จากคราฟต์ท้องถิ่นไทยสู่เส้นขอบฟ้ากลางมหานครนิวยอร์กกับ ‘Up to the Sky’ รันเวย์สูงเสียดฟ้าในแมนฮัตตันของ 4 แบรนด์แฟชั่นไทย ที่เดบิวต์คอลเลกชัน Fall-Winter 2026 ณ New York Fashion Week
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026 บนแลนด์มาร์กสูงเสียดฟ้าอย่าง One World Observatory แสงอาทิตย์สะท้อนผืนน้ำฮัดสันกลางแมนฮัตตัน กลายเป็นฉากหลังของรันเวย์ที่ไม่ธรรมดาท่ามกลางมหานครนิวยอร์ก เรามีผลงานจากทีมไทยแลนด์ที่ได้เดินทางข้ามทวีปมาร่วมสร้างบรรยากาศความเป็นไทยอย่างทรงพลังให้กับ ‘Up to the Sky’ รันเวย์ที่จัดโครงการในปีนี้จัดขึ้นโดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก (Thai Trade Center, New York)
ซึ่งดำเนินโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และในปีนี้ถือเป็นปีแรกที่มีการยกระดับความร่วมมือกับโปรเจกต์ Curated International Designers @wdywnewyork โดยมัลติสโตร์ชื่อดังย่าน SoHo อย่าง @shop3ny เพื่อนำเสนอวัฒนธรรมแฟชั่นไทยที่แตกต่างสู่สายตาชาวนิวยอร์ก ภายใต้แนวคิด “Savor the Culture. Live the World.”
โชว์รันเวย์แบบคอลเลกทีฟครั้งนี้รวมพลัง 4 แบรนด์ไทย อย่าง VICKTEERUT, Takara Wong Studios, Landmeé และ SARRAN ที่นำเสนอคอลเลกชันประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2026 ที่สะท้อนภาพแฟชั่นร่วมสมัยของไทยในบริบทเมืองระดับโลก
มากกว่าการจัดแสดงเสื้อผ้า นี่คือการเปิดบทสนทนาเรื่องการเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรม งานฝีมือ และอัตลักษณ์ สถานที่จัดงานถูกเลือกอย่างตั้งใจ เพื่อสื่อถึงความพยายามในการยกระดับมุมมองจากภูมิภาคสู่เวทีนานาชาติ ผ่านพื้นที่หลากหลายวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์มาบรรจบกัน
คอนเซ็ปต์ของทั้ง 4 ดีไซเนอร์ในฤดูกาลนี้มีอะไรบ้าง ไปติดตามกันได้เลย
VICKTEERUT — Wish Me Luck
ฤดูกาลนี้ VICKTEERUT ได้แรงบันดาลใจจากเรขาคณิตและความทรงจำในวัยเด็ก ผ่านของเล่นกระดาษ ‘cootie catcher’ ที่ถูกตีความใหม่เป็นการศึกษาด้านโครงสร้าง ซึ่งคอลเลกชันนี้ได้สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างของเล่นวัยเด็กและความฉับพลันในบริบทการแต่งกายในเมืองสมัยใหม่
เทคนิคการพับแบบโอริกามิปรากฏในเดรสเปิดไหล่ เสื้อเบลาส์จับเดรป และเสื้อคลุมเทเลอริ่งคมชัด ตัดเย็บจากซัมเมอร์วูล ลินิน และคอตตอน ปกเสื้อพับสะท้อนมุมกระดาษที่แหลมคม ขณะที่ผ้าเจอร์ซีย์ลายทางแบบแพตช์เวิร์กสร้างจังหวะความบิดเบี้ยวบนซิลูเอต
ภายใต้โทนสีโมโนโครมอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ มีการเติมสีสดเป็นจุดเน้น ที่เป็นตรงกลางระหว่างความเนี๊ยบและความสนุกสนาน สร้างสรรค์ตู้เสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวได้ระหว่างชีวิตประจำวันและยามค่ำคืน
Takara Wong Studios - Silently Loud
Takara Wong Studios มองฤดูกาลนี้ผ่านเลนส์ของวัฒนธรรมย่อยและความต่อเนื่องของอัตลักษณ์ใต้ดิน สำรวจบทบาทของดนตรีแนวร็อก การต่อต้าน และการไม่ยอมจำนนต่อกรอบเดิมๆ ที่หล่อเลี้ยงวิวัฒนาการทางวัฒนธรรมระดับโลก
ซิลูเอตคลาสสิกถูกสร้างใหม่ด้วยวัสดุและเทคนิคการเย็บที่หลากหลาย สะท้อนปรัชญา ‘Silently Loud’ ของแบรนด์ คอลเลกชันทั้งไร้ฤดูกาลและไร้กรอบเพศ ผสานโครงสร้างแข็งแรงเข้ากับความไม่สมบูรณ์แบบเชิงแสดงออก แสดงถึงกระบวนการออกแบบที่ตั้งอยู่บนการทดลอง สัญชาตญาณ และการสังเกตวัฒนธรรม
