โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จับตา “ราคาน้ำมัน” พุ่งรุนแรง จ่อทะลุ 90 ดอลลาร์ หุ้นทั่วโลกดิ่ง ตลาดผวาสงครามยืดเยื้อ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 มี.ค. เวลา 09.29 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 02.29 น.

จับตา "ราคาน้ำมัน" พุ่งรุนแรง จ่อทะลุ 90 ดอลลาร์ หุ้นทั่วโลกดิ่ง ตลาดผวาสงครามยืดเยื้อ นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก หันถือดอลลาร์และทองคำ ท่ามกลางความเสี่ยงเงินเฟ้อรอบใหม่

วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 09.16 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในวันจันทร์ ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งทางทหารในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ส่งผลให้นักลงทุนเร่งโยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างดอลลาร์สหรัฐและทองคำ

น้ำมันดิบเบรนท์ทะยานขึ้น 4.5% แตะระดับ 76.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากระหว่างวันเคยพุ่งทะลุ 82 ดอลลาร์ ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐ (WTI) เพิ่มขึ้น 3.9% สู่ระดับ 69.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านราคาทองคำปรับขึ้น 1% แตะ 5,327 ดอลลาร์ต่อออนซ์

การโจมตีทางทหารของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านยังไม่มีสัญญาณผ่อนคลาย ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธทั่วภูมิภาค เพิ่มความเสี่ยงที่ประเทศเพื่อนบ้านจะถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับ Daily Mail ว่าสถานการณ์อาจยืดเยื้ออีกอย่างน้อย 4 สัปดาห์ พร้อมย้ำว่าการโจมตีจะดำเนินต่อไปจนกว่าสหรัฐฯ จะบรรลุเป้าหมาย

สายตาของตลาดจับจ้องไปยังช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันทางทะเลราว 20% ของโลก และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อีกประมาณ 20% แม้ช่องแคบดังกล่าวยังไม่ถูกปิดอย่างเป็นทางการ แต่ข้อมูลจากระบบติดตามเรือพบว่าเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากจอดรออยู่ทั้งสองฝั่ง เนื่องจากกังวลความเสี่ยงการโจมตีหรืออาจไม่สามารถทำประกันภัยการเดินทางได้

ฮอร์เก เลออน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์ของ Rystad Energy ระบุว่า ผลกระทบที่ชัดเจนที่สุดต่อตลาดน้ำมันคือการหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทำให้น้ำมันดิบราว 15 ล้านบาร์เรลต่อวันไม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้ และหากไม่มีสัญญาณลดระดับความตึงเครียดอย่างรวดเร็ว ราคาน้ำมันมีแนวโน้มถูกปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในระยะยาวอาจจุดแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลกอีกครั้ง และทำหน้าที่เสมือนภาษีแฝงต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภค ซึ่งอาจฉุดอุปสงค์และการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขณะที่กลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) เพิ่งมีมติเพิ่มกำลังการผลิตเพียง 206,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายน แต่การส่งออกยังต้องอาศัยเส้นทางขนส่งจากตะวันออกกลางเป็นหลัก

นักวิเคราะห์จาก Wood Mackenzie ชี้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีลักษณะใกล้เคียงกับวิกฤตน้ำมันในทศวรรษ 1970 ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 300% โดยประเมินว่าราคาที่ทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเงื่อนไขปัจจุบันไม่ใช่เรื่องไกลเกินจริง หากอุปทานถูกกระทบอย่างมีนัยสำคัญ

แรงกระเพื่อมดังกล่าวส่งผลต่อตลาดหุ้นเอเชีย โดยดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นร่วง 1.4% เนื่องจากญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันทั้งหมด สายการบินได้รับผลกระทบหนัก ขณะที่ดัชนีหุ้นจีนทรงตัว ส่วนดัชนี MSCI Asia-Pacific ex-Japan ลดลง 1.2% ในตะวันออกกลาง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และคูเวตประกาศปิดตลาดหุ้นชั่วคราวโดยอ้าง “สถานการณ์พิเศษ”

ตลาดยุโรปและสหรัฐฯ ก็เผชิญแรงกดดันเช่นกัน โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า EUROSTOXX 50 ลดลง 1.4% และ DAX ลดลง 1.3% ขณะที่ฟิวเจอร์ส S&P 500 และ Nasdaq ต่างปรับลง 0.6%

ในตลาดเงิน ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นจากสถานะผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ยูโรอ่อนค่าลง 0.2% สู่ระดับ 1.1788 ดอลลาร์ ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินเยน แม้เยนมักถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันทั้งหมด ทำให้ทิศทางเงินทุนมีความซับซ้อนมากขึ้น

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีทรงตัวที่ 3.97% หลังเคยแตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือนที่ 3.926% ก่อนหน้านี้ ตลาดตราสารหนี้ได้รับแรงซื้อจากความกังวลด้านเครดิต หลังบริษัทสินเชื่อที่อยู่อาศัยของอังกฤษ MFS ถูกสั่งเข้าสู่กระบวนการบริหารทรัพย์สิน เนื่องจากข้อกล่าวหาความผิดปกติทางการเงิน โดยมีการกู้ยืมสูงถึง 2 พันล้านปอนด์

สัปดาห์นี้ยังเป็นสัปดาห์สำคัญของข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ นักลงทุนจับตาดัชนี ISM ภาคการผลิต ยอดค้าปลีก และรายงานการจ้างงาน (Nonfarm Payrolls) ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ หลังไตรมาส 4 ที่ผ่านมาออกมาต่ำกว่าคาด อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่อ่อนแออาจเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับลดดอกเบี้ย ปัจจุบันตลาดประเมินความเป็นไปได้ราว 50% ที่จะมีการลดดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน และคาดว่าทั้งปีนี้อาจลดลงรวมราว 60 จุดพื้นฐาน

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...