โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“เวียดนาม” เดินเกมเจรจาสหรัฐ รมว.ต่างประเทศ เล็งพบทรัมป์ คลี่ปมสินค้าถ่ายลำ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 ก.พ. เวลา 16.37 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 09.37 น.

"เวียดนาม" เตรียมใช้โอกาสเยือนกรุงวอชิงตันผลักดันการเจรจาการค้าสหรัฐ หลังติดหล่มนิยามสินค้าถ่ายลำที่อาจถูกเก็บภาษีสูงถึง 40%

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.57 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า โต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม อยู่ระหว่างผลักดันความพยายามจัดการเจรจาการค้ากับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ในสัปดาห์หน้า ระหว่างการเยือนกรุงวอชิงตัน หลังการเจรจาหลายเดือนยังไม่สามารถหาข้อสรุปในประเด็นอ่อนไหวเรื่องสินค้าถ่ายลำ (transshipped goods) ได้

แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ตอบรับคำเชิญเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการ Board of Peace ครั้งปฐมฤกษ์ของทรัมป์ โดยในโอกาสดังกล่าว โต เลิม และเจ้าหน้าที่สหรัฐ อาจร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างบริษัทเวียดนามและสหรัฐ แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของดีลที่อาจเกิดขึ้น

ประเด็นที่ทำให้การเจรจาชะงัก คือคำจำกัดความของสินค้า “transshipped” ซึ่งสหรัฐระบุว่าสินค้าประเภทนี้จะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 40% ซึ่งอาจสร้างความเสียหายอย่างมากต่อเวียดนาม เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศพึ่งพาวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากจีน ขณะที่สหรัฐเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม

นอกจากโต เลิมแล้ว ผู้นำที่หวังใช้เวที Board of Peace เพื่อขับเคลื่อนประเด็นการค้ากับสหรัฐ ยังรวมถึงปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ซึ่งคาดว่าจะลงนามข้อตกลงภาษีกับสหรัฐระหว่างการเยือนเช่นกัน

เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่รีบตอบรับคำเชิญของทรัมป์ให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของ Board of Peace ซึ่งถูกมองว่าเป็นแนวทางต้นทุนต่ำในการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลสหรัฐ

ก่อนหน้านี้ เวียดนามเคยถูกขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 46% จากสหรัฐ เนื่องจากเกินดุลการค้ากับสหรัฐสูงเป็นอันดับ 3 ของโลกในปี 2567 รองจากจีนและเม็กซิโก ต่อมาทรัมป์ประกาศลดอัตราภาษีเหลือ 20% ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้ผู้นำเวียดนาม เนื่องจากเชื่อว่าตนสามารถเจรจาได้อัตราที่ดีกว่านี้ และท้ายที่สุดนำไปสู่การปลดรัฐมนตรีพาณิชย์ออกจากตำแหน่ง

แม้เผชิญแรงกดดันด้านภาษี แต่การส่งออกของเวียดนามยังคงแข็งแกร่งในปีที่ผ่านมา โดยส่วนต่างการค้าเพิ่มขึ้นเป็นสถิติสูงสุดที่ 133.9 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อน ตามข้อมูลของรัฐบาลเวียดนาม

รายละเอียดบางส่วนของกรอบการเจรจาถูกเปิดเผยในเอกสารของทำเนียบขาวเมื่อเดือนตุลาคม โดยระบุว่า เวียดนามจะเปิดให้สินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรจากสหรัฐ เข้าถึงตลาดด้วยสิทธิพิเศษ ขณะที่สหรัฐจะยกเลิกภาษีสำหรับสินค้าบางรายการที่คัดเลือกไว้

รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าให้เศรษฐกิจเติบโตเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 10% ต่อปีในช่วง 5 ปีข้างหน้า แม้ต้องเผชิญความเสี่ยงจากภาษีสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนของการค้าโลก โดยในปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัว 8.02% ต่ำกว่าเป้าหมายที่ 8.3–8.5% เล็กน้อย แต่ยังคงรักษาสถานะหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในเอเชีย

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วอาเซียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...