“สายการบินทั่วโลก” ส่งสัญญาณขึ้นราคาตั๋ว หลังต้นทุนน้ำมันพุ่งกดดันธุรกิจ
"สายการบินทั่วโลก" เริ่มปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสาร หลังต้นทุนน้ำมันพุ่งกดดันธุรกิจ ขณะที่เส้นทางบินบางส่วนต้องปรับเปลี่ยนเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ความขัดแย้ง
วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 14.18 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สายการบินทั่วโลกเริ่มปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสาร หลังต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินพุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยสายการบิน Qantas Airways ของออสเตรเลีย และ Air New Zealand เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่าได้ปรับขึ้นค่าโดยสาร เพื่อรับมือกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
สายการบินแห่งชาติของนิวซีแลนด์ระบุว่า ราคาน้ำมันเครื่องบินซึ่งก่อนเกิดความขัดแย้งอยู่ที่ประมาณ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้พุ่งขึ้นเป็น 150–200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทต้องระงับการคาดการณ์ผลประกอบการปี 2569 เนื่องจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงคราม
สงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก ทั้งการปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารในหลายเส้นทาง ความเสี่ยงที่การเดินทางจะชะลอตัว และความกังวลว่าบางสายการบินอาจต้องลดจำนวนเที่ยวบินหรือหยุดให้บริการบางเส้นทาง
สถานการณ์ความไม่แน่นอนในน่านฟ้าตะวันออกกลางยังสร้างความปั่นป่วนต่อการบิน โดยมีรายงานจากบริการติดตามเที่ยวบิน Flightradar24 ว่า เครื่องบินที่กำลังจะลงจอดที่ดูไบต้องบินวนรอชั่วคราวในเช้าวันอังคาร หลังมีการเตือนภัยการโจมตีด้วยขีปนาวุธ ก่อนที่เครื่องบินทั้งหมดจะสามารถลงจอดได้ในเวลาต่อมา
ด้าน Qantas ระบุว่านอกจากการปรับขึ้นค่าโดยสารระหว่างประเทศแล้ว บริษัทยังพิจารณาปรับแผนการบินและเพิ่มความจุเที่ยวบินไปยังยุโรป เนื่องจากสายการบินและผู้โดยสารจำนวนมากพยายามหลีกเลี่ยงเส้นทางผ่านตะวันออกกลาง ซึ่งได้รับผลกระทบจากการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธ โดยในเดือนมีนาคม เที่ยวบินของ Qantas ไปยุโรปมีอัตราการจองที่นั่งมากกว่า 90% สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่ประมาณ 75%
ขณะเดียวกันค่าโดยสารในเส้นทาง เอเชีย–ยุโรป ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากการปิดน่านฟ้าและข้อจำกัดด้านจำนวนเที่ยวบิน ทำให้สายการบิน Cathay Pacific ของฮ่องกงประกาศเพิ่มเที่ยวบินพิเศษไปยังลอนดอนและซูริกในเดือนมีนาคม
Air New Zealand ระบุว่าได้ปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารชั้นประหยัดเที่ยวเดียว โดยเพิ่ม 10 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ 20 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ สำหรับเที่ยวบินระยะสั้นระหว่างประเทศ และ 90 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ สำหรับเที่ยวบินระยะไกล พร้อมเตือนว่าอาจต้องปรับราคาหรือเครือข่ายเส้นทางบินเพิ่มเติม หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง
ด้าน Hong Kong Airlines ระบุว่าจะปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง (fuel surcharge) สูงสุดถึง 35.2% ตั้งแต่วันพฤหัสบดี โดยเส้นทางที่เพิ่มมากที่สุดคือเที่ยวบินระหว่างฮ่องกงกับมัลดีฟส์ บังกลาเทศ และเนปาล
ในขณะเดียวกัน Vietnam Airlines ได้ยื่นคำร้องต่อรัฐบาลเวียดนามให้ยกเลิกภาษีสิ่งแวดล้อมสำหรับน้ำมันเครื่องบิน เพื่อช่วยลดภาระต้นทุน หลังรัฐบาลเวียดนามเปิดเผยว่าต้นทุนการดำเนินงานของสายการบินในประเทศเพิ่มขึ้นถึง 60–70% จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
แม้ว่าหุ้นสายการบินทั่วโลกจะร่วงลงอย่างหนักก่อนหน้านี้ แต่เริ่มฟื้นตัวเล็กน้อยหลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าสงครามอาจยุติลงในเร็ววัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันลดลงเหลือประมาณ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากระดับสูงสุด 119 ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยหุ้น Qantas ปรับขึ้น 0.5% ขณะที่ Korean Air เพิ่มขึ้นเกือบ 9% และ Cathay Pacific เพิ่มขึ้นมากกว่า 4%
โดยทั่วไปแล้ว ค่าเชื้อเพลิงเป็นต้นทุนที่สูงเป็นอันดับสองของสายการบิน รองจากค่าแรงงาน และคิดเป็นประมาณ 20–25% ของค่าใช้จ่ายดำเนินงานทั้งหมด แม้ว่าสายการบินในยุโรปและเอเชียบางแห่งจะมีการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (hedging) แต่สายการบินสหรัฐส่วนใหญ่ได้ยกเลิกการทำ hedging ไปในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา
ผลกระทบจากสงครามยังเริ่มส่งผลต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในวงกว้าง บริษัททัวร์ของเกาหลีใต้ HanaTour เปิดเผยว่าได้ยกเลิกทัวร์กลุ่มที่รวมเที่ยวบินไปตะวันออกกลาง และยกเว้นค่าธรรมเนียมยกเลิกสำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยทัวร์ที่เกี่ยวข้องกับตะวันออกกลางทั้งหมดในเดือนมีนาคมจะถูกระงับ
ขณะที่ในประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ประเมินว่าหากความขัดแย้งยืดเยื้อเกิน 8 สัปดาห์ ประเทศอาจสูญเสียนักท่องเที่ยวมากถึง 595,974 คน และรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 40,900 ล้านบาท
อ้างอิง : reuters.com