โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

โบรกฯ ชี้โอกาสทอง-หุ้นไทย รับอานิสงส์ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ยกเลิกภาษี Reciprocal Tariff

The Better

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 03.39 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 03.26 น. • THE BETTER
บล.เอเซีย พลัส ชี้โอกาสทองหุ้นไทย รับอานิสงส์ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ยกเลิกภาษี Reciprocal Tariff คว้าแต้มต่อ 19% ชู 4 กลุ่มอุตสาหกรรมเด่น

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ ศาลสูงสุดสหรัฐฯ (SCOTUS) มีมติ 6-3 ให้การเก็บภาษีภายใต้กฎหมาย IEEPA ของโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นโมฆะ ส่งผลบวกต่อตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ด้าน บล.เอเซีย พลัส ประเมินเป็นโอกาสทองของตลาดหุ้นไทยที่ได้แต้มต่อทางภาษีถึง 19% พร้อมแนะจับตา 4 กลุ่มอุตสาหกรรมเด่นที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานโลก จากการตัดสินคดีดังกล่าว ทำให้ความกังวลเรื่อง De-dollarization กลับมา ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลง เนื่องจากสหรัฐฯ อาจต้องหาเงินมาชดใช้คืนภาษีนำเข้าที่เก็บไปแล้วกว่า 1.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (มีคดีฟ้องร้องมากกว่า 1,500 คดี) ทำให้เม็ดเงินมีโอกาสถูกโยกย้ายไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ในกลุ่มประเทศ EM มากขึ้น (Global Rebalance)

อย่างไรก็ตาม ปธน. ทรัมป์ ได้ประกาศเก็บภาษี 15% ภายใต้มาตรา 122 (Section 122 ของ Trade Act 1974) ทันทีเพื่อทดแทน โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. 2569 แต่มาตรการใหม่นี้มีข้อจำกัดด้านเวลาคือใช้ได้นานสุดเพียง 150 วัน และเก็บภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 15% ซึ่ง บล.เอเซีย พลัส มองว่าจะสร้างความผันผวนเพียงระยะสั้น (Temporary Shock) และมีแรงกดดันเบากว่ามาตรการ Reciprocal Tariff

กลุ่มที่ได้รับประโยชน์ระดับโลก สำหรับประเทศที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากการยกเลิกมาตรการนี้ ได้แก่ บราซิล (50%), จีน (30%), เวียดนาม (20%) รวมถึงไทย (19%) ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์โดยตรง ได้แก่

• กลุ่มค้าปลีกที่พึ่งพาการนำเข้าสินค้า: ต้นทุนสินค้า (COGS) จะลดลง ทำให้อัตรากำไรขยายตัว เช่น AMAZON, WALMART และ COSTCO
• กลุ่มที่พึ่งพาการผลิตสินค้าจากต่างประเทศ: ฐานการผลิตเชื่อมต่อกันได้ลื่นไหลขึ้น เช่น NIKE และ APPLE
• กลุ่มเทคโนโลยีและโฆษณาดิจิทัล: ภาคธุรกิจมีความคล่องตัวทางการตลาดและมีงบโฆษณาสูงขึ้น เช่น META และ GOOGLE

อานิสงส์ต่อตลาดหุ้นไทยและกลยุทธ์การลงทุน สำหรับตลาดหุ้นไทย ถือเป็นจังหวะสำคัญที่สร้างความได้เปรียบให้ผู้ส่งออกไทยในเวทีโลก เนื่องจากได้รับ "แต้มต่อทางภาษีถึง 19%" โดย 4 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่จะได้รับอานิสงส์อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ 1. กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 2. กลุ่มอาหาร 3. กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) และ 4. กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์

กลยุทธ์การลงทุน: แนะนำให้เน้นลงทุนในหุ้น 4 กลุ่มดังกล่าว ที่ผลตอบแทนยังปรับตัวขึ้นไม่มาก (น้อยกว่า 20%) หรือราคายังติดลบอยู่

• หุ้นเด่น (Top Picks) ได้แก่ COCOCO, CPF, AMATA, STA, SAPPE, TU, IVL และ HANA
• หุ้นอื่นๆ ที่ได้ประโยชน์ในกลุ่ม ได้แก่ DELTA, KCE, PTTGC, ITC, TTA, PSL, RCL, SJWD และ WHA
ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงต้องจับตาความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ และแผนการใช้กฎหมายการค้าฉบับอื่นๆ ของทรัมป์ที่อาจตามมา เช่น Section 301 และ Section 232 ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...