“แอสเซทไวส์” ฝ่าด่านแบงก์เข้ม ชูภูเก็ตเครื่องยนต์หลัก รอรัฐบาลใหม่ปลุกดีมานด์
ASW ฝ่าด่านปี 2569 หนี้ครัวเรือนสูง แบงก์เข้ม DSR แต่มั่นใจมีจุดแข็งสต๊อกพร้อมโอน 11,000 ล้านบาท เดินหน้าเปิด 11 โครงการใหม่ ดันภูเก็ตเป็นเครื่องยนต์หลัก
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับความชัดเจนและเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ หากสามารถเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นผู้บริโภค นักลงทุน และสถาบันการเงิน และหนุนการตัดสินใจซื้อสินทรัพย์ขนาดใหญ่กลับมา
พร้อมกล่าวถึงภาพรวมปีที่ผ่านมา ตลาดเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนทางการเมือง และเหตุแผ่นดินไหว ส่งผลให้กำลังซื้อชะลอตัว อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เชื่อว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะทยอยฟื้นตัว
ดอกเบี้ยขาลง–แบงก์ยังเข้ม DSR
นายกรมเชษฐ์ กล่าวด้วยว่าหนึ่งในปัจจัยที่ต้องจับตา คือแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อาจปรับลดลงอีกอย่างน้อย 1 ครั้ง ซึ่งจะช่วยลดภาระผ่อนชำระของผู้ซื้อ แต่สถาบันการเงินยังคงเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อจากความกังวลหนี้ครัวเรือนและเกณฑ์ Debt Service Ratio (DSR) หรือ สัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ ส่งผลให้ตลาดกรุงเทพฯ ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ปี 2568 ยอดขายโตเกินเป้า 20%
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทสามารถทำยอดขายรวมได้ 23,407 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 19,500 ล้านบาท ราว 20% และเติบโตจากปีก่อนหน้า 21% ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการสต๊อกโครงการพร้อมอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะสัดส่วน 56% ของยอดขายทั้งหมด มาจากการเปิดตัวโครงการใหม่ในจังหวัดภูเก็ตที่พัฒนาโดย บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในเครือ ที่สร้างยอดขายในภูเก็ตได้ถึง 13,015 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 69%
ปีนี้เปิด 11 โครงการใหม่
ทั้งนี้ในปี 2569 บริษัทได้วางแผนธุรกิจอย่างรอบคอบ โดยเตรียมแผนเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งหมด 11 โครงการ รวมมูลค่า 17,555 ล้านบาท แบ่งเป็น กรุงเทพฯ 5 โครงการ และ ภูเก็ต 6 โครงการ พร้อมตั้งเป้าหมายยอดขายที่ 18,500 ล้านบาท และเป้าหมายรายได้รวม 12,500 ล้านบาท เติบโต 19%
โดยโครงการสำคัญในกรุงเทพฯ ที่จะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปลายไตรมาส 4 ต่อเนื่องปีหน้า ได้แก่ โครงการแคมปัสคอนโดใกล้มหาวิทยาลัย แบรนด์ "Kave" (เคฟ) โดยเฉพาะในย่าน มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มูลค่ารวมกว่า 4,500 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีแคมปัสคอนโดในทำเลใกล้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยศรีปทุม ด้วย
ขณะที่ในจังหวัดภูเก็ตซึ่งในปีนี้ TITLE จะมีคอนโดมิเนียสร้างเสร็จ 4 โครงการ รวมมูลค่า 11,700 ล้านบาท ได้แก่ เดอะ ไทเทิ้ล เลเจนดารี บางเทา,เดอะ ไตเติ้ล เซเรนิตี้ หาดในยาง,เดอะ ไตเติ้ล เฮอริเทจ บางเทา และเดอะ ไทเทิ้ล เซียโล่ ราไวย์
ส่งผลให้ในปีนี้บริษัทจะมีสินค้าพร้อมโอน (Inventory) สูงถึงราว 11,000 ล้านบาท ซึ่งเปิดโอกาสให้เร่งเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นกระแสเงินสด ลดภาระหนี้ และเสริมสภาพคล่องอย่างมีนัยสำคัญ
ไวส์ พาร์ค ไฮไลท์กรุงเทพฯ
