โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตำรวจภูธรภาค 4 แถลงจับ 8 ผู้ต้องหา เครือข่ายบัญชีม้า ในพื้นที่ขอนแก่น-กาฬสินธุ์

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

"ตำรวจภูธรภาค 4" แถลงผลการจับกุมขบวนการบัญชีม้าในพื้นที่ จ.ขอนแก่น และ กาฬสินธุ์ รวบผู้ต้องหา 8 ราย รับเปิดบัญชี-ถอนเงิน เร่งสอบความเชื่อมโยงเครือข่ายจีนเทา

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 มี.ค. 69 ที่ศูนย์ปฏิบัติการ สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.วงศกร วันชัย ผกก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช รองผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ และ พ.ต.อ.นพวิทย์ ดิษฐาธนาธรสิริ ผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ร่วมกันแถลงข่าวผลการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 4 ที่มีการจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 8 ราย

รอง ผบช.ภ.4 กล่าวว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 4 ในครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติการของทีมสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ซึ่งจับกุมผู้ต้องหา 4 คน คือ นายดิว อายุ 19 ปี นายยาว และ หญิงอายุ 20 ปี 2 คน ในข้อหา ร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีการดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายหรืออั้งยี่ จับกุมพร้อมของกลาง เงินสด 178,540 บาท โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง รถยนต์เก๋ง 1 คัน สมุดบัญชีเงินฝากจำนวน 1 เล่ม

ก่อนการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 คนนั้น สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา ทีม Investigate Digital Channel สายงาน Financial crime ของธนาคารกรุงไทย ตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียหายถูกหลอกโอนเงินจำนวน 120,000 บาท และต่อมาทางธนาคารตรวจสอบพบว่า มีนายดิว มาถอนเงินจำนวนดังกล่าวออกไป ธนาคารฯ จึงแจ้งไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงแจ้งมายังภาค 4 จึงได้มีการสั่งการต่อให้ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 4 ดำเนินการสืบสวนจับกุมบุคคลที่กระทำความผิดในกรณีดังกล่าว โดยการให้ พ.ต.อ.วงศกร วันชัย ผกก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมทีมสืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น รีบรุดไปยังธนาคารกรุงไทย สาขาเซ็นทรัลขอนแก่น เพื่อจับกุมบุคคลรายดังกล่าว

ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่านายดิว ไม่ได้ดำเนินการเพียงลำพัง แต่ยังมีผู้ร่วมขบวนการอีก 3 คน โดยเมื่อนายดิวเบิกเงิน ตรวจนับเรียบร้อยก็ออกจากพื้นที่ธนาคาร เดินมายังหน้าลิฟต์ ซึ่งในขณะเดียวกันก็มีการแบ่งปันส่วนแบ่งของแต่ละคน ส่วนที่เหลือก็เตรียมนำเข้าบัญชี เพื่อโอนไปให้ผู้สั่งการ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุมตัวได้ทั้งหมด 4 คน และนำตัวมาสอบสวน

จากการสอบสวนทั้ง 4 คน ให้การตรงกันว่า ดำเนินการทุกอย่างตามการสั่งการของนายเอ็ม ชาวกรุงเทพฯ โดยนายเอ็ม มีการติดต่อสื่อสารกับนายดิว ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีธนาคาร จำนวน 2 บัญชี ทำหน้าที่รับโอนเงินและถอนเงินสดจากธนาคาร รวมเป็นเงินจำนวน 670,000 บาท โดยจะได้รับค่าจ้าง 30% จากยอดเงินที่รับโอนและถอน เมื่อหักส่วนที่เป็นค่าจ้างแล้ว นายดิวจะต้องโอนเงินส่วนที่เหลือเข้าบัญชีธนาคารนิติบุคคล หรือบัญชีม้า

ส่วนหญิงสาว 2 คนนั้น ได้รับการติดต่อจากนายเอ็ม ให้ทำหน้าที่ประกบนายดิวในขณะทำการเบิกถอนเงิน และโอนเงิน เสมือนเป็นประชาชนมาใช้บริการในธนาคารฯ แห่งนั้น โดยนั่งเครื่องบินจากดอนเมืองมายังจังหวัดขอนแก่น เพื่อทำตามที่นายเอ็มสั่งการ

