แสนสิริ กางแผนคอนโดปี 69 รุกเปิด 16 โครงการใหม่ 2.6 หมื่นล้าน สูงสุดในอุตสาหกรรม
ตั้งเป้ายอดขาย 2.3 หมื่นล้านรับอานิสงส์ดอกเบี้ยขาลงและมาตรการรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ ชูกลยุทธ์ "Speed to Market" พร้อมรับรู้รายได้ทันทีจากโครงการสร้างเสร็จมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้าน เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมทุกเซกเมนต์ เน้นทำเลศักยภาพและพันธมิตรระดับโลก
10 มีนาคม 2569 - บมจ.แสนสิริ (SIRI) ประกาศทิศทางธุรกิจกลุ่มคอนโดมิเนียมปี 2569 มุ่งรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 16 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 26,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัดส่วนการลงทุนที่สูงที่สุดในกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยในปีนี้ โดยวางเป้ายอดขาย (Presale) ไว้ที่ 23,000 ล้านบาท และเป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ 17,500 ล้านบาท
ผลประกอบการในปี 2568 ที่ผ่านมา แสนสิริประสบความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญด้วยยอดขายคอนโดมิเนียม 25,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 35% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมียอดโอนรวม 14,500 ล้านบาท โดยสามารถปิดการขายโครงการไปได้ถึง 13 โครงการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มระดับกลาง (Medium) และระดับราคาที่เข้าถึงง่าย (Affordable) สะท้อนถึงความสามารถในการดูดซับของตลาดในสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน
นายองอาจ สุวรรณกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ระบุว่าแม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะเผชิญความท้าทายจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ แต่ปัจจัยภายในประเทศเริ่มมีสัญญาณบวกจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) สู่ระดับ 1.00% ต่อปี เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางการเงินและกระตุ้นกำลังซื้อได้อย่างตรงจุด
"แม้เป้าหมายในปีนี้จะมีความท้าทายสวนกระแสทิศทางตลาด แต่ด้วยความพร้อมของคอนโดมิเนียมรอโอนกว่า 20,000 ล้านบาท ผนวกกับทรัพยากรที่แข็งแกร่ง เราจึงมั่นใจว่าจะรักษาการเติบโตและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ภาคอสังหาฯ ไทยต่อไป" - นายองอาจ สุวรรณกุล กล่าว
ในการรับมือกับความไม่แน่นอนแสนสิริเลือกใช้กลยุทธ์ "Speed to Market" เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และเน้นการกระจายความเสี่ยงผ่าน 3 แนวทางหลัก:
- High-End Dominance : ตอกย้ำความเป็นเจ้าตลาดระดับบน เตรียมส่งมอบโครงการระดับพรีเมียม 5 โครงการ มูลค่ารวม 14,800 ล้านบาท อาทิ แบรนด์ Via และ SHUSH รวมถึงการนำแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งอย่าง XT และ THE MONUMENT กลับมาทำตลาดอีกครั้ง
- Strategic Partnership & Expansion : ขยายฐานสู่หัวเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง (Strategic Locations) เช่น ภูเก็ต หัวหิน และพัทยา พร้อมสานต่อโมเดลร่วมทุน (Joint Venture) กับพันธมิตรระดับโลกอย่าง มิตซุย ฟุโดซัง และ โตคิว ดีเวลลอปเม้นท์
- Well-being Integration : ยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยภายใต้แนวคิดสุขภาพและการอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยง (Pets Welcome) โดยตั้งเป้าขยายสัดส่วนโครงการกลุ่มนี้เป็น 20 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 46,000 ล้านบาท ภายในปี 2569
เจาะลึกทำเลศักยภาพและสงครามราคา
สำหรับ ไฮไลต์ในไตรมาสแรก แสนสิริเตรียมเปิดตัวโครงการ "LOVE Charoen Nakhon" ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับ มิตซุย ฟุโดซัง มูลค่าโครงการ 6,500 ล้านบาท โดยวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์เป็น Rare Item ในย่านเจริญนคร-คลองสาน ที่ปัจจุบันราคาที่ดินริมน้ำพุ่งสูงถึง 1,000,000 บาทต่อตารางวา
การเข้าทำตลาดในครั้งนี้ แสนสิริเลือกใช้กลยุทธ์ราคาที่แข่งขันได้ (Competitive Pricing) โดยกำหนดราคาเริ่มต้นสำหรับห้องวิวเมืองที่ 2.39 ล้านบาท และวิวแม่น้ำที่ 3.39 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโครงการใหม่ในย่านเดียวกันที่ปัจจุบันขยับขึ้นไปแตะระดับ 180,000 บาทต่อตารางวา
การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในปี 2569 นี้ ไม่เพียงแต่เป็นการขยายฐานรายได้ แต่ยังเป็นการตอกย้ำโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งของแสนสิริ ท่ามกลางการปรับตัวของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องพึ่งพาความแม่นยำในการเลือกทำเลและการบริหารต้นทุนเป็นสำคัญ