โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กองทัพสหรัฐยืนยันลูกเรือ “เคซี-135” ดับยกลำ 6 นาย ยกย่องเป็นวีรบุรุษ

เดลินิวส์

อัพเดต 14 มีนาคม 2569 เวลา 5.56 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กองทัพสหรัฐปรับยอดความสูญเสีย ยืนยันลูกเรืออเมริกันบนเครื่องบินเติมน้ำมัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ว่าศูนย์บัญชาการภูมิภาคกลางของกองทัพสหรัฐ ( เซนต์คอม ) ออกแถลงการณ์ ยืนยันว่า เหตุเครื่องบินเติมน้ำมันทางยุทธศาสตร์เคซี-135 ประสบเหตุตกในภาคตะวันตกของอิรัก ส่งผลให้ลูกเรือทั้ง 6 นายเสียชีวิต ปรับเปลี่ยนจากเดิมที่ระบุไว้ก่อนหน้านั้นว่า เสียชีวิตอย่างน้อย 4 นาย และกำลังเร่งค้นหาลูกเรืออีก 2 นาย

ขณะที่นายพีต เฮกเซธ รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น "น่าสลดใจอย่างยิ่ง" พร้อมทั้งยกย่องทหารทุกนายที่เสียชีวิต "คือวีรบุรุษของอเมริกา" และการเสียสละของทหารทั้ง 6 นาย คือการยิ่งตอกย้ำว่า กองทัพสหรัฐต้องเดินหน้าทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ

ด้านพล.อ.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐ กล่าวถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า อยู่ในเขตน่านฟ้าเหนือพื้นที่ทางตะวันตกของอิรัก ระหว่างที่ลูกเรือกำลังปฏิบัติภารกิจการรบ และย้ำว่า ไม่ได้เกิดจากการยิงของฝ่ายศัตรูหรือการยิงกันเองโดยฝ่ายเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ( ไออาร์จีซี ) อ้างว่า กองกำลังพันธมิตรในอิรักเป็นผู้ยิงเครื่องบินลำดังกล่าวตกด้วยขีปนาวุธ ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิตทั้งหมด

เครื่องบินเคซี-135 ลำดังกล่าว ถือเป็นเครื่องบินลำที่ 4 ของกองทัพสหรัฐ ที่สูญเสียไปในช่วงสงครามตะวันออกกลาง ต่อจากเครื่องบินขับไล่เอฟ-15 จำนวน 3 ลำ ที่ถูกยิงตกจากระบบป้องกันทางอากาศของกองทัพคูเวต เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านั้น

ตามข้อมูลของกองทัพอากาศสหรัฐ เครื่องบินเคซี-135 ใช้งานมานานกว่า 60 ปี ปกติจะมีลูกเรือ 3 คน ได้แก่ นักบิน นักบินผู้ช่วย และเจ้าหน้าที่ควบคุมการเติมน้ำมัน แต่ในบางภารกิจอาจต้องมีต้นหนร่วมด้วย และเครื่องบินรุ่นนี้สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 37 คน.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...