โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เวียตเจ็ทไทยแลนด์กางปีกรับปี’69 ตั้งเป้าผู้โดยสาร 9 ล้านคน ชู ‘โบอิ้ง 737-8’ เป็นหัวหอกใหม่ บินไกลถึงญี่ปุ่นแบบไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง

THE STANDARD

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 09.59 น. • thestandard.co
เวียตเจ็ทไทยแลนด์กางปีกรับปี’69 ตั้งเป้าผู้โดยสาร 9 ล้านคน ชู ‘โบอิ้ง 737-8’ เป็นหัวหอกใหม่ บินไกลถึงญี่ปุ่นแบบไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง

23 พฤศจิกายน 2568 คือวันที่ ‘สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ได้รับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 ลำแรกอย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับฝูงบินประสิทธิภาพสูง ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การขยายฝูงบินรวม 50 ลำภายในปี 2571 โดยแผนดังกล่าวมีเป้าหมายรองรับการเติบโตของเครือข่ายเส้นทางบินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ

ถัดมาประมาณ 1 เดือนหรือวันที่ 24 ธันวาคม 2568 เวียตเจ็ทไทยแลนด์ก็ได้นำ ‘เครื่องบินโบอิ้ง 737-8’ มาเริ่มให้บริการเป็นครั้งแรกบนเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ หลังจากนั้นจึงขยายสู่เส้นทางบินตรงภายในประเทศสู่ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี, กระบี่, เชียงราย, หาดใหญ่ และอุดรธานีตามลำดับ

วรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ให้เหตุผลว่า การเลือกเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ สะท้อนการวางตำแหน่งเส้นทางศักยภาพสูงของประเทศ ทั้งในมิติเมืองเศรษฐกิจ การลงทุน อุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) และการท่องเที่ยวระดับโลก

“เชียงใหม่ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของเอเชียและของโลก สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้หลายล้านคนต่อปี โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซันปลายปีและต้นปีจากทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ”

ที่น่าสนใจคือ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังได้กลับมาให้บริการในเส้นทางกรุงเทพฯ – นครศรีธรรมราช อีกครั้งหลังจากที่หยุดไปในช่วงโควิด โดยมองว่า เป็นจังหวัดที่มีการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปไหว้พระแล้ว นครศรีธรรมราชยังมีกลุ่มผู้เดินทางจากภาครัฐและเอกชนที่เดินทางไปประชุมและสัมมนาด้วย

สำหรับเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 แบบใหม่นี้มีความจุ 189 ที่นั่ง ถือเป็นอากาศยานประสิทธิภาพสูงที่ผสานนวัตกรรมทางอากาศพลศาสตร์และเครื่องยนต์รุ่นใหม่ LEAP-1B ช่วยประหยัดพลังงาน อีกทั้งยังลดระดับเสียงรบกวนในชุมชนบริเวณรอบสนามบินได้มากถึง 50% ตามมาตรฐาน ICAO ตลอดจนสมรรถนะการบินได้ไกลถึง 6,570 กิโลเมตร เพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการบิน ทำให้สามารถขยายการให้บริการไปยังจุดหมายปลายทางที่ไกลขึ้น

การบินได้ไกลขึ้นนี้เองทำให้นอกจากถูกนำไปใช้ในเส้นทางกรุงเทพฯ–ญาจาง แล้ว เข้าประจำการในเส้นทางบินใหม่ ๆ อาทิ เส้นทางกรุงเทพฯ–โตเกียว และกรุงเทพฯ–โอซาก้า ซึ่งเป็นการบินตรงโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

รวมถึงวางแผนให้บริการในเส้นทางบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่จุดหมายยอดนิยมของนักเดินทางชาวไทยในประเทศเกาหลีใต้และประเทศจีนในช่วงต้นปี 2569

“ด้วยเส้นทางบินที่เพิ่มขึ้นทำให้เราคาดว่าปี 2569 จะมีผู้โดยสารทั้งสิ้น 9 ล้านคน เพิ่ม 1 ล้านคนจากปี 2568 โดยมีเครื่องบินรวมทั้งสิ้น 31 ลำในจำนวนนี้จะเป็นโบอิ้ง 737-8 จำนวน 9 ลำด้วยกัน” วรเนติ ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...