“สหรัฐ” เตือนเรือชักธงอเมริกันเลี่ยงน่านน้ำอิหร่าน หลังความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซปะทุ
"สหรัฐ" แนะนำเรือพาณิชย์ที่ชักธงสหรัฐให้หลีกเลี่ยงน่านน้ำอิหร่านและแล่นใกล้ฝั่งโอมาน ระหว่างผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดปะทุ
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.39 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สหรัฐแนะนำให้เรือพาณิชย์ที่ชักธงสหรัฐหลีกเลี่ยงน่านน้ำของอิหร่านให้มากที่สุด ระหว่างเดินเรือผ่าน Strait of Hormuz ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างวอชิงตันและเตหะรานที่ยังอยู่ในระดับสูง
สำนักงานบริหารการเดินเรือของสหรัฐ (U.S. Maritime Administration) ภายใต้กระทรวงคมนาคม ออกประกาศเตือนเมื่อวันจันทร์ว่า กัปตันเรือควรปฏิเสธการอนุญาตให้กองกำลังอิหร่านขึ้นตรวจค้นเรือสหรัฐ พร้อมระบุว่า ช่วงหลังยังพบความพยายามขึ้นตรวจเรือ รวมถึงการบังคับให้เรือพาณิชย์เปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่น่านน้ำอิหร่าน โดยใช้เรือขนาดเล็กและเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งเกิดขึ้นล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามหากกองกำลังอิหร่านสามารถขึ้นเรือได้ ลูกเรือถูกแนะนำว่าไม่ควรใช้กำลังต่อต้าน โดยการไม่ต่อต้านไม่ได้หมายความว่าเป็นการยินยอมหรือยอมรับการขึ้นตรวจแต่อย่างใด คำแนะนำยังระบุว่าเรือที่เดินทางไปทางทิศตะวันออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ควรแล่นเรือใกล้ฝั่งประเทศโอมานมากที่สุด
ประกาศเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสหรัฐ และอิหร่านจัดการเจรจาทางอ้อมในโอมานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นแนวทางในการเปิดการหารือเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการเจรจาครั้งแรกนับตั้งแต่สหรัฐ ใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดโจมตีเป้าหมายนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง ระหว่างสงครามยืดเยื้อ 12 วันเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว
มาซูด เปเซชเกียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ระบุว่า การเจรจาครั้งนี้เป็นก้าวไปข้างหน้า แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการทางการทูตระยะยาว ไม่ใช่หนทางสู่ข้อตกลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศ Abbas Araghchi กล่าวว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี
ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า การเจรจาที่โอมานเป็นไปในทิศทางที่ดีมาก และจะมีการหารือเพิ่มเติม พร้อมเตือนว่า หากอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ จะต้องเผชิญผลลัพธ์ที่รุนแรงอย่างยิ่ง
ขณะเดียวกันเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล มีกำหนดเข้าพบทรัมป์ที่กรุงวอชิงตันในวันพุธ เพื่อหารือประเด็นการเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน โดยอิสราเอลซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐ ผลักดันให้วอชิงตันดำเนินการรื้อถอนโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ควบคุมโครงการขีปนาวุธ และยุติการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค
ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือแคบ ๆ เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง หลังทรัมป์เตือนถึงความเป็นไปได้ของปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน
ข้อมูลจากบริษัทข่าวกรองตลาด Kpler ระบุว่าในปี 2568 มีน้ำมันดิบราว 13 ล้านบาร์เรลต่อวันขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของปริมาณการขนส่งน้ำมันทางทะเลทั่วโลก
หากเส้นทางดังกล่าวถูกรบกวน จะส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังตลาดพลังงานโลกทันที และในอดีตอิหร่านเคยขู่ว่าจะปิดช่องแคบนี้ในช่วงเผชิญหน้ากับชาติตะวันตก ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อราคาน้ำมันโลกในอนาคต
อ้างอิง : www.cnbc.com