เขาได้แสดงความเคารพต่อรัฐสภา ด้วยการขอเปิดอภิปราย เพื่อขอมติอนุมัติอย่างเป็นทางการก่อนจะสั่งเคลื่อนพล

สมาชิกรัฐสภากลุ่มหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้พยายามผลักดันให้มีการจำกัดอำนาจของทรัมป์ในการโจมตีเรือที่ต้องสงสัยว่าลักลอบขนยาเสพติดในแถบแคริบเบียน ระบุว่า พวกเขาจะรื้อฟื้นความพยายามในการผ่านมติอำนาจการทำสงคราม (War Powers Resolution) อีกครั้ง

โทมัส แมสซี สส. พรรครีพับลิกันจากรัฐเคนทักกี โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X คัดค้านสงครามครั้งนี้

"เมื่อสภาคองเกรสเปิดประชุม ผมจะร่วมมือกับ โร แคนนา สส. พรรคเดโมแครตจากแคลิฟอร์เนีย เพื่อบีบให้สภาคองเกรสต้องลงมติในเรื่องสงครามกับอิหร่าน"

"รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องมีการลงมติ และผู้แทนของพวกคุณจำเป็นต้องมีบันทึกการลงคะแนนที่ชัดเจนว่าสนับสนุนหรือคัดค้านสงครามครั้งนี้"

สำนักข่าว NBC รายงานว่า แมสซีและแคนนาได้ร่วมกันร่างมติอำนาจการทำสงครามไว้ก่อนที่จะเกิดการโจมตีอิหร่าน โดยอ้างถึงรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 ที่ระบุว่า สภาคองเกรสเป็นผู้มีอำนาจในการประกาศสงครามกับประเทศอื่น ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร

ขณะที่สำนักข่าว NPR รายงานว่า ทำเนียบขาวได้แจ้งให้ผู้นำระดับสูง 8 คนของสภาคองเกรส หรือที่รู้จักกันในนาม Gang of Eight ทราบเพียงไม่นานก่อนเริ่มการโจมตี

ทางด้าน ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้แสดงท่าทีสนับสนุนการตัดสินใจของทรัมป์ในการยับยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยแถลงว่า อิหร่านกำลังเผชิญกับผลลัพธ์ที่รุนแรงจากการกระทำอันชั่วร้ายของตน

ประธานาธิบดีทรัมป์ และคณะทำงานได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ในการหาทางออกผ่านวิถีทางการทูต และสันติวิธี เพื่อตอบโต้ความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ การสนับสนุนการก่อการร้าย และการสังหารชาวอเมริกันรวมถึงประชาชนของตนเองโดยฝีมือระบอบอิหร่าน

ทั้งนี้ จอห์นสันระบุว่ากลุ่ม Gang of Eight ได้รับการรายงานสรุปข้อมูล เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารมาตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์แล้ว

อย่างไรก็ตาม ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต ได้เรียกร้องให้รัฐบาลของทรัมป์รายงานสถานการณ์ภัยคุกคามต่อวุฒิสภา

เขาได้ขอให้ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แสดงความโปร่งใสต่อสภาคองเกรส และประชาชนชาวอเมริกัน เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการโจมตีและขั้นตอนที่จะดำเนินการต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...