โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TWPCมุ่งธุรกิจมาร์จิ้นสูง ขยายพอร์ตอาหาร-HVA

ทันหุ้น

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 08.38 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 01.00 น.

#TWPC #ทันหุ้น – TWPC ได้ตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโตแบบไม่ต่ำกว่า 10% เน้นธุรกิจอาหาร – HVA ซึ่งมีกำไรขั้นต้นสูง ให้มีสัดส่วนรายได้รวมกันเพิ่มเป็น 80% ภายในปี 2573 พร้อมมองหาโอกาสขยายตลาดในต่างประเทศ เกาะติดสถานการณ์สงครามใกล้ชิด แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

นายโฮ เรน ฮวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) หรือ TWPC ผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลัง ผลิตภัณฑ์วุ้นเส้นและเส้นก๋วยเตี๋ยว เปิดเผยว่า บริษัทได้ตั้งเป้าหมายสำคัญสำหรับปี 2569 รายได้เติบโตสองหลัก (Double Digit) จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 9,295 ล้านบาท โดยจะเน้นไปที่ธุรกิจอาหารและธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีกำไรขั้นต้นสูง โดยธุรกิจอาหารมีกำไรขั้นต้นมากกว่า 35% และธุรกิจ HVA มีกำไรขั้นต้นประมาณ 15-20% ซึ่งปัจจุบันทั้ง 2 ธุรกิจ มีสัดส่วนรายได้รวมกันประมาณ 60%

*เน้นเพิ่มประสิทธิภาพ

ขณะที่ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง จะเป็นแหล่งเงินสดหลัก มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 40% ซึ่งเน้นการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรแม้ราคาตลาดโลกจะผันผวน โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2573 สัดส่วนรายได้จากธุรกิจอาหารและธุรกิจ HVA จะเพิ่มเป็น 80% และเป็นธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง 20%

โดยบริษัทได้วางงบลงทุนเฉลี่ยปีละ 500-1,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อลงทุนในการขยายธุรกิจ, ขยายโรงงาน, เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และอาจรวมถึงการทำ M&A หรือ Partnership

ทั้งนี้ในการเติบโตของธุรกิจอาหารในปี 2569 ตั้งเป้าหมายรายได้จะเติบโตมากกว่า 10% และตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 4,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 จากยอดขายปี 2568 ที่ 2,558 ล้านบาท มีปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตมาจาก ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด

สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD) มีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) สูงกว่า 50% ช่องทางจัดจำหน่าย ขยายครอบคลุม ร้านค้าปลีกสมัยใหม่กว่า 16,000 สาขาทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และบริษัทยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทจะมุ่งเน้นการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ “มังกรคู่” ให้มีความทันสมัยมากขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับผู้บริโภครุ่นใหม่

*ขยายตลาดต่างประเทศ

ด้านการเติบโตของธุรกิจ HVA ในปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นและการปรับกลยุทธ์เข้าสู่ตลาดใหม่ในประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างผลงานจากรากฐานที่วางไว้ ทั้งในด้านทีมขาย การกระจายสินค้า และทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อรุกตลาดส่วนผสมอาหาร (Ingredient) อย่างเต็มที่

ขณะที่ตลาดหลักยังเป็นเป็นประเทศไทยมีสัดส่วนอยู่ประมาณ 30% และตลาดจีน 30% ซึ่งเป็นตลาดและโอกาสที่ใหญ่มาก โดยบริษัทกำลังจะมีฐานการผลิตแห่งแรกในจีนช่วงต้นไตรมาส 2/2569 เพื่อผลิตสินค้ากลุ่ม Premix และ Solution ต่างๆ บริษัทตั้งเป้าหมายเติบโตในจีนมากกว่า 20% ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์และเจาะตลาดได้มากยิ่งขึ้นทั้งในกลุ่มส่วนผสมของอาหารและอุตสาหกรรมอาหาร

ในส่วนเวียดนาม แม้มีสัดส่วนไม่มากแต่เป็นตลาดที่เติบโตเร็วและเป็นลำดับต้นๆ รองจากไทย นอกจากนี้ในกัมพูชา บริษัทมีโรงงานที่ใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบในท้องถิ่น ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าไทย 20-25% เพื่อส่งออกไปยังจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี

*จับตาผลกระทบสงคราม

อย่างไรก็ดีในช่วงภาวะสงครามที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน บริษัทยังไม่เห็นสัญญาณบวกหรือลบที่รุนแรงอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจ เนื่องด้วยพื้นฐานของบริษัทที่มีความมั่นคงและแข็งแกร่ง แต่บริษัทคาดการณ์ว่าอาจจะเริ่มเห็นผลกระทบที่ชัดเจนขึ้นในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจส่งออก ซึ่งลูกค้าบางรายอาจเริ่มมีการขอเลื่อนการจัดส่งสินค้า รวมถึงบางรายขอเจรจาต่อรองราคาใหม่ ขณะที่บางรายพยายามเร่งการจัดส่งสินค้าให้เร็วขึ้นเพื่อสำรองสินค้า

ทางด้านต้นทุนอาจพุ่งสูงขึ้นจากภาวะสงคราม โดยเฉพาะราคาพลังงานและวัตถุดิบ ซึ่งบริษัทได้มีการล็อกราคาวัตถุดิบสำหรับกลุ่มธุรกิจอาหารและธุรกิจ HVA ไว้ล่วงหน้าจนถึงไตรมาส 3 หรือบางส่วนถึงสิ้นปีเรียบร้อยแล้ว ทำให้ผลกระทบด้านราคาวัตถุดิบในปีนี้ค่อนข้างน้อย

ส่วนต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งแม้ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะส่งผลต่อค่าขนส่ง แต่บริษัทมองว่าเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการทุกรายต้องเผชิญร่วมกัน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...