“เวียดนาม” เดินเกมเจรจาสหรัฐ รมว.ต่างประเทศ เล็งพบทรัมป์ คลี่ปมสินค้าถ่ายลำ
"เวียดนาม" เตรียมใช้โอกาสเยือนกรุงวอชิงตันผลักดันการเจรจาการค้าสหรัฐ หลังติดหล่มนิยามสินค้าถ่ายลำที่อาจถูกเก็บภาษีสูงถึง 40%
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.57 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า โต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม อยู่ระหว่างผลักดันความพยายามจัดการเจรจาการค้ากับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ในสัปดาห์หน้า ระหว่างการเยือนกรุงวอชิงตัน หลังการเจรจาหลายเดือนยังไม่สามารถหาข้อสรุปในประเด็นอ่อนไหวเรื่องสินค้าถ่ายลำ (transshipped goods) ได้
แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ตอบรับคำเชิญเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการ Board of Peace ครั้งปฐมฤกษ์ของทรัมป์ โดยในโอกาสดังกล่าว โต เลิม และเจ้าหน้าที่สหรัฐ อาจร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างบริษัทเวียดนามและสหรัฐ แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของดีลที่อาจเกิดขึ้น
ประเด็นที่ทำให้การเจรจาชะงัก คือคำจำกัดความของสินค้า “transshipped” ซึ่งสหรัฐระบุว่าสินค้าประเภทนี้จะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 40% ซึ่งอาจสร้างความเสียหายอย่างมากต่อเวียดนาม เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศพึ่งพาวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากจีน ขณะที่สหรัฐเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม
นอกจากโต เลิมแล้ว ผู้นำที่หวังใช้เวที Board of Peace เพื่อขับเคลื่อนประเด็นการค้ากับสหรัฐ ยังรวมถึงปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ซึ่งคาดว่าจะลงนามข้อตกลงภาษีกับสหรัฐระหว่างการเยือนเช่นกัน
เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่รีบตอบรับคำเชิญของทรัมป์ให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของ Board of Peace ซึ่งถูกมองว่าเป็นแนวทางต้นทุนต่ำในการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลสหรัฐ
ก่อนหน้านี้ เวียดนามเคยถูกขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 46% จากสหรัฐ เนื่องจากเกินดุลการค้ากับสหรัฐสูงเป็นอันดับ 3 ของโลกในปี 2567 รองจากจีนและเม็กซิโก ต่อมาทรัมป์ประกาศลดอัตราภาษีเหลือ 20% ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้ผู้นำเวียดนาม เนื่องจากเชื่อว่าตนสามารถเจรจาได้อัตราที่ดีกว่านี้ และท้ายที่สุดนำไปสู่การปลดรัฐมนตรีพาณิชย์ออกจากตำแหน่ง
แม้เผชิญแรงกดดันด้านภาษี แต่การส่งออกของเวียดนามยังคงแข็งแกร่งในปีที่ผ่านมา โดยส่วนต่างการค้าเพิ่มขึ้นเป็นสถิติสูงสุดที่ 133.9 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อน ตามข้อมูลของรัฐบาลเวียดนาม
รายละเอียดบางส่วนของกรอบการเจรจาถูกเปิดเผยในเอกสารของทำเนียบขาวเมื่อเดือนตุลาคม โดยระบุว่า เวียดนามจะเปิดให้สินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรจากสหรัฐ เข้าถึงตลาดด้วยสิทธิพิเศษ ขณะที่สหรัฐจะยกเลิกภาษีสำหรับสินค้าบางรายการที่คัดเลือกไว้
รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าให้เศรษฐกิจเติบโตเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 10% ต่อปีในช่วง 5 ปีข้างหน้า แม้ต้องเผชิญความเสี่ยงจากภาษีสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนของการค้าโลก โดยในปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัว 8.02% ต่ำกว่าเป้าหมายที่ 8.3–8.5% เล็กน้อย แต่ยังคงรักษาสถานะหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในเอเชีย
อ้างอิง : bloomberg.com