เอเซีย พลัส คัดกรอง 16 หุ้น Laggard น่าสะสม ตอบรับเงินทุนต่างชาติเข้าหุ้นไทย
#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า หากย้อนกลับไปดูสถิติในช่วง 1 ปี 4 เดือนที่ผ่านมา (นับตั้งแต่กลางเดือนต.ค.68) นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิตลาดหุ้นไทยมาโดยตลอด รวมมูลค่าเม็ดเงินที่ไหลออกสูงถึง 1.1 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวได้เปลี่ยนไปแล้ว หลังเกิดการเลือกตั้งในไทยวัยที่ 8 ก.พ.69 ซึ่งหลังจากนั้นเพียงระยะเวลาแค่ 10 วันทำการ (9 – 19 ก.พ.) นักลงทุนต่างชาติกลับมาลุยซื้อสุทธิสูงถึง5.6 หมื่นล้านบาท (คิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของที่เคยขายไปตลอดปีกว่า) ซึ่งจากการคำนวณของฝ่ายวิจัยฯ พบว่า ต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนต่างชาติในรอบการเข้าซื้อล่าสุด อยู่ที่บริเวณดัชนี 1,430 จุด ซึ่งตัวเลขนี้สามารถใช้เป็นแนวรับเชิงจิตวิทยาที่แข็งแกร่ง หากดัชนีมีการย่อตัวลงมาในช่วงนี้
เมื่อดัชนีSET ปรับตัวขึ้นมาพอสมควร การไล่ซื้อหุ้นที่ราคาปรับขึ้นไปมากแล้ว อาจมีความเสี่ยงที่ผันผวนในเชิงราคาหุ้น ดังนั้น กลยุทธ์ที่น่าสนใจในตอนนี้คือ การมองหาหุ้น LAGGARD หรือหุ้นที่ราคายังตามไม่ทันตลาด แต่มีพื้นฐานดี และที่สำคัญ คือ มีเม็ดเงินต่างชาติเริ่มไหลเข้า
**คัดกรอง 16 หุ้นน่าสะสม
จากข้อมูลเชิงสถิติ มีการคัดกรองหุ้นที่เข้าเกณฑ์ 16 บริษัท โดยใช้เงื่อนไข 3 ประการ ดังนี้
1.ราคายังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ : ราคาหุ้นปัจจุบันยังต่ำกว่าช่วงวันที่ 18 ต.ค.68 (ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของ SET ในรอบก่อน)
2.VALUATION ถูกลง : ราคาหุ้นปรับตัวลงมาลึกกว่าการลดลงของค่า P/E ของช่วงวันที่ 18 ต.ค.68(TRAILING P/E) หมายความว่าหุ้นมีความถูกลงในเชิงมูลค่า (UNDERVALUED) มากกว่าแค่ราคาที่ร่วงลงมา
3. SMART MONEY เข้า : เป็นหุ้นที่ต่างชาติเริ่มเข้ามาทยอยซื้อสุทธิแล้วตั้งแต่ช่วง 9 -18 ก.พ.69
-กลุ่มการแพทย์ & ท่องเที่ยว: BDMS, AWC, SHR
-กลุ่มค้าปลีก & พาณิชย์: CPN, CBG, OSP, SINGER, MC
-กลุ่มการเงิน : KTC, MTC
-กลุ่มพลังงาน & สาธารณูปโภค : RATCH, CKP, GUNKUL, EPG
-กลุ่มนิคมฯ & โลจิสติกส์: AMATA, SJWD