โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แสนสิริ กางแผนคอนโดปี 69 รุกเปิด 16 โครงการใหม่ 2.6 หมื่นล้าน สูงสุดในอุตสาหกรรม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 16.06 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 09.06 น.

ตั้งเป้ายอดขาย 2.3 หมื่นล้านรับอานิสงส์ดอกเบี้ยขาลงและมาตรการรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ ชูกลยุทธ์ "Speed to Market" พร้อมรับรู้รายได้ทันทีจากโครงการสร้างเสร็จมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้าน เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมทุกเซกเมนต์ เน้นทำเลศักยภาพและพันธมิตรระดับโลก

10 มีนาคม 2569 - บมจ.แสนสิริ (SIRI) ประกาศทิศทางธุรกิจกลุ่มคอนโดมิเนียมปี 2569 มุ่งรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 16 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 26,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัดส่วนการลงทุนที่สูงที่สุดในกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยในปีนี้ โดยวางเป้ายอดขาย (Presale) ไว้ที่ 23,000 ล้านบาท และเป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ 17,500 ล้านบาท

ผลประกอบการในปี 2568 ที่ผ่านมา แสนสิริประสบความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญด้วยยอดขายคอนโดมิเนียม 25,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 35% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมียอดโอนรวม 14,500 ล้านบาท โดยสามารถปิดการขายโครงการไปได้ถึง 13 โครงการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มระดับกลาง (Medium) และระดับราคาที่เข้าถึงง่าย (Affordable) สะท้อนถึงความสามารถในการดูดซับของตลาดในสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน

นายองอาจ สุวรรณกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ระบุว่าแม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะเผชิญความท้าทายจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ แต่ปัจจัยภายในประเทศเริ่มมีสัญญาณบวกจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) สู่ระดับ 1.00% ต่อปี เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางการเงินและกระตุ้นกำลังซื้อได้อย่างตรงจุด

"แม้เป้าหมายในปีนี้จะมีความท้าทายสวนกระแสทิศทางตลาด แต่ด้วยความพร้อมของคอนโดมิเนียมรอโอนกว่า 20,000 ล้านบาท ผนวกกับทรัพยากรที่แข็งแกร่ง เราจึงมั่นใจว่าจะรักษาการเติบโตและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ภาคอสังหาฯ ไทยต่อไป" - นายองอาจ สุวรรณกุล กล่าว

ในการรับมือกับความไม่แน่นอนแสนสิริเลือกใช้กลยุทธ์ "Speed to Market" เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และเน้นการกระจายความเสี่ยงผ่าน 3 แนวทางหลัก:

  • High-End Dominance : ตอกย้ำความเป็นเจ้าตลาดระดับบน เตรียมส่งมอบโครงการระดับพรีเมียม 5 โครงการ มูลค่ารวม 14,800 ล้านบาท อาทิ แบรนด์ Via และ SHUSH รวมถึงการนำแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งอย่าง XT และ THE MONUMENT กลับมาทำตลาดอีกครั้ง
  • Strategic Partnership & Expansion : ขยายฐานสู่หัวเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง (Strategic Locations) เช่น ภูเก็ต หัวหิน และพัทยา พร้อมสานต่อโมเดลร่วมทุน (Joint Venture) กับพันธมิตรระดับโลกอย่าง มิตซุย ฟุโดซัง และ โตคิว ดีเวลลอปเม้นท์
  • Well-being Integration : ยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยภายใต้แนวคิดสุขภาพและการอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยง (Pets Welcome) โดยตั้งเป้าขยายสัดส่วนโครงการกลุ่มนี้เป็น 20 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 46,000 ล้านบาท ภายในปี 2569

เจาะลึกทำเลศักยภาพและสงครามราคา

สำหรับ ไฮไลต์ในไตรมาสแรก แสนสิริเตรียมเปิดตัวโครงการ "LOVE Charoen Nakhon" ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับ มิตซุย ฟุโดซัง มูลค่าโครงการ 6,500 ล้านบาท โดยวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์เป็น Rare Item ในย่านเจริญนคร-คลองสาน ที่ปัจจุบันราคาที่ดินริมน้ำพุ่งสูงถึง 1,000,000 บาทต่อตารางวา

การเข้าทำตลาดในครั้งนี้ แสนสิริเลือกใช้กลยุทธ์ราคาที่แข่งขันได้ (Competitive Pricing) โดยกำหนดราคาเริ่มต้นสำหรับห้องวิวเมืองที่ 2.39 ล้านบาท และวิวแม่น้ำที่ 3.39 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโครงการใหม่ในย่านเดียวกันที่ปัจจุบันขยับขึ้นไปแตะระดับ 180,000 บาทต่อตารางวา

การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในปี 2569 นี้ ไม่เพียงแต่เป็นการขยายฐานรายได้ แต่ยังเป็นการตอกย้ำโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งของแสนสิริ ท่ามกลางการปรับตัวของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องพึ่งพาความแม่นยำในการเลือกทำเลและการบริหารต้นทุนเป็นสำคัญ

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...