โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“อนุทิน” รับ กระแสรักชาติยังมี สัมผัสมาด้วยตัวเอง ไม่เชื่อ นักวิชาการบอกกระแสแผ่ว

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 04.49 น.

“อนุทิน” รับ กระแสรักชาติยังมี สัมผัสมาด้วยตัวเอง ไม่เชื่อ นักวิชาการบอกกระแสแผ่ว ท้า อยากเล่นมาเล่นเลย อย่าทำตัวเป็นกึ่งนักวิชาการ แต่ชี้นำ ด้อยค่า ยัน กำแพงต้องสร้าง ทหารไทยรบกับใครก็ชนะ

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยในรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” หลัง นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการ ถามว่า จากการที่หลายคนวิเคราะห์ว่ากระแสรักชาติเข้มข้นมาก ที่เป็นสาเหตุให้ได้รับชัยชนะ คนอื่นอาจประเมินว่ายุติแล้ว แต่จริงๆ แล้วกระแสแรงมาก หรือเรียกว่า ‘กระแสชาตินิยม’ ก็ได้ กระแสรักชาติคือตัวหลักในการได้ชัยชนะใช่หรือไม่

นายอนุทิน ตอบกลับว่า นี่คือสิ่งที่เราต้องหักปากกาเซียน ในช่วง 2-3 สัปดาห์สุดท้าย ทั้งนายเทพไท อาจารย์ต่างๆ ที่บอกว่ากระแสรักชาติแผ่ว โหนไม่ได้แล้ว เขาไปคิดว่าพรรคภูมิใจไทยโหน ทั้งที่พรรคภูมิใจไทยไม่ได้โหน แต่พรรคภูมิใจไทยอยู่ตรงนั้น อยู่ตรงแนวชายแดนที่พวกนักวิเคราะห์ทั้งหลายไม่เคยไปเลย พวกตนอยู่ตรงนั้น ตนรู้ดีว่าชาวบ้านเขาต้องการอะไร และไม่ใช่เฉพาะตรงนั้น เวลาลงหาเสียงคนมาเกาะแขนแทนที่บอกว่า ช่วยทำให้ป้ารวย ช่วยทำให้ป้ามีเงิน ช่วยหาโอกาส แต่บอกว่าอย่าเปิดด่าน อย่าย่อมเขมร มีแต่คำแบบนี้ ตนมองว่ากูรูนอกจากไม่ประเมินแล้ว ยังด้อยค่าพรรคภูมิใจไทยว่าโหน แต่ไม่ได้รู้เลยว่าตลาดวายไปแล้ว บางคนพูดแรงมากว่าตลาดวายไปแล้ว นี่คือความโง่ ความเซ่อ ของพรรคภูมิใจไทย ยังยึดอยู่กับความเชื่อเดิมๆ ตนคิดว่าจะมองอย่างไรก็แล้วแต่ พวกเขาประเมินด้วยอคติ ประเมินผิด พวกเขาอาจตัดสินใจเทสายใครไปแล้ว นี่คือสิ่งที่ทำให้เมื่อคนที่ไม่มีความเป็นกลางตัดสินใจมันน่ากลัวมาก เพราะถ้าเกิดคนเหล่านี้ต้องไปบริหารบ้านเมืองหรือมีส่วนในการตัดสินใจให้กับประเทศ ตนคิดว่าประเทศไทยมีความเสี่ยงอย่างมหาศาล ถ้าอยากเป็นผู้เล่น มาเล่นเลย แต่อย่ามาทำตัวเป็นกึ่งนักวิชาการแต่ชี้นำและด้อยค่า ดูถูก ตัวอย่างเช่น อาจารย์คนที่มีหนวด จำชื่อไม่ได้ ณ ภูเก็ต อะไรนั่น ก็ชัดเจน อย่างน้อยตนนั่งอยู่ตรงนี้ ตนยังไม่เคยดูถูกดูแคลนใคร ยังนั่งดูนโยบาย ฟังเสียงของพรรคอื่น ใครพูดใครว่าใครด่าตนกลับไปแก้ไข ตนคิดว่าต้องอยู่กันด้วยบรรยากาศที่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่มีวินาทีไหนเลยที่พรรคภูมิใจไทยจะใช้การประเมินหรือวิเคราะห์ของพวกเขา แล้วบอกเปลี่ยนแนว เพราะขายไม่ได้ แต่พรรคภูมิใจไทยบอกว่าจุดนี้คือจุดที่เราจะต้องทำความชัดเจนให้เห็น ว่าอธิปไตยของไทยจะยังคงอยู่ ดินแดนของไทยจะไม่มีวันเสีย ประเทศไทยจะไม่มีวันถูกคุกคามจากประเทศอื่น ไม่ใช่เฉพาะกัมพูชา และประเทศไทยจะต้องมีที่ยืนบนเวทีโลก การดำเนินการทุกอย่าง เราเชื่อมั่นว่าเรามีจุดเข้มแข็งหลายอย่างที่จะไปคุยกับโลกทั้งใบนี้ได้

