โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไว้ทุกข์ 40 วัน! หลัง 'อาลี คาเมเนอี' เสียชีวิตจากเหตุโจมตี

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไว้ทุกข์ 40 วัน! หลัง 'อาลี คาเมเนอี' เสียชีวิตจากเหตุโจมตี ขณะที่ ประชาชนหลั่งไหลสู่ท้องถนน ด้าน อิรักเดือด ประท้วงใกล้สถานทูตสหรัฐฯ ความตึงเครียดพุ่งสุดขีด

วันที่ 2 มี.ค. 2569 รัฐบาลอิหร่านประกาศเริ่มช่วงไว้ทุกข์ทั่วประเทศเป็นเวลา 40 วัน ภายหลังการเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด จากการโจมตีของสหรัฐฯ และ อืเราเอล โดยรายงานระบุว่า การโจมตีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ยังคร่าชีวิตเจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงหลายราย รวมถึงบุตรสาว บุตรเขย และหลานของคาเมเนอี นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดต่อโครงสร้างผู้นำอิหร่าน นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 2522

ด้านประธานาธิบดีอิหร่าน ออกแถลงการณ์ผ่านสำนักงาน ประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “อาชญากรรมครั้งใหญ่” พร้อมประกาศหยุดราชการ 7 วัน ควบคู่กับช่วงไว้ทุกข์ 40 วันทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรุงเตหะรานว่า ประชาชนจำนวนมากหลั่งไหลออกสู่ท้องถนนหลังทราบข่าวการเสียชีวิตของคาเมเนอี โดยคาดว่าจะมีพิธีไว้อาลัยจัดขึ้นในหลายพื้นที่ แม้ยังคงมีการทิ้งระเบิดต่อเนื่องในบางเมือง ขณะที่รายงานการชุมนุมประณามการสังหารผู้นำสูงสุดในเมืองชีราซ ยาซูจ และลอเรสถาน ขณะที่ภาพจากสื่อทางการเผยให้เห็นผู้สนับสนุนจำนวนมากร่วมไว้อาลัยที่มัสยิดอิหม่ามเรซา เมืองมัชฮัด บางรายร้องไห้และเป็นลมด้วยความโศกเศร้า

แรงสะเทือนจากเหตุการณ์ยังลุกลามไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างอิรัก ซึ่งประกาศไว้ทุกข์ 3 วัน โดยในกรุงแบกแดด ผู้ประท้วงรวมตัวในเขตกรีนโซน พื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารรัฐบาลและสถานทูตต่างประเทศ และมีรายงานเผชิญหน้ากับกองกำลังความมั่นคง บางส่วนพยายามเคลื่อนขบวนไปยังสถานทูตสหรัฐฯ พร้อมปิดกั้นการจราจรบริเวณวงเวียนใกล้ทางเข้าเขตกรีนโซน

สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงตึงเครียดอย่างหนัก ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองและความมั่นคงที่อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในตะวันออกกลาง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...