‘มท.3‘สั่งยกระดับคุมเข้มฝุ่น PM2.5 – ไฟป่าทั่วประเทศ
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 ก.พ.69 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เพื่อติดตามสถานการณ์และแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานภาคีเครือข่ายและผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
รมช.มหาดไทย กล่าวว่า จากรายงานการคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 และจุดความร้อน (Hotspot) โดย GISTDA และกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วงนี้หลายพื้นที่ยังคงมีความเสี่ยงที่ปริมาณฝุ่นสะสมตัวสูงขึ้น ซึ่งทุกหน่วยงานจะต้องเร่งเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการติดตามข้อมูล และผลการดำเนินงานตามมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569 ซึ่งต้องมีการควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรและการจัดการไฟในพื้นที่ป่าอย่างเคร่งครัด
รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่สุดในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เราต้องบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานขับเคลื่อนการทำงานที่มุ่งเน้นเฝ้าระวังและป้องกันล่วงหน้ามากกว่าการตามแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ โดยต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ที่ฝ่าฝืนการเผา ควบคู่ไปกับการรณรงค์สร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน เพื่อลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศในทุกมิติ และต้องมีการรายงานผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ส่วนกลางสามารถประเมินและปรับแผนเผชิญเหตุได้ตามสถานการณ์จริง นอกจากนี้ ต้องมีการยกระดับการแจ้งเตือนภัยและให้คำแนะนำเชิงรุกแก่ประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองอยู่ในระดับสีส้มและสีแดงซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยให้เน้นการสื่อสารผ่านแอปพลิเคชัน หอกระจายข่าว และสื่อท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือ อาทิ การสวมหน้ากาก N95 และการหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง รวมถึงการใช้ระบบแจ้งเตือนผ่าน SMS หรือ Cell Broadcast ในพื้นที่วิกฤต
รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งจัดเตรียม "ห้องปลอดฝุ่น" ในสถานที่สาธารณะ เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ตลอดจนสนับสนุนหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภาคสนามและประชาชนกลุ่มรายได้น้อย เพื่อป้องกันภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลันและลดผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
รมช.มหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานและจังหวัดบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ เพราะ ความปลอดภัยทางสุขภาพของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งถึงแม้ว่าตามข้อมูลที่ทุกฝ่ายได้รายงานปริมาณค่าฝุ่นละอองมีแนวโน้มดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่เราจะลดความเข้มข้นของการทำงานไม่ได้ จึงขอให้ทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อมทั้งกำลังพลและอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่ารัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยจะดูแลและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างสุดความสามารถ เพื่อคืนอากาศสะอาดให้กับพี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกพื้นที่อย่างยั่งยืน.