โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สารพัดเรื่องราวหลังเลือกตั้ง ทำคนเครียดจนกลายเป็น Post-Election Stress

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 16 ก.พ. เวลา 03.07 น.
รู้จัก Post-election stress หรือภาวะเครียดหลังการเลือกตั้ง ซึ่งกำลังส่งผลต่อสุขภาพใจของผู้คนจำนวนไม่น้อยในช่วงเวลานี้

หลังการเลือกตั้งปี 69 ของประเทศไทย บรรยากาศทางการเมืองยังคงร้อนแรงและเต็มไปด้วยข้อถกเถียงในสังคม ตั้งแต่คำถามต่อการทำงานของ กกต ประเด็นความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง ไปจนถึงความกังวลว่าการลงคะแนนเป็นไปอย่างอิสระและลับจริงหรือไม่

การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เข้มข้นบนสื่อและโซเชียลมีเดียทำให้หลายคนรู้สึกกดดัน เหนื่อยล้า และไม่สบายใจทางอารมณ์ สถานการณ์เช่นนี้ไม่เพียงสะท้อนความตึงเครียดทางการเมือง แต่ยังเชื่อมโยงกับสิ่งที่เรียกว่า Post-election stress หรือภาวะเครียดหลังการเลือกตั้ง ซึ่งกำลังส่งผลต่อสุขภาพใจของผู้คนจำนวนไม่น้อยในช่วงเวลานี้

ภาวะเครียดหลังการเลือกตั้ง คืออะไร?

ภาวะเครียดหลังการเลือกตั้ง (Post-election stress) มักเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งใหญ่ โดยเฉพาะในกรณีที่ประชาชนมีความผูกพันทางอารมณ์กับผลการเลือกตั้งอย่างมาก แม้คนที่ไม่ได้สนใจการเมืองเป็นพิเศษอาจไม่รู้สึกถึงภาวะนี้ แต่สำหรับหลายคน ความตึงเครียดทางการเมืองในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเห็นต่างแบบสุดขั้ว และการนำตัวตนหรืออัตลักษณ์ไปผูกกับจุดยืนทางการเมือง อาจทำให้ผลการเลือกตั้งปี 69 กลายเป็นเรื่องส่วนตัวได้

บางคนรู้สึกผิดหวัง โกรธ หรือสิ้นหวังกับผลการเลือกตั้ง ขณะที่อีกหลายคนกังวลว่าผลลัพธ์ดังกล่าวจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและนโยบายสำคัญของประเทศในอนาคต

ทำไมภาวะเครียดหลังการเลือกตั้งถึงพบได้มากขึ้น

  • โซเชียลมีเดียและข่าวตลอด 24 ชั่วโมง

แพลตฟอร์มออนไลน์และสื่อข่าวแบบเรียลไทม์มีบทบาทอย่างมากในการขยายความเครียด ในช่วงการเลือกตั้งปี 69 ผู้คนจะเห็นรายงานผล การวิเคราะห์ และความคิดเห็นทางการเมืองแบบนาทีต่อนาที ทั้งจากโทรทัศน์ เว็บไซต์ข่าว และโซเชียลมีเดีย การรับข้อมูลอย่างต่อเนื่องโดยแทบไม่มีช่วงพัก อาจกระตุ้นความวิตกกังวลและความเครียดในวงกว้าง

  • การหลีกเลี่ยงก็ยังหนีไม่พ้น

แม้บางคนจะไม่ติดตามการเมืองโดยตรง แต่บรรยากาศทางการเมืองมักแทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวัน ผ่านการพูดคุยของเพื่อน ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงาน ไม่ว่าจะที่ทำงาน บ้าน หรือโรงเรียน การเลือกตั้งใหญ่ทำให้สังคมเต็มไปด้วยความคิดเห็น และแม้จะพยายามเลี่ยงข่าวหรือโซเชียลมีเดีย ก็ยังอาจได้รับผลกระทบจากคนรอบตัวอยู่ดี

