GULF บล.โกลเบล็ก แนะนำ “ซื้อ” เป้า 82.00 บาท
#ทันหุ้น #2026 #SET #GULF บล.โกลเบล็ก แนะนำ “ซื้อ” เป้า 82.00 บาท
บทวิเคราะห์ระบุคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับหุ้นบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) โดยให้ราคาเป้าหมายระยะ 12 เดือนที่ 82.00 บาท เทียบกับราคาหุ้นปัจจุบันที่ 61.25 บาท คิดเป็นอัพไซด์ 33.9% และสูงกว่าค่าเฉลี่ยราคาเป้าหมายของนักวิเคราะห์ในตลาด (BB Consensus) 25.8% จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนในหลายธุรกิจ โดยเฉพาะการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), โครงการโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ และเงินลงทุนใน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 แข็งแกร่งตามคาด โดยกำไรสุทธิหลักอยู่ที่ 7.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 66% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิรายงานอยู่ที่ 8.9 พันล้านบาท จากกำไรพิเศษจากการซื้อกิจการในราคาต่ำกว่ามูลค่า ปัจจัยหลักมาจากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นเป็น 7.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 192% จากปีก่อน
โดยได้รับแรงหนุนจากหลายโครงการ ได้แก่ HKP, BKR2, GJP และโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันต้นทุนก๊าซสำหรับโรงไฟฟ้า SPP จำนวน 19 โครงการลดลงมาอยู่ที่ 277.9 บาทต่อล้านบีทียู ลดลง 7% จากไตรมาสก่อน และลดลง 12% จากปีก่อน ตามราคาก๊าซ LNG ที่ปรับตัวลดลง
ADVANC ยังคงเป็นสินทรัพย์หลักที่สร้างกำไร โดยในไตรมาส 4 ปี 2568 รับรู้ส่วนแบ่งกำไร 4.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 206% จากปีก่อน คิดเป็นประมาณ 61% ของกำไรหลักรวม จากการเพิ่มขึ้นของ ARPU ต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลง และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แนวโน้มในช่วงปี 2569–2570 คาดว่า ADVANC จะสร้างกำไรต่อเนื่องในระดับสูง ทำให้สัดส่วนกำไรจากธุรกิจดังกล่าวเพิ่มขึ้นเกือบสองในสามของกำไรบริษัท
นอกจาก ADVANC แล้ว ธุรกิจที่ไม่ได้รวมงบการเงินยังสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้น โดยส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าและธุรกิจอื่นรวม 2.2 พันล้านบาทในไตรมาส 4 ปี 2568 จากโครงการ GJP, HKP, Jackson, BKR2 รวมถึงธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานอื่น ขณะที่รายได้อื่นอยู่ที่ 1.1 พันล้านบาท ประกอบด้วยรายได้ปันผล 142 ล้านบาท รายได้ดอกเบี้ย 827 ล้านบาท และรายได้อื่น 157 ล้านบาท
แนวโน้มกำไรสุทธิในช่วงปี 2568–2571 อยู่ในทิศทางเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่ากำไรหลักจะเพิ่มจาก 28.9 พันล้านบาทในปี 2568 เป็น 36.4 พันล้านบาทในปี 2569 เพิ่มขึ้น 26% และ 41.8 พันล้านบาทในปี 2570 เพิ่มขึ้น 15% ก่อนขยายเป็น 52.7 พันล้านบาทในปี 2571 เพิ่มขึ้น 26% โดยมีแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC และ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) รวมถึงโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ที่ได้รับรายได้ค่า Capacity Payment เพิ่มขึ้น
ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 82 บาท จากเดิม 67 บาท โดยประเมินว่าบริษัทกำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตของกำไรอย่างเต็มรูปแบบ จากการขยายธุรกิจพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และดิจิทัล ทั้งโครงการ LNG Terminal ทางหลวงพิเศษ และธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ผ่านความร่วมมือระหว่าง GULF, ADVANC และ Singtel ร่วมกับพันธมิตรเทคโนโลยีและ AI ระดับโลก
นอกจากนี้ การถือหุ้น 9.96% ในธนาคารกสิกรไทยยังช่วยเพิ่มรายได้เงินปันผลและเสริมความแข็งแกร่งของกำไรสุทธิในระยะยาว สะท้อนโครงสร้างธุรกิจที่กระจายตัวและมีแหล่งรายได้หลากหลายมากขึ้น.