โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ซาอุดีอาระเบีย ประกาศมีสิทธิ์ตอบโต้เพื่อป้องกันตัวเองหลังโดน อิหร่าน โจมตีกรุงริยาด

MATICHON ONLINE

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ซาอุดีอาระเบีย ประกาศมีสิทธิ์ตอบโต้เพื่อป้องกันตัวเองหลังโดน อิหร่าน โจมตีกรุงริยาด

เมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ กระทรวงต่างประเทศของซาอุดีอาระเบียออกมายืนยันว่า อิหร่านได้ยิงโจมตีกรุงริยาดและพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศ พร้อมเตือนว่า ประเทศของพวกเขามีสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง ซึ่งรวมถึงการโจมตีตอบโต้ด้วย

แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ซาอุดีอาระเบียขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการโจมตีอันโจ่งแจ้งและขี้ขลาดของอิหร่าน ซึ่งมุ่งเป้าไปยังภูมิภาคริยาดและจังหวัดทางตะวันออก แต่การโจมตีดังกล่าวถูกสกัดกั้นไว้ได้

“เมื่อพิจารณาจากการรุกรานที่ปราศจากความชอบธรรมนี้ ทางราชอาณาจักรขอยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องความมั่นคง ปกป้องดินแดน พลเมือง และผู้อยู่อาศัย ซึ่งรวมถึงทางเลือกในการตอบโต้การรุกรานดังกล่าวด้วย”

ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางทหารต่ออิหร่านเมื่อวันเสาร์ โดยมุ่งเป้าไปที่เหล่าผู้นำระดับสูง และทำให้ตะวันออกกลางถลำลึกเข้าสู่ความขัดแย้ง ซึ่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าจะเป็นการยุติภัยคุกคามด้านความมั่นคงต่อสหรัฐฯ และมอบโอกาสให้ชาวอิหร่านในการโค่นล้มผู้ปกครองของตน

ทางด้านกรุงเตหะรานเรียกการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็นการกระทำที่ปราศจากการยั่วยุและผิดกฎหมาย พร้อมทั้งตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลและประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซียหลายประเทศที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพอเมริกา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ซาอุดีอาระเบีย ประกาศมีสิทธิ์ตอบโต้เพื่อป้องกันตัวเองหลังโดน อิหร่าน โจมตีกรุงริยาด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...