โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

พี่หนุ่มถึงกับกุมหัว หลังครูที่ขับรถชนเด็กเสียชีวิต เผยสาเหตุที่ยังไม่เยียวยาและขอสู้ในศาล

สยามนิวส์

เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 07.35 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
จากกรณีเด็กหญิงวัย 6 ขวบ หรือ น้องเกล นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านดงย่อ ประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์พุ่งชน จนร่างกระเด็นไปไกลกว่า 20 เมตร

จากกรณีเด็กหญิงวัย 6 ขวบ หรือ น้องเกล นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านดงย่อ ประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์พุ่งชน จนร่างกระเด็นไปไกลกว่า 20 เมตร บริเวณทางม้าลายหน้าโรงเรียน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยวันเกิดเหตุแม่ของเด็กต้องไปส่งน้องคนเล็กด้วย จึงปล่อยให้เด็กหญิงเดินข้ามถนนบริเวณทางม้าลายด้วยตนเอง ซึ่งภายหลังครอบครัวได้ตัดสินใจบริจาคอวัยวะและดวงตาของเด็กให้แก่สภากาชาดไทยเพื่อส่งต่อให้ผู้ป่วยคนอื่น

ก่อนที่ต่อมา ผู้ขับขี่รถคันก่อเหตุ ซึ่งทราบว่าเป็นคุณครู อ้างว่าแสงแดดแยงตาทำให้มองไม่เห็น และไม่ได้มีเจตนาชน พร้อมระบุว่า หากครอบครัวต้องการเงินชดเชยมากกว่า 27,000 บาท ให้ไปฟ้องร้องเอาเองที่ศาล นอกจากนี้ ผู้ก่อเหตุยังขู่ว่าจะฟ้องกลับแม่ของเด็กในข้อหาปล่อยปละละเลยให้ลูกข้ามถนนเอง

ล่าสุด รายการโหนกระแส ได้มีการมีการพูดคุยถึงประเด็นดังกล่าว โดยเชิญครอบครัวของเด็กหญิง ได้แก่ ปู่ทองล้วน แม่นุ่น และพ่อกร มาพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมด้วยนายคณานุสรณ์ เที่ยงตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายบริหารสำนัก คปภ. และนายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ทนายความ มาร่วมหาทางออกในเรื่องนี้

โดยมีบางช่วงบางตอนของรายการ ครอบครัว ได้ให้ข้อมูลว่า ตำรวจที่รับผิดชอบคดีได้พยายามไกล่เกลี่ยให้เรื่องจบ โดยอ้างว่าบริษัทประกันจะจ่ายเงินให้ 1 ล้านบาท แต่ตำรวจขอหักส่วนแบ่ง 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นค่าดำเนินการที่ช่วยประสานงานให้ ทัั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังเป็นข้อมูลจากฝั่งญาติเด็ก โดยต้องรอฟังคำชี้แจงจากตำรวจในพื้นที่เพิ่มเติม

ทางด้าน พิธีกร หนุ่ม กรรชัย ถึงกับทนไม่ไหว กล่าวว่า ตำรวจคนที่ไปคุยกับครอบครัวผู้เสียหาย อ้างว่าจะขอเป็นตัวกลางเจรจาให้ ถ้าสำเร็จขอส่วนแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ คุณมีอำนาจหน้าที่อะไรตามกฏหมายที่จะไปขอส่วนแบ่งตรงนี้ ถามว่าคุณเป็นใครคุณเป็นตำรวจหรือคุณเป็นอะไร

นอกจากนี้ ครูคนที่ชนน้อง ยังบอกอีกว่า ไม่ได้คิดอยากจะสู้คดีเลย อยากเยียวยา แต่ยังหาเงินมาไม่ได้ แล้วร้อยเวรเป็นคนแนะนำบอกว่า ถ้าแบบนั้นให้ปฏิเสธไปก่อน แล้วไปสู้คดีในศาล สรุปคือทั้งสองฝ่ายไม่ได้คุยกันโดยตรงแต่คุยผ่านทางคนกลาง เลยวุ่นวายแบบนี้

ข้อมูล โหนกระแส, Drama-addict

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...