Landmeé — Passion Changes Everything
คอลเลกชันใหม่ของ Landmeé ได้แรงบันดาลใจจากพลังทางอารมณ์ของความหลงใหลเชิงสร้างสรรค์ แสงสว่างและพลังที่เกิดขึ้นเมื่อผู้คนเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับสิ่งที่รัก
รายละเอียดแบบบาโรกผสานกับอ้างอิงยุคต้นทศวรรษ 1980 ผ่านพื้นผิวประดับตกแต่งและโครงสร้างประติมากรรม ขณะที่ลวดลายดอกไม้และเท็กซ์เจอร์พลิ้วไหวเน้นความเคลื่อนไหวและความเบาสบาย
วัสดุซิกเนเจอร์อย่างลูกไม้และเดนิมถูกตีความใหม่อีกครั้ง สื่อถึงความเปราะบางและความแข็งแกร่ง ผ่านโครงสร้างที่ขับเคลื่อนด้วยงานฝีมือ ตอกย้ำความเชื่อของแบรนด์ว่าเสื้อผ้าคือพลังแห่งการเสริมอำนาจและการเล่าเรื่อง
SARRAN — The Ambassador Collection
แรงบันดาลใจของ SARRAN มาจากการเดินทางทางการทูตของสยามในอดีต ซึ่งการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมถูกถ่ายทอดผ่านวัตถุพิธีกรรม งานฝีมือ และของกำนัลเชิงสัญลักษณ์ คอลเลกชันนี้ตีความเรื่องราวดังกล่าวสู่ปัจจุบัน โดยมองผู้สวมใส่เป็น ‘ทูตวัฒนธรรมร่วมสมัย’ ที่พกพาอัตลักษณ์ข้ามพรมแดน
เทคนิคไทยดั้งเดิม อาทิ การขึ้นรูปโลหะ การสาน และการจัดดอกไม้ ถูกแปลงเป็นเครื่องประดับเชิงประติมากรรมที่ได้รับอิทธิพลจากจังหวะสถาปัตยกรรมและเรขาคณิตเชิงพิธีกรรม โทนสีธรรมชาติจากภูมิทัศน์ท้องถิ่นและเครื่องประดับทางจิตวิญญาณหล่อหลอมทิศทางสีและวัสดุ ตอกย้ำ DNA การออกแบบที่หยั่งรากในวัฒนธรรมไทยอย่างชัดเจน
SARRAN ได้รับเลือกให้ปิดการแสดงครั้งนี้ในฐานะบทสรุปเชิงวัฒนธรรมของโชว์ พร้อมได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) ในการนำเสนอประเทศไทยผ่านสื่อระดับนานาชาติ และการเข้าร่วมแคมเปญการท่องเที่ยวระดับโลกที่ผ่านมา การนำเสนอครั้งนี้ยังถือเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ SARRAN บนรันเวย์ New York Fashion Week
และนี่คืออีกหนึ่งฤดูกาลที่ตอกย้ำอย่างชัดเจนว่า ดีไซเนอร์ไทยที่ไม่ว่าจะเป็นหน้าใหม่หรือรุ่นเก๋า ก็ยังเป็นผู้ร่วมกำหนดบทสนทนาบนเวทีเดียวกัน จากคราฟต์ท้องถิ่นสู่เส้นขอบฟ้าแมนฮัตตัน เสียงของแฟชั่นไทยกำลังดังขึ้นอย่างมั่นใจ พร้อมพิสูจน์ว่าศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ของเรานั้นแข็งแรงพอจะยืนเคียงข้างมหานครแฟชั่นของโลกได้อย่างสง่างาม และนี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทะยานที่ไกลกว่านี้ได้ในอนาคต
บทความต้นฉบับได้ที่ : จากคราฟต์ท้องถิ่นไทยสู่เส้นขอบฟ้ากลางมหานครนิวยอร์กกับ ‘Up to the Sky’ รันเวย์สูงเสียดฟ้าในแมนฮัตตันของ 4 แบรนด์แฟชั่นไทย ที่เดบิวต์คอลเลกชัน Fall-Winter 2026 ณ New York Fashion Week
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ‘การเที่ยว’ ที่ไม่ใช่แค่พักผ่อนชั่วคราว แต่คือ ‘การลงทุนระยะยาวเพื่อสุขภาพกายและใจ BDMS Wellness Clinic ผนึกภาครัฐและเอกชน ปั้นไทยสู่ Wellness Hub โลก
- Bonnie Sumner คุณยายวัย 81 ผู้ทุบสถิติกินเนสเวิล์ดเร็คคอร์ด เป็นคนชราที่โหนบาร์ ท่า Dead Hang ได้นานที่สุดในโลก
- โอลิมปิกฤดูหนาว 2026 มีนักกีฬา LGBTQ+ ที่ come out แล้วมากกว่า 47 ชีวิต จาก 13 ประเทศ สูงสุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว ซึ่งย้ำถึงความสวยงามของความภูมิใจในตัวตน ที่เดินขนานไปกับการทำตามฝันด้วยความสามารถที่มี
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com