โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘มท.3‘สั่งยกระดับคุมเข้มฝุ่น PM2.5 – ไฟป่าทั่วประเทศ

เดลินิวส์

อัพเดต 16 ก.พ. เวลา 17.47 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. เวลา 10.43 น. • เดลินิวส์
“มท.3“ สั่ง ยกระดับคุมเข้มฝุ่น PM2.5 - ไฟป่าทั่วประเทศ เฝ้าระวังจุดความร้อนสูงสุด พร้อมวางกลไกบริหารจัดการวิกฤตมลพิษทางอากาศปี 2569 เพื่อคืนอากาศสะอาดให้ ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีทุกพื้นที่อย่างยั่งยืน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 ก.พ.69 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เพื่อติดตามสถานการณ์และแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานภาคีเครือข่ายและผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า จากรายงานการคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 และจุดความร้อน (Hotspot) โดย GISTDA และกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วงนี้หลายพื้นที่ยังคงมีความเสี่ยงที่ปริมาณฝุ่นสะสมตัวสูงขึ้น ซึ่งทุกหน่วยงานจะต้องเร่งเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการติดตามข้อมูล และผลการดำเนินงานตามมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569 ซึ่งต้องมีการควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรและการจัดการไฟในพื้นที่ป่าอย่างเคร่งครัด

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่สุดในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เราต้องบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานขับเคลื่อนการทำงานที่มุ่งเน้นเฝ้าระวังและป้องกันล่วงหน้ามากกว่าการตามแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ โดยต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ที่ฝ่าฝืนการเผา ควบคู่ไปกับการรณรงค์สร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน เพื่อลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศในทุกมิติ และต้องมีการรายงานผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ส่วนกลางสามารถประเมินและปรับแผนเผชิญเหตุได้ตามสถานการณ์จริง นอกจากนี้ ต้องมีการยกระดับการแจ้งเตือนภัยและให้คำแนะนำเชิงรุกแก่ประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองอยู่ในระดับสีส้มและสีแดงซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยให้เน้นการสื่อสารผ่านแอปพลิเคชัน หอกระจายข่าว และสื่อท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือ อาทิ การสวมหน้ากาก N95 และการหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง รวมถึงการใช้ระบบแจ้งเตือนผ่าน SMS หรือ Cell Broadcast ในพื้นที่วิกฤต

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งจัดเตรียม "ห้องปลอดฝุ่น" ในสถานที่สาธารณะ เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ตลอดจนสนับสนุนหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภาคสนามและประชาชนกลุ่มรายได้น้อย เพื่อป้องกันภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลันและลดผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

รมช.มหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานและจังหวัดบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ เพราะ ความปลอดภัยทางสุขภาพของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งถึงแม้ว่าตามข้อมูลที่ทุกฝ่ายได้รายงานปริมาณค่าฝุ่นละอองมีแนวโน้มดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่เราจะลดความเข้มข้นของการทำงานไม่ได้ จึงขอให้ทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อมทั้งกำลังพลและอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่ารัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยจะดูแลและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างสุดความสามารถ เพื่อคืนอากาศสะอาดให้กับพี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกพื้นที่อย่างยั่งยืน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...