โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

ปี 68 ไทยยืนเบอร์หนึ่งต่างชาติเช็กอินพักโรงแรม บุ๊คกิ้งดอทคอมขึ้นอันดับ 1 ต่างชาติแห่ใช้เช็กอิน

BTimes

อัพเดต 10 ก.พ. เวลา 17.38 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. เวลา 12.00 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

คุณสุภกฤษฎิ์ แผนสมบูรณ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท SiteMinder กล่าวว่า “แม้ในปี 2568 จะมีการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศและความต้องการเดินทางจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัวลง แต่ข้อมูลของเราชี้ให้เห็นว่า ภาคธุรกิจโรงแรมของประเทศไทยยังคงแข็งแกร่งและพึ่งพาตลาดต่างประเทศเป็นหลัก การปรับตัวของอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อวัน สะท้อนถึงความสามารถของผู้ประกอบการโรงแรมในการปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง และรักษารายได้ท่ามกลางความผันผวน สิ่งสำคัญในระยะต่อไปคือ ความรวดเร็วในการเข้าสู่ตลาด โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ เพื่อระบุปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดความต้องการ หรือมองหาตลาดต้นทางที่มีแนวโน้มเติบโต เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการตัดสินใจด้านรายได้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในขณะที่ประเทศกำลังเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกครั้ง”

ไซท์ไมน์เดอร์ ผู้นำแพลตฟอร์มระดับโลกที่จะเข้ามายกระดับการเข้าถึงให้กับโรงแรม เผยว่าโรงแรมในประเทศไทยยังคงมีสัดส่วนผู้เข้าพักจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2568 แม้จะเป็นปีที่ต้องเผชิญกับปัจจัยที่ท้าทาย ทั้งในด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก

แม้ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศจะลดลงตามข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อย่างไรก็ตามรายงาน Hotel Booking Trends ของ SiteMinder ระบุว่า ยอดการจองห้องพักจากชาวต่างชาติคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 77% ของยอดจองห้องพักโรงแรมทั้งหมดทั่วประเทศ ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในโลก เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย (49%) และอินโดนีเซีย (51%) รวมถึงตลาดหลักในฝั่งยุโรป อาทิ สเปน (59%) อิตาลี (67%) และฝรั่งเศส (53%)

สัดส่วนการเช็กอินของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ยังมาพร้อมกับระยะเวลาการเข้าพักที่ยาวนานขึ้น โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่มีระยะเวลาการเข้าพักในโรงแรมยาวนานที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยสัดส่วนการจองที่มีการเข้าพักตั้งแต่สองคืนขึ้นไปเพิ่มขึ้นเป็น 35% จากเดิม 29% ในปี 2567 ปัจจัยดังกล่าวช่วยสนับสนุนการปรับตัวราคาห้องพักในภาพรวม โดยโรงแรมในประเทศไทยสามารถปรับอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) เพิ่มขึ้น 3% มาอยู่ที่ 4,984 บาท แม้บรรยากาศการเดินทางในตลาดหลักบางแห่งจะมีความผันผวนก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานมีความแตกต่างกันในแต่ละเดือน โดยช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งตามปกติเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือ Peak Season เป็นเดือนที่สร้างรายได้สูงสุดให้กับโรงแรมในประเทศไทย อัตราค่าห้องพักปรับเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่ 6,169 บาท จากแรงหนุนของการเดินทางในภูมิภาค โดยเกี่ยวข้องกับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 และการฉลองครบรอบ 10 ปีของเทศกาล Wonderfruit ส่วนเดือนมกราคมมีการปรับขึ้นของราคาสูงที่สุด โดยอัตราค่าห้องพักเพิ่มขึ้น 21% อยู่ที่ 6,101 บาท สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันตามข้อมูลของ ททท. ในทางกลับกัน เดือนกันยายนเป็นช่วงที่อัตราค่าห้องพักปรับลดลงมากที่สุด จากการชะลอตัวของตลาดหลักที่ส่งผลให้อัตราเฉลี่ยลดลง 4.26% อยู่ที่ 3,911 บาท

12 อันดับของช่องทางการจองโรงแรมที่สร้างรายได้รวมสูงสุดให้กับโรงแรมไทยในปี 2568 ได้แก่:

1. Booking.com

2. Agoda

3. เว็บไซต์ของโรงแรม (การจองตรง)

4. Expedia Group

5. Trip.com

6. Hotelbeds

7. Goibibo & MakeMyTrip

8. Tiket.com

9. Traveloka

10. WebBeds

11. TBOHolidays

12. DidaTravel

Goibibo และ MakeMyTrip แพลตฟอร์มจากประเทศอินเดียขยับขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 7 สะท้อนถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดหลักอันดับสามของประเทศไทย โดยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 16% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ความต้องการการเดินทางจากประเทศจีนที่ฟื้นตัวในช่วงปลายปี ส่งผลให้ DidaTravel ซึ่งเป็น แพลตฟอร์มจัดหาห้องพัก (B2B) รายใหญ่ที่สุดของจีน กลับเข้าสู่ 12 อันดับของช่องทางการจองโรงแรมอีกครั้ง ด้าน Agoda ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำได้อย่างแข็งแกร่ง จากความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวในภูมิภาค ที่ยังคงมองว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...