เงินทุนต่างชาติไหลเข้า “หุ้นญี่ปุ่น” สูงสุดในรอบ 11 ปี รับชัยชนะนายกฯ ทาคาอิจิ
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นและฟิวเจอร์สญี่ปุ่นกว่า 1.78 ล้านล้านเยน หลังการเลือกตั้งที่ซานาเอะ ทาคาอิจิชนะถล่มทลาย หนุนความเชื่อมั่นเสถียรภาพการเมือง
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.54 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นักลงทุนต่างชาติแห่เข้าซื้อหุ้นและฟิวเจอร์สญี่ปุ่นมากที่สุดในรอบกว่า 10 ปี ภายหลังชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพการเมืองและแนวโน้มการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่
ข้อมูลจาก Japan Exchange Group ระบุว่าในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 13 กุมภาพันธ์ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นญี่ปุ่นและสัญญาซื้อขายล่วงหน้ารวม 1.78 ล้านล้านเยน หรือราว 11,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2557 โดยกระแสเงินทุนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งที่ทาคาอิจิชนะอย่างถล่มทลาย จุดประกายความคาดหวังถึงเสถียรภาพทางการเมืองและการใช้จ่ายภาครัฐที่มากขึ้น
กระแสเงินไหลเข้าแสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ที่เพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นโตเกียว ในฐานะทางเลือกของนักลงทุนทั่วโลกที่ต้องการกระจายความเสี่ยงออกจากตลาดสหรัฐ โดยดัชนี Topix ของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นแล้ว 13% ตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ดัชนี S&P 500 ของสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย
รัสเซล ชอร์ นักกลยุทธ์ตลาดอาวุโสจากแพลตฟอร์มเทรด Tradu กล่าวว่า หากนักลงทุนมองหาตลาดนอกสหรัฐ ญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ พร้อมชี้ว่า “เสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้งมีความสำคัญอย่างมาก และยิ่งทาคาอิจิชนะด้วยคะแนนทิ้งห่าง ยิ่งทำให้ญี่ปุ่นดูน่าสนใจยิ่งขึ้น”
แรงหนุนสำคัญมาจากความหวังว่านโยบายการคลังเชิงขยายของรัฐบาลใหม่จะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมหลากหลาย ตั้งแต่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงาน ไปจนถึงอุตสาหกรรมต่อเรือ ประกอบกับค่าเงินเยนที่อ่อนค่าซึ่งเอื้อต่อผู้ส่งออก และแรงกดดันจากนักลงทุนเชิงรุก (activist investors) ที่ยังคงมีต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันความผันผวนที่เกี่ยวข้องกับหุ้นเทคโนโลยี AI และความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ ได้ลดความน่าสนใจของตลาดหุ้นสหรัฐในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้จัดการกองทุนต่างชาติมองว่า ส่วนชดเชยความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น (equity risk premium) มีความน่าดึงดูดเป็นพิเศษในช่วงเวลานี้
อ้างอิง : bloomberg.com