โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“สายการบินทั่วโลก” ส่งสัญญาณขึ้นราคาตั๋ว หลังต้นทุนน้ำมันพุ่งกดดันธุรกิจ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 14.57 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 07.57 น.

"สายการบินทั่วโลก" เริ่มปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสาร หลังต้นทุนน้ำมันพุ่งกดดันธุรกิจ ขณะที่เส้นทางบินบางส่วนต้องปรับเปลี่ยนเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ความขัดแย้ง

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 14.18 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สายการบินทั่วโลกเริ่มปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสาร หลังต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินพุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยสายการบิน Qantas Airways ของออสเตรเลีย และ Air New Zealand เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่าได้ปรับขึ้นค่าโดยสาร เพื่อรับมือกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

สายการบินแห่งชาติของนิวซีแลนด์ระบุว่า ราคาน้ำมันเครื่องบินซึ่งก่อนเกิดความขัดแย้งอยู่ที่ประมาณ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้พุ่งขึ้นเป็น 150–200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทต้องระงับการคาดการณ์ผลประกอบการปี 2569 เนื่องจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงคราม

สงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก ทั้งการปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารในหลายเส้นทาง ความเสี่ยงที่การเดินทางจะชะลอตัว และความกังวลว่าบางสายการบินอาจต้องลดจำนวนเที่ยวบินหรือหยุดให้บริการบางเส้นทาง

สถานการณ์ความไม่แน่นอนในน่านฟ้าตะวันออกกลางยังสร้างความปั่นป่วนต่อการบิน โดยมีรายงานจากบริการติดตามเที่ยวบิน Flightradar24 ว่า เครื่องบินที่กำลังจะลงจอดที่ดูไบต้องบินวนรอชั่วคราวในเช้าวันอังคาร หลังมีการเตือนภัยการโจมตีด้วยขีปนาวุธ ก่อนที่เครื่องบินทั้งหมดจะสามารถลงจอดได้ในเวลาต่อมา

ด้าน Qantas ระบุว่านอกจากการปรับขึ้นค่าโดยสารระหว่างประเทศแล้ว บริษัทยังพิจารณาปรับแผนการบินและเพิ่มความจุเที่ยวบินไปยังยุโรป เนื่องจากสายการบินและผู้โดยสารจำนวนมากพยายามหลีกเลี่ยงเส้นทางผ่านตะวันออกกลาง ซึ่งได้รับผลกระทบจากการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธ โดยในเดือนมีนาคม เที่ยวบินของ Qantas ไปยุโรปมีอัตราการจองที่นั่งมากกว่า 90% สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่ประมาณ 75%

ขณะเดียวกันค่าโดยสารในเส้นทาง เอเชีย–ยุโรป ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากการปิดน่านฟ้าและข้อจำกัดด้านจำนวนเที่ยวบิน ทำให้สายการบิน Cathay Pacific ของฮ่องกงประกาศเพิ่มเที่ยวบินพิเศษไปยังลอนดอนและซูริกในเดือนมีนาคม

Air New Zealand ระบุว่าได้ปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารชั้นประหยัดเที่ยวเดียว โดยเพิ่ม 10 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ 20 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ สำหรับเที่ยวบินระยะสั้นระหว่างประเทศ และ 90 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ สำหรับเที่ยวบินระยะไกล พร้อมเตือนว่าอาจต้องปรับราคาหรือเครือข่ายเส้นทางบินเพิ่มเติม หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง

ด้าน Hong Kong Airlines ระบุว่าจะปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง (fuel surcharge) สูงสุดถึง 35.2% ตั้งแต่วันพฤหัสบดี โดยเส้นทางที่เพิ่มมากที่สุดคือเที่ยวบินระหว่างฮ่องกงกับมัลดีฟส์ บังกลาเทศ และเนปาล

ในขณะเดียวกัน Vietnam Airlines ได้ยื่นคำร้องต่อรัฐบาลเวียดนามให้ยกเลิกภาษีสิ่งแวดล้อมสำหรับน้ำมันเครื่องบิน เพื่อช่วยลดภาระต้นทุน หลังรัฐบาลเวียดนามเปิดเผยว่าต้นทุนการดำเนินงานของสายการบินในประเทศเพิ่มขึ้นถึง 60–70% จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

แม้ว่าหุ้นสายการบินทั่วโลกจะร่วงลงอย่างหนักก่อนหน้านี้ แต่เริ่มฟื้นตัวเล็กน้อยหลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าสงครามอาจยุติลงในเร็ววัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันลดลงเหลือประมาณ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากระดับสูงสุด 119 ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยหุ้น Qantas ปรับขึ้น 0.5% ขณะที่ Korean Air เพิ่มขึ้นเกือบ 9% และ Cathay Pacific เพิ่มขึ้นมากกว่า 4%

โดยทั่วไปแล้ว ค่าเชื้อเพลิงเป็นต้นทุนที่สูงเป็นอันดับสองของสายการบิน รองจากค่าแรงงาน และคิดเป็นประมาณ 20–25% ของค่าใช้จ่ายดำเนินงานทั้งหมด แม้ว่าสายการบินในยุโรปและเอเชียบางแห่งจะมีการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (hedging) แต่สายการบินสหรัฐส่วนใหญ่ได้ยกเลิกการทำ hedging ไปในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา

ผลกระทบจากสงครามยังเริ่มส่งผลต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในวงกว้าง บริษัททัวร์ของเกาหลีใต้ HanaTour เปิดเผยว่าได้ยกเลิกทัวร์กลุ่มที่รวมเที่ยวบินไปตะวันออกกลาง และยกเว้นค่าธรรมเนียมยกเลิกสำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยทัวร์ที่เกี่ยวข้องกับตะวันออกกลางทั้งหมดในเดือนมีนาคมจะถูกระงับ

ขณะที่ในประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ประเมินว่าหากความขัดแย้งยืดเยื้อเกิน 8 สัปดาห์ ประเทศอาจสูญเสียนักท่องเที่ยวมากถึง 595,974 คน และรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 40,900 ล้านบาท

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...