ส่วนนายยาว ถูกสั่งให้ขับรถมาจาก จ.พิษณุโลก มายัง จ.ขอนแก่น เพื่อรับนายดิวและ 2 สาว ไปทำตามคำสั่งของนายเอ็ม ซึ่งภายหลังถูกจับ ทุกคนต่างยอมรับว่า นายดิวเป็นเจ้าของบัญชี และทำหน้าที่เบิกเงิน -โอนเงิน จะได้รับค่าจ้างจากยอดเงินที่โอนเข้าในบัญชี 30% ส่วนอีก 3 คน จะได้ 7% แล้วนำมาแบ่งกัน แต่ขณะแบ่งเงินกันก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ ในส่วนของนายเอ็มนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อนามสกุลแล้ว อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ จับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ รอง ผบช.ภ.4 ยังได้กล่าวถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 4 คน ว่ามีนางสาวเอ อายุ 23 ปี เจ้าของบัญชีม้า และทำหน้าที่ม้ากดเงิน นายคิว อายุ 24 ปี ทำหน้าที่ควบคุมฐาน หรือควบคุมการทำงาน นายฟู่ อายุ 24 ปี ทำหน้าที่ประสานงาน และนายยี่ อายุ 23 ปี ทำหน้าที่สั่งการ และประสานงาน พร้อมตรวจยึดของกลางเงินสด 300,000 บาท สมุดบัญชีธนาคาร ที่เป็นบัญชีม้าจำนวน 1 เล่ม โทรศัพท์มือถือจำนวน 6 เครื่อง รถยนต์ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ จำนวน 1 คัน

ก่อนจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ สังเกตพบคนต่างถิ่นเข้ามาในพื้นที่ แล้วหาจ้างชาวบ้านเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อรับโอนเงิน หากรับจ้างเปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว จะพาไปเบิกถอนเงินที่เคาน์เตอร์ธนาคาร และกดเอทีเอ็มของธนาคาร ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยเสนอให้ค่าจ้างการเปิดบัญชี บัญชีละ 4,000-7,000 บาท

ต่อมาวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน พบกลุ่มผู้ต้องหาขับรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า ยารีส สีขาว ทะเบียนขอนแก่น ถอนเงินในธนาคารออมสิน สาขาโลตัส กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จึงแสดงตัวขอตรวจค้นและจับกุมทั้ง 4 คนพร้อมของกลางดังกล่าว

จากการสอบสวน ในเบื้องต้นทราบว่า นายยี่ และนายฟู่ ไม่ใช่คนไทย ไม่มีสัญชาติไทย แต่อาศัยอยู่บนดอยทางภาคเหนือ เขียนภาษาไทยไม่ได้ แต่พูดภาษาไทยได้ ส่วนโทรศัพท์มือถือที่ยึดได้ ก็พบว่ามีการสื่อสารเป็นภาษาจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างให้ล่ามแปล เพื่อจะได้ทราบว่ามีการสื่อสารกับใคร พูดคุยอะไรกันบ้าง

โดยทั้ง 2 คนยอมรับว่า เดินทางมาจากภาคเหนือ มาเช่ารถและตระเวนหาชาวบ้านมารับจ้างเปิดบัญชีธนาคารตามคำสั่งของบอสใหญ่ชาวจีน โดยให้ค่าจ้างบัญชีละ 4,000-7,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาเป็นสมาชิกของคณะบุคคล ซึ่งปกปิดวิธีการดำเนินการและมีความมุ่งหมาย เพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายหรืออั้งยี่

รอง ผบช.ภ.4 กล่าวอีกว่า ในส่วนของจังหวัดกาฬสินธุ์นั้น มีคดีอาชญากรรมออนไลน์ตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบัน จำนวน 7,077 คดี ความเสียหาย 337 ล้านบาท โดยมีธนาคารที่ถูกถอนเงินบ่อยที่สุด 5 อันดับของภาค 4 คือ ธนาคารออมสิน สาขาโลตัสกาฬสินธุ์ จำนวน 16 ครั้ง และตู้เอทีเอ็มที่ถูกกดถอนเงินบ่อยที่สุด ถี่ที่สุด 17 ครั้ง คือตู้ของธนาคารออมสิน อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ และเชื่อว่าการจับกุมบุคลต่างถิ่นที่เข้ามาทำผิดในพื้นที่ภาค 4 หรือ ตัวจังหวัดกาฬสินธุ์ อาจจะเป็นเครือข่ายของกลุ่มจีนเทาที่เข้ามาหลอกคนไทยก็เป็นได้ จึงขอฝากเตือนไปยังประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตำรวจภูธรภาค 4 แถลงจับ 8 ผู้ต้องหา เครือข่ายบัญชีม้า ในพื้นที่ขอนแก่น-กาฬสินธุ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...