สางปมดับ ‘สีดอหูพับ’ สว.ชีวะภาพ แนะเช็กบิลรีสอร์ทสวมสิทธิ ส.ป.ก.
เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เมื่อเย็นวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธาน กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียน กรณีช้างป่าพังสีดอหูพับตายระหว่างปฏิบัติการเคลื่อนย้ายและขอให้ตรวจสอบการประกอบการรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศและร้านกาแฟ ในเขตพื้นที่ปฏิรูปที่ดินที่ซ้อนทับป่าสงวนแห่งชาติและอุทยานแห่งชาติในเขต อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น
โดยมีนายยุทธนา โพธิวิหค รอง ผวจ.ขอนแก่น นายกิตติคุณ บุตรคุณ รอง ผวจ.เลย นายปรีชา ลิ้มถวิล รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือส.ป.ก. นายสุขี บุญสร้าง ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมคณะเข้าชี้แจง
นายสุขี กล่าวว่า กรมอุทยานฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบการตายของช้างป่าสีดอหูพับ ในที่เกิดเหตุแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการเรียกสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องอีกจำนวนหนึ่ง คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้ ขณะที่ปัญหาคนกับช้างในเขตพื้นที่ระหว่างขอนแก่นกับจังหวัดเลย มีมาระยะหนึ่งแล้ว ที่ชัดเจนก็ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปี 2567 พบช้างป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย เดินข้ามเขตมาหากินถึงในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงลาน ของ อ.สีชมพู และในเขตป่าอนุรักษ์และบริเวณชายขอบของ อ.เวียงเก่า และอ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น แต่ที่ผ่านมากรมอุทยานฯ ใช้วิธีผลักดันมาตลอด จนกระทั่งมีราษฎรกลุ่มหนึ่งไปร้องศาลปกครองฯ ให้เคลื่อนย้ายช้าง พร้อมยืนยันว่า การเคลื่อนย้ายช้างป่า จะเป็นหนทางสุดท้ายที่กรมอุทยานฯ จะทำ
นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีต ผอ.สำนักอุทยานฯ ตั้งข้อสังเกตว่า มีการฉีดยาซึมให้กับช้างป่าพังสีดอหูพับในปริมาณที่มากเกินไปหรือไม่ เนื่องจากพบข้อมูลการฉีดถึง 5 เข็มรวมทั้งสิ้น 27 ซีซี
"ยาซึมอาจทำให้การกลืนและการเคลื่อนตัวของอาหารช้าลง หากฉีดเข็มแรกแต่ช้างยังกินอ้อย ก็ไม่ควรจะฉีดเข็มที่ 2 แล้ว ซึ่งบางคนอาจจะไม่ได้ทำงานเรื่องนี้มาโดยตรง แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือมีการฉีดยาซึมให้กับช้างป่าถึง 5 เข็ม แต่กรมอุทยานฯ กลับแถลงว่าเข็มที่ 5 นั้นเป็นการฉีดยากระตุ้นเพื่อช่วยเหลือช้างสีดอหูพับ สำหรับผมถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อถือ เรื่องนี้มันเป็นกรรมที่คุณกระทำ ตอนนี้กรรมเริ่มทำงานแล้ว" นายชัยวัฒน์ กล่าว
ด้านนายชีวะภาพ กล่าวว่า ตนอยากจะวิงวอนไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้เพิ่มมาตรการดูแลควบคุมช้างป่า เพราะเชื่อว่า รัฐบาลใหม่จะเห็นพ้องต้องกันให้ช้างอยู่ร่วมกับคนได้อย่างปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อีกทั้งจะต้องจัดสรรงบประมาณลงไปเพื่อติดตั้งเสียงตามสายให้กับคนในหมู่บ้านได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วน รวมถึงติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนและไฟโซลาร์เซลล์ส่องสว่างในจุดเสี่ยง โดยแต่ละหมู่บ้านอาจจะต้องมีชุดปฏิบัติการโดยการบินโดรนสำรวจสถานการณ์ช้างป่าที่อยู่ใกล้ชุมชน
นายชีวะภาพ ยังแนะให้กรมป่าไม้และส.ป.ก.ร่วมกันตรวจสอบการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่า โดยพิจารณาว่าตรงไหนที่ควรนำมาจัดสรรให้เป็นที่อยู่ของช้างป่า ก็ควรนำพื้นที่เหล่านั้นกลับคืนมา โดยเอกสารคทช. จัดให้มนุษย์ได้ ทำไมไม่จัดให้ช้างบ้าง จึงฝากเป็นการบ้านเชิงเปรียบเปรยที่ต้องการให้ระบบนิเวศทั้งสองฝั่งอยู่ด้วยกันได้ โดยไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน
"สิ่งที่ทำได้คือการกระตุ้นให้ทุกฝ่าย ทุกภาคส่วนเห็นอกเห็นใจสัตว์ป่า ในเมื่อเป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่า แล้ววันนี้จะเอาเขาไปไว้ตรงไหน ซึ่งจะต้องมีแนวทางและกฎระเบียบใหม่ที่ชัดเจน วันนี้อยากประกาศให้พี่น้องประชาชนรู้ว่า ป่าดงลานในพื้นที่อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น เป็นป่าเก่าแก่ที่ช้างป่าจำนวนมากอาศัยหากินอยู่ กรมป่าไม้และส.ป.ก.จะต้องช่วยกันพูดคุยกับเจ้าของรีสอร์ทต่างๆ ให้พวกเขาเข้าใจว่าจะต้องอยู่ร่วมกับช้างให้ได้ อย่ากลั่นแกล้งช้าง" นายชีวะภาพ กล่าว
ด้านนายปรีชา ลิ้มถวิล รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือส.ป.ก. กล่าวว่า จากการตรวจสอบเกษตรกรจำนวน 6 รายที่ไปร้องศาลให้ย้ายช้างป่านั้น พบบางรายมีการซื้อขาย-เปลี่ยนมือ ซึ่งจะต้องคืนสิทธิและยึดคืนกลับมา ขณะที่บางรายแม้จะอ้างว่าทำเกษตรเชิงท่องเที่ยวแบบวิสาหกิจชุมชน แต่การเอาที่ ส.ป.ก.ไปสร้างที่พักบริการนักท่องเที่ยวถือว่าผิดเงื่อนไข เบื้องต้นได้คุยกับผู้ประกอบการแล้ว ยินดีจะรื้อในส่วนที่เป็นอาคารที่พักสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว
ทั้งนี้ทางคณะกรรมาธิยังได้รับทราบแนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าถูกทำร้ายและแผนงานการลดความขัดแย้งของช้างป่ากับคน ซึ่งต้องจะติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้ต่อไป.