ไขปริศนายิง 2 ศพสวนปาล์ม รวบเพื่อนบ้านมือปืน คาดปม ‘ที่ดิน-ยิงควาย’
กรณีที่เกิดเหตุการยิงกันด้วยอาวุธปืน ที่สวนปาล์มทางทิศตะวันตก บ้านดงแสนสุข ต.คำตากล้า อ.คำตากล้า จ.สกลนคร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายสมปอง อายุ 48 ปี ถูกยิงที่บริเวณกลางหลังนอนเสียชีวิตบนพื้นดินอยู่ข้างกระท่อม และนายธนกฤติ อายุ 52 ปี ถูกยิงที่บริเวณศีรษะนอนจมกองเลือดที่บนเถียงนา ซึ่งขณะนั้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจเป็นไปได้ว่ามีบุคคลอื่น เข้ามาก่อเหตุแล้วหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสกลนครและตำรวจภูธรภาค 4 ได้ร่วมกันทำการสืบสวนสอบสวนจนทราบตัวผู้ต้องสงสัย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 มี.ค.พื้นที่ สภ.คำตากล้า ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
สยองสวนปาล์ม! ยิงหัว-เจาะหลัง 2 ศพเพื่อนต่างวัยดับคากระท่อมเถียงนา
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 12 มี.ค.69 พ.ต.อ.วรพงษ์ พุ่มศิโร ผกก.สภ.คำตากล้า เปิดเผยว่า จากการสืบสวนทราบว่ามีผู้ต้องสงสัยอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน ต่อมาได้มีการไปตรวจพบปลอกกระสุนปืนลูกซองที่บ้านของผู้ต้องสงสัย จึงทำการตรวจยึดมา แล้วส่งไปเปรียบเทียบกับปลอกกระสุนปืนที่พบในที่เกิดเหตุ ซึ่งผลออกมายืนยันว่ายิงออกมาจากกระบอกเดียวกัน เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว จึงได้เสนอต่อศาลสว่างแดนดิน ขออนุมัติหมายจับ นายองอาจ อายุ 42 ปี ข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนไปในที่ในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งในชั้นจับกุมผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ ขณะนี้อยู่ในระหว่างควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม แล้วนำไปฝากขังที่ศาลสว่างแดนดิน ครั้ง 1 ในลำดับต่อไป
จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น คาดว่ามูลเหตุจูงใจ มาจากการมีเรื่องระหองระแหงบาดหมางกับผู้ตาย สะสมมาเรื่อยๆ แรงจูงใจน่ามาจากเรื่องที่ผู้ตายและผู้ต้องหาเคยทะเลาะกัน เนื่องจากมีที่ดินติดกัน เลยมักจะทะเลาะกันเป็นประจำ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลสงสัย ว่า นายธนกฤติ ผู้ตายอาจจะมายิงกระบือของผู้ต้องหา และได้มีการไปแจ้งความที่โรงพักไว้ แต่ในตอนแจ้งความไม่ได้มีการระบุว่าใครเป็นผู้ยิง แต่คาดว่าผู้ต้องหาสันนิษฐานว่าผู้ตายเป็นผู้กระทำ ส่วนนายสมปอง เพื่อนบ้านที่โดนยิงด้วยอีกราย ผู้ต้องหาอาจเห็นว่ามาพูดคุยด้วยกันบ่อย จึงยิงขณะกำลังวิ่งหนี เนื่องจากมีบาดแผลถูกยิงจากทางด้านหลัง
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ต้องหารายนี้ใช้อาวุธปืนลูกซอง จ่อยิงจากด้านล่างเถียง โดยดูจากวิถีกระสุนผู้ต้องหายืนยิงจากด้านล่าง โดยไม่มีการพูดคุยกัน เป็นลักษณะแอบยิง หมายเอาชีวิตที่บริเวณหน้าผากแล้วจึงยิงอีกรายที่กำลังเดินมา แต่เมื่อได้ยินเสียงปืนจึงหันหลังจะวิ่งหนี จึงถูกยิงดับพร้อมกันดังกล่าว