GULF ถือหุ้น KBANK 10% โบรกฯ ชี้บริหารเงินสดเหมาะสม หนุนกำไรระยะสั้น-รับปันผลเพิ่ม ยกเป็น Top Pick ปรับเป้าใหม่ 70 บาท
การเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน KBANK ของ GULF ยังคงเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายจับตา โดยนักวิเคราะห์มองว่าสัดส่วนการถือหุ้นที่ระดับ 10% เป็นการบริหารเงินสดอย่างเหมาะสม และการเข้าลงทุนดังกล่าวจะช่วยหนุนกำไรในระยะสั้น จากการเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง นอกจากนี้ แนวโน้มกำไรในช่วงปี 2569–2570 ยังได้รับปัจจัยหนุนจากเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการถือหุ้นที่สูงขึ้นด้วย
ล่าสุดวันนี้ (16 ก.พ. 69) ราคาหุ้นของ GULF และ KBANK เปิดตลาดปรับตัวขึ้นทันที ก่อนจะปิดภาคเช้าที่ระดับ 60 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ +1.27% และ 199 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท หรือ +1.79% จากวันก่อนหน้า ตามลำดับ
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 13 ก.พ. ที่ผ่านมา สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยผ่านแบบ 246-2 ว่า GULF ได้มีการเข้าซื้อหุ้น KBANK จนปัจจุบันถือที่สัดส่วน 10.0% จากจำนวนหุ้นทั้งหมด (รายงาน SET รอบล่าสุดงวด 11 ก.ย. 68 GULF ถือ KBANK ที่ 4.53%)
ฝ่ายวิเคราะห์มอง Positive ต่อ GULF โดยประเมินการลงทุนใน KBANK ที่อัตราการถือหุ้น 10% (เพดานซึ่งต้องเริ่มรายงานแก่ BOT คือ 10%) เป็นการบริหารเงินสดในมืออย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มกำไรในระยะสั้นบนสินทรัพย์ซึ่งมี Liquidity ที่สูง เพื่อรอจังหวะลงทุนในธุรกิจ Data Center และโครงการพลังงานหมุนเวียนรอบใหม่ตาม PDP ฉบับถัดไป ซึ่งคาดเป็นนโยบายขับเคลื่อนหลักของกลุ่มภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ บน Demand ไฟฟ้าที่เร่งตัวเข้ามาปิดช่องว่าง Reserve margin อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ จึงประเมิน GULF อาจถือ KBANK ระยะยาวในกรอบ 9-10% เพื่อลดความยุ่งยากทางกฎระเบียบซึ่งหากถือเกิน 10% จะต้องรายงานแก่ BOT อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ปรับกำไรปี 2569-2570 ขึ้น 15% จากทิศทางกำไรเป็นขาขึ้นในหลายธุรกิจหลัก 1. ปรับ Dividend Income จาก KBANK ตามสัดส่วนการถือหุ้นมาที่ 10% (เดิม 5%) 2. ธุรกิจสื่อสารเติบโตต่อเนื่อง ตามกำไรปกติของ ADVANC ที่เร่งกว่าบล.กรุงศรี ประเมินไว้เดิม
3. ฝ่ายวิเคราะห์นำ Data Center โครงการ GSA03 ขนาด 100 MW เข้ามาในประมาณการ ซึ่งคาดเป็นกำไรส่วนเพิ่ม 2% ต่อปี หลังปรับคาดกำไรปี 2569-2570 โตเชิงรุก 20% และ 14% โดยไม่รวม Upside ระยะยาว บริษัทฯ มีเป้าหมายธุรกิจ Data Center ที่ 300-500 MW ใน 5 ปี (ปัจจุบันประกาศทางการถึง GSA03 ที่เพียง 160 MW) และกำลังให้บริการไฟฟ้าเพิ่มเติมตามแผน PDP ใหม่
ฝ่ายวิเคราะห์ชอบ GULF โดยมีจุดเด่นในฐานะ Proxy ที่ดีที่สุดในการรองรับ Data Center ไทย ภายใต้การบริหารจัดการเงินลงทุนที่มีประสิทธิภาพ สอดรับโอกาสอุตสาหกรรม Data Center ไทยที่มีศักยภาพสูงทั้ง AI CAPEX cycle โลก ประกอบกับการผลักดันเม็ดเงินลงระบบรัฐบาลใหม่ศักยภาพในไทยระดับมหาศาล 1 ล้านล้านบาท
สำหรับระยะสั้นคาดกำไรปกติไตรมาส 4/68 ที่ 7,549 ล้านบาท โต 59% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 4% จากไตรมาสก่อนหน้า ทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง หนุนโดย Equity Income ขาขึ้นจาก ADVANC, Jackson และ BKR2 ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 1/69 กำไรปกติทำ New High ต่อเนื่องแบบขั้นบันได จากกำไร ADVANC ยังเป็นขาขึ้น การ COD โรงไฟฟ้าโซลาร์รวม 354 MW ปลายไตรมาส 4/68 และส่วนแบ่งกำไรจาก Jackson ที่ได้แรงหนุนทั้งค่า CP เพิ่มเป็น 270$/MW-day และ Spark Spread ที่ขยายตัวตามราคาก๊าซ Henry Hub บนสภาพอากาศที่หนาวผิดปกติในช่วงต้นปี 2569
พร้อมคงคำแนะนำ ซื้อ เป็นหนึ่งใน Top picks ของกลุ่มบนราคาเป้าหมายใหม่ที่ 70 บาท โดยมีจุดเด่นที่เป็นหนึ่งในหุ้น Big Cap ที่เห็นช่องทางและโอกาสเติบโตกำไรชัดเจนและต่อเนื่องมากสุด และ Earnings ที่ยังมี Upside ใหม่ๆ เติมเข้ามารอบด้าน