ในกรุงเทพฯ หนึ่งในไฮไลต์คือการพัฒนาโครงการภายใต้คอมมูนิตี้ “ไวส์ พาร์ค” โซนรังสิต บนพื้นที่กว่า 60 ไร่ ซึ่งจะเปิดตัวทั้งโครงการอาคารพาณิชย์ ไวส์ เฮ้าส์ (Shop House) และโครงการบ้านเดี่ยว–บ้านแฝด รองรับทั้งการอยู่อาศัยและค้าขาย ใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดง
รวมถึงโครงการเคฟ คานิเวิล รังสิต ซึ่งเป็นแคมปัสคอนโดใกล้มหาวิทยาลัย ที่ยังคงเป็นกลยุทธ์หลักของบริษัท โดยปัจจุบันพัฒนาไปแล้วรวม 19 โครงการ ครอบคลุม 10 แคมปัส ตอบโจทย์นักศึกษาและคนทำงานด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่และการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง
ภูเก็ตเสาหลักรายได้ ดัน TITLE เต็มสูบ
นายกรมเชษฐ์ ย้ำว่า ภูเก็ตยังเป็นตลาดศักยภาพสูง จากการเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับโลก (World Destination) และดีมานด์ต่างชาติที่ไม่ถูกจำกัดด้วย DSR
โดยในปี 2569 TITLE เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่อีก 6 โครงการ มูลค่ารวมราว 11,000 ล้านบาท ครอบคลุมทำเลสำคัญ ได้แก่ เบียงกาน่า สุรินทร์ (Biancana Surin), คาซ่า เดอ มอนเต้ (Casa de Monte) โครงการพูลวิลล่าระดับลักชัวรีในโซนเกาะแก้ว และ เดอะ ไทเทิล วิวาน่า กมลา (THE TITLE Vivana Kamala) บนทำเลหาดกมลา ซึ่งเตรียมเปิดตัวในช่วงไฮซีซันนี้ เพื่อรองรับดีมานด์จากทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ
โดยคาดว่า TITLE จะสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท และเป็นแรงขับเคลื่อนหลักให้แอสเซทไวส์บรรลุเป้ารายได้รวมปีนี้ที่ 12,500 ล้านบาท
กลยุทธ์ลงทุนภูเก็ต รับเงินเร็ว ลดความเสี่ยง
นายกรมเชษฐ์ กล่าวว่าการพัฒนาโครงการในภูเก็ตมีข้อได้เปรียบด้านกระแสเงินสด เนื่องจากลูกค้าต่างชาติชำระเงินดาวน์เป็นงวด ๆ ครั้งละ 25% ทำให้เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ บริษัทได้รับเงินแล้วถึง 75% แตกต่างจากตลาดกรุงเทพฯ ที่โดยทั่วไปได้รับเงินดาวน์ประมาณ 10%
ด้วยเหตุนี้ ASW จึงให้น้ำหนักการลงทุนในภูเก็ตมากขึ้นในช่วงที่ตลาดในประเทศยังต้องอาศัยการฟื้นตัวจากภาคสินเชื่อ พร้อมมองหาโอกาสการลงทุนใหม่อย่างระมัดระวัง เพื่อกระจายความเสี่ยงและรักษาสมดุลทางการเงิน
มุ่งเพิ่มรายได้ประจำผ่านบริษัทย่อย
นายกรมเชษฐ์ กล่าวว่า ASW ยังมุ่งลงทุนในธุรกิจที่จะสร้างรายได้ประจำให้บริษัทอย่างต่อเนื่อง ผ่านบริษัทย่อยในเครือ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาวและเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ทั้งธุรกิจซื้อขายฝากเช่าครบวงจร ผ่าน Asset A Plus
ธุรกิจ Health & Wellness ผ่าน WHB เช่น Rocket Fitness และคลินิกกายภาพบำบัด Vitala ธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ ผ่าน Wisejai และ ZAAP World ในการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ต่างๆ
ธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ ผ่าน Treasure M พัฒนา Mingle Mall ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูเก็ต รวมถึงธุรกิจ Hospitality ผ่าน TITLE โดยเปิดตัว เดอะ ซาลูท (The Salute) Beach Restaurant ริมหาดในยาง และโรงแรมโวโค ภูเก็ต บางเทา เป็นแห่งแรกในภูเก็ต ซึ่งคาดว่าจะให้บริการในปี 2569 และปี 2572
ท้าทายแต่มีโอกาส
นายกรมเชษฐ์ กล่าวว่า แม้ปี 2569 ยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะหนี้และความเข้มงวดของธนาคาร แต่ด้วยสต๊อกพร้อมโอนจำนวนมาก การเลือกทำเลและโปรดักต์อย่างรอบคอบ และพอร์ตภูเก็ตที่แข็งแกร่ง ทำให้แอสเซทไวส์มั่นใจว่าสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “แอสเซทไวส์” ฝ่าด่านแบงก์เข้ม ชูภูเก็ตเครื่องยนต์หลัก รอรัฐบาลใหม่ปลุกดีมานด์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th