จากการโจมตีสู่การตอบโต้ “ความขัดแย้งอิหร่าน” กำลังไปทางไหน?
จากการโจมตีสู่การตอบโต้ "ความขัดแย้งอิหร่าน" กำลังไปทางไหน? นานาชาติเร่งประเมินจะจบลงด้วยการเจรจา หรือขยายวงเป็นสงครามยืดเยื้อ
วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 11.08 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่วันที่สาม โดยทั้งสองฝ่ายส่งสัญญาณยกระดับการตอบโต้ในระยะต่อไป ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์อาจลุกลามเป็นสงครามในระดับภูมิภาค และกระทบเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ
สถานการณ์ล่าสุด
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีขนาดใหญ่ต่ออิหร่าน ส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต จุดชนวนให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนใส่อิสราเอล รวมถึงประเทศอ่าวอาหรับที่เป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ คูเวต และซาอุดีอาระเบีย
โครงสร้างพื้นฐานพลเรือนใน UAE ก็ได้รับความเสียหาย รวมถึงโรงแรมหรู Fairmont The Palm และสนามบินนานาชาติดูไบ
ภายหลังการเสียชีวิตของคาเมเนอี ซึ่งครองอำนาจมากว่า 30 ปี อิหร่านยังไม่มีการประกาศผู้สืบทอดอย่างเป็นทางการ โดยมีคณะผู้นำชั่วคราวซึ่งประกอบด้วยประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ประธานฝ่ายตุลาการ และสมาชิกสภาผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญ เข้าบริหารประเทศชั่วคราว
สื่อทางการอิหร่านรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตในประเทศมากกว่า 200 ราย ขณะที่กองทัพสหรัฐระบุว่ามีทหารอเมริกันเสียชีวิต 3 นาย และบาดเจ็บสาหัสอีก 5 นาย
ปฏิกิริยาตลาดการเงิน
ตลาดพลังงานตอบสนองทันที ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งกว่า 8% แตะ 72.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ Brent ปรับขึ้นเกือบ 9% สู่ระดับ 79.41 ดอลลาร์ จากความเสี่ยงการหยุดชะงักของอุปทาน ทองคำและเงินปรับขึ้นราว 2% จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
ในทางกลับกัน สินทรัพย์เสี่ยงถูกเทขาย ดาวโจนส์ฟิวเจอร์สร่วงกว่า 500 จุด S&P 500 และ Nasdaq ฟิวเจอร์สลดลงราว 1% ตลาดเอเชียอ่อนตัวถ้วนหน้า ทั้งญี่ปุ่น ฮ่องกง จีน และออสเตรเลีย
โอกาสลดความรุนแรง หรือความตึงเครียดจะลุกลาม?
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่าอาจมีทหารอเมริกันเสียชีวิตเพิ่ม และระบุว่าสงครามอาจยืดเยื้อราว 4 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ The Atlantic ว่า ผู้นำชุดใหม่ของอิหร่านต้องการกลับเข้าสู่การเจรจา และเขาพร้อมหารือ
ขณะเดียวกันการโจมตีครั้งนี้จุดชนวนข้อถกเถียงทางกฎหมายภายในสหรัฐ เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้สภาคองเกรสมีอำนาจประกาศสงคราม นักวิชาการบางรายชี้ว่าไม่มีฐานกฎหมายที่ชัดเจนรองรับปฏิบัติการครั้งนี้ และอาจนำไปสู่ผลกระทบในวงกว้าง
สมาชิกสภาคองเกรสทั้งสองพรรคต่างแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของสงครามยืดเยื้อในตะวันออกกลาง
ปฏิกิริยานานาชาติ
โลกแบ่งขั้วชัดเจน จีนและรัสเซียวิจารณ์การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล โดยเรียกร้องหยุดยิงทันที และกลับสู่กระบวนการทางการทูต ด้านกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับที่ใกล้ชิดสหรัฐแถลงร่วมปกป้องอธิปไตยของตน ขณะที่สหราชอาณาจักรระบุว่าไม่ได้เข้าร่วมโจมตี แต่อนุญาตให้สหรัฐใช้ฐานทัพเพื่อปฏิบัติการเชิงป้องกัน
ฝรั่งเศสและเยอรมนีติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ออสเตรเลียและแคนาดาแสดงจุดยืนสนับสนุนสหรัฐ ในการป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
ทั้งนี้ความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปะทะทางทหาร แต่สะท้อนความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบพลังงาน เงินเฟ้อ ตลาดทุน และเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดว่าสถานการณ์จะเดินหน้าสู่การเจรจา หรือเข้าสู่วงจรความรุนแรงที่ยืดเยื้อ