” พิพัฒน์ ” รอนายกฯ เคาะราคาดีเซลหลังพ้นตรึงราคา 15 วัน กางแผนเร่งหาแหล่งจัดซื้อน้ำมันสำรองเพิ่ม ไม่ให้ขาดแคลน ย้ำราคาอาจปรับเพิ่มตามกลไกตลาด จากต้นทุนพุ่ง
BTimes
อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 12.53 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 04.25 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Bizนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เปิดเผยถึงการรับมือผลกระทบของสงครามตะวันออกกลางเรื่องพลังงาน หากสถานการณ์ยืดเยื้อว่า เบื้องต้นสิ่งที่จำเป็นมากที่สุดคือการหาน้ำมันดิบเข้ามาเพื่อสำรองให้คนไทยใช้ ไม่ขาดแคลน ดังนั้น ขณะนี้กระทรวงพลังงาน และบมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ได้มีการหาน้ำมันดิบนอกอ่าว ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 50% โดยกระทรวงพลังงานยืนยันว่า ยังสามารถซื้อต่อได้ แต่ราคาจะขึ้นไปตามกลไกตลาด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า และค่าขนส่ง ดังนั้น ในส่วนนี้จะมีการหารือกับนายกรัฐมนตรี และกระทรวงพาณิชย์ว่ารัฐบาลจะทำอย่างไร
สำหรับ มาตรการช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรม คงต้องใช้วิธีการลอยตัวส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งต้องผลักภาระไปให้ภาคอุตสาหกรรมรองรับ ซึ่งสิ่งที่กระทบตามมาคือราคาสินค้า และราคาค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจไม่กระทบเลยก็ได้ หากสามารถหาเงินที่จะเข้าสู่กองทุนและสามารถชดเชยได้ทัน ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับนโยบายของนายกรัฐมนตรีว่า หลังจากตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วัน นายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจอย่างไร ซึ่งคงต้องประชุมกับกระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ส่วนมาตรการที่จะสนับสนุนพลังงานทดแทน นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งที่ผ่านมา มีนโยบายว่า สำหรับดีเซล ใช้ไบโอดีเซลมาผสม 7% และจะขยับไปที่ 10% และสุดท้ายน่าจะขยับไปที่ 20% ซึ่งรถบรรทุกสามารถใช้ได้ทุกยี่ห้อ ส่วนน้ำมันเบนซิน ขณะนี้แบบผสม E20 และ E85 อย่างไรรัฐบาลก็ต้องเข้าไปแทรกแซงราคาอยู่แล้ว แต่ถ้า E10 ขอดูก่อนว่ารัฐจะเข้าไปแทรกแซงราคาหรือไม่ ส่วนน้ำมันเบนซิน 91 หรือ 95 แน่นอนว่าราคาจะลอยตัว