จีนเรียกร้องหยุดยิง อพยพพลเมืองแล้วกว่า 3,000 คน หลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน
วันที่ 2 มี.ค. 69 จีนเรียกร้องให้มีการหยุดยิง พร้อมแสดง “ความกังวลอย่างยิ่ง” ต่อการลุกลามของความขัดแย้งในภูมิภาค หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน ซึ่งอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่กรุงปักกิ่งว่า “สหรัฐฯ และอิสราเอลได้ดำเนินการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ”
เธอกล่าวว่า จีนมีความกังวลอย่างยิ่งต่อผลกระทบของความขัดแย้งที่อาจลุกลามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และเชื่อว่าอธิปไตย ความมั่นคง และบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ควรได้รับการเคารพอย่างเต็มที่เช่นกัน
เหมากล่าวเพิ่มเติมว่า “เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติปฏิบัติการทางทหาร และป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น”
เมื่อถูกถามว่าปักกิ่งได้รับการแจ้งล่วงหน้าจากวอชิงตันหรือไม่ ก่อนที่สหรัฐฯ จะเปิดปฏิบัติการโจมตีร่วมกับอิสราเอล เหมา หนิง ตอบว่า “จีนไม่ได้รับการแจ้งล่วงหน้าเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ”
โฆษกหญิงรายนี้ยังปฏิเสธรายงานที่อ้างว่า จีนและอิหร่าน “ใกล้บรรลุข้อตกลง” ในการซื้อขายขีปนาวุธต่อต้านเรือความเร็วเหนือเสียงรุ่น CM-302 โดยระบุว่า รายงานดังกล่าวไม่เป็นความจริง ในฐานะประเทศมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบ จีนปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศมาโดยตลอด
เธอกล่าวด้วยว่า จีนคัดค้านการเชื่อมโยงหรือการสร้างกระแสที่เป็นอันตราย และหวังว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะทำในสิ่งที่ช่วยลดความตึงเครียด
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังดำเนินอยู่ ทางการจีนเปิดเผยว่า ได้อพยพพลเมืองจีนออกจากอิหร่านแล้วมากกว่า 3,000 คน