เมื่อนายสรยุทธ กล่าวต่อว่า พรรคภูมิใจไทยเชื่อมั่นในแนวทางกระแสรักชาติไทย แม้จะถูกวิจารณ์ ด้อยค่าอย่างไร ไม่สนใจเดินหน้าให้เห็นว่าภูมิใจไทยมีจุดเด่นตรงนี้ คือความรักชาติ ปกป้องอธิปไตย เอาที่ดินคืนมา ให้ ไฟเขียวทหารดำเนินการเต็มที่ และสามารถทำให้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไม่มีใครมาคุกคาม มุ่งมั่น และเชื่อมั่นมาตลอด ถึงแม้จะถูกด้อยค่าว่ากระแสจบแล้ว แต่นายอนุทินเชื่อมั่นว่ากระแสรักชาติมีจริง เพราะไปสัมผัสผู้คน ใครเข้ามาจับมือก็บอกว่าอย่าไปยอมเขมรนะ จึงเดินแนวนี้มาโดยตลอดจึงเป็นปัจจัยชี้ขาด

ด้านนายอนุทิน จึงกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ทีมยุทธศาสตร์ของตนบางคนก็เชื่อตามนั้น และหลีกเลี่ยงไม่ให้พูดเรื่องนี้ในสปีดเวทีปิดท้าย แต่ตนก็เชื่อตัวเอง แม้กระทั่งทีมยุทธศาสตร์กี่คนที่ไปชายแดน ไปอยู่กับชาวบ้าน ไปนั่งร้องเพลงกับชาวบ้าน ไปนั่งผัดอาหารให้ชาวบ้านกิน ไปนั่งร้องไห้กับเขา ตนดีใจมากถ้าได้ไปนั่งอุปการะเด็กๆ ที่รู้สึกเห็นใจ อยากให้เขามีชีวิตที่ดี ตนคิดว่าตนคงมีลูกบุญธรรมเป็นโหล ตนได้เห็นเด็กคนนึงนั่งอยู่เชิงบันไดวัดตัวเล็กนิดเดียว ตาแป๋วตาดำ ตนไปหาเขาตลอด เขาอยู่ที่อำเภอบ้านกรวด ตนคิดถึงและรู้สึกว่าดีเหมือนกันที่เราได้มาตรงนี้ เราได้เห็นความลำบากของชาวบ้าน เห็นคนพวกนี้แล้วรู้สึกเอ็นดู นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Organic ไปเจออะไรก็เทคทุกอย่างมา คนเป็นนายกฯ ที่โทรหาคนเหล่านี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง กลับบ้านหรือยัง เรียบร้อยมั้ย

ส่วนลูกของทหารที่เสียชีวิต น้องมีสุข น้องมีตัง ตนจะไปหาที่ร้อยเอ็ด บอกไว้ว่าเลือกตั้งเสร็จจะพาไปเที่ยวทะเล ทุกอย่างอยู่ที่หน้างาน ดีกว่าตัวเองมานั่งอยู่ในสภาแล้วไปด่าคนโน้นคนนี้ วิจารณ์คนนั้นคนนี้ แม้กระทั่งการที่เราไปอยู่กับทหาร แม้กระทั่งผู้นำต่างชาติที่ต้องการสร้างความสงบในโลกใบนี้ หลายชาติที่โทรมา ตนก็ถามกลับว่าที่พูดมาทั้งหมดนี้ฟังรายงานมาใช่ไหม ทุกคนก็ต้องตอบว่าใช่ เพราะเขาไม่ได้มา หากมาตนก็ต้องรู้ ตนก็บอกว่านั่นคือรายงาน แต่ขอให้ฟังรายงานของตนบ้าง เพราะตนอยู่ในพื้นที่ สัมผัสทุกอย่างด้วยตัวเอง รองเท้ายังคลุกทรายอยู่เลย ข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้ ขอให้เอาไปพูดด้วย อย่ารับฟังความฝั่งเดียว

“ วันนี้ต่อให้มาเป็นนายกฯ แล้ว ผมก็ยังต้องสร้างกำแพงต่อไป ผมก็ยังต้องเสริมศักยภาพให้กองทัพต่อไป ผมก็ยังเชื่อว่าทหารไทยรบกับใครต้องชนะ ผมก็ยังเชื่อว่ากองทัพต้องมี ผมก็ยังเชื่อว่าเราจะยังคงต้องปิดด่านอยู่ ไม่เปิดด่าน ”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...