  • ความกังวลต่ออนาคตประเทศ

ความเครียดหลังการเลือกตั้งยังเชื่อมโยงกับความห่วงใยต่อทิศทางของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นสาธารณสุข เศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ สิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน หรือคุณภาพชีวิตโดยรวม สำหรับบางคน การติดตามข่าวการเมืองถือเป็นหน้าที่พลเมือง แต่การเสพข่าวอย่างต่อเนื่องทุกวันก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาวะทางใจได้

ภาวะเครียดหลังการเลือกตั้งรุนแรงแค่ไหน

ภาวะเครียดหลังการเลือกตั้งไม่ใช่โรคทางจิตเวชที่ได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ แต่ความเครียดหรือความวิตกกังวลเฉียบพลันสามารถส่งผลต่อทั้งสุขภาพกายและใจได้

อาการที่พบได้ เช่น

  • รู้สึกสิ้นหวังหรือหมดกำลังใจ
  • กังวลตลอดเวลา
  • สมาธิลดลง ลืมง่าย ตัดสินใจได้แย่ลง
  • ใจสั่น เหงื่อออกมาก
  • ปวดท้อง ปวดศีรษะ พลังงานต่ำ
  • นอนไม่หลับ
  • กระสับกระส่าย มือสั่น หูอื้อ
  • กล้ามเนื้อตึง ปวดข้อ หรือปวดเมื่อยตามร่างกาย

ในบางกรณี ความเครียดอาจพัฒนาไปสู่ภาวะวิตกกังวลหรือซึมเศร้า ซึ่งควรได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ หากมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องเกินสองสัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรด้านสุขภาพ เพื่อประเมินว่ามีปัญหาสุขภาพกายหรือใจแฝงอยู่หรือไม่

วิธีรับมือกับความเครียดหลังการเลือกตั้งปี 69

  • ลดสิ่งกระตุ้นที่บั่นทอนสุขภาพใจ

ลองจำกัดการรับสื่อที่กระตุ้นอารมณ์ เช่น ข่าวการเมืองเชิงวิเคราะห์รุนแรง หรือคอนเทนต์ในโซเชียลมีเดียที่ทำให้รู้สึกเครียด การพักจากหน้าจอเพียงวันหรือสองวัน อาจช่วยให้จิตใจได้ตั้งหลักใหม่ หากรู้สึกว่าข้อมูลที่ได้รับทำให้เกิดอาการทางกายหรือใจอย่างชัดเจน การถอยออกมาชั่วคราวอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

  • เปลี่ยนความรู้สึกหมดหวังเป็นการลงมือทำ

หากรู้สึกสิ้นหวังกับผลการเลือกตั้ง คุณอาจหันไปมีส่วนร่วมทางการเมืองในระดับที่เหมาะกับตัวเอง เช่น การทำงานอาสา สนับสนุนกิจกรรมชุมชน หรือรณรงค์ในประเด็นที่เชื่อมั่น ไม่จำเป็นต้องลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่สามารถเริ่มจากการทำงานระดับรากหญ้า เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

  • ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อความเครียดรุนแรง

หากความเครียดส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ งาน หรือความสุขโดยรวม การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณา แพทย์สามารถประเมินและแนะนำแนวทางการดูแลที่เหมาะสม รวมถึงการส่งต่อไปยังนักจิตวิทยาหรือนักบำบัด

  • การใช้ยาเมื่อจำเป็น

ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาเพื่อลดอาการความเครียดหรือวิตกกังวล ซึ่งควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น และไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนยาเองโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

  • โยคะ สมาธิ และการฝึกสติ

การฝึกสมาธิ โยคะ หรือการเจริญสติ สามารถช่วยลดความตึงเครียดและจัดการความคิดฟุ้งซ่านได้ ปัจจุบันมีแอปและสื่อแนะนำมากมาย เหมาะสำหรับทั้งผู้เริ่มต้นและผู้ที่มีประสบการณ์ สามารถฝึกได้ทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะก่อนนอนหรือก่อนเริ่มวันใหม่

สรุป

การเลือกตั้งปี 69 อาจเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย การรู้เท่าทันความรู้สึกของตัวเอง ดูแลสุขภาพใจ และขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราผ่านช่วงเวลาทางการเมืองที่เข้มข้นนี้ไปได้อย่างสมดุลและเข้มแข็งมากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...