โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

KCLIMATE 1.5 จับมือมิชลิน เดินหน้าโครงการ “Sustainable Fleet” หนุนภาคขนส่งบริหารจัดการคาร์บอนอย่างเป็นระบบ เสริมศักยภาพธุรกิจสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

TODAY

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

“เคไคลเมท1.5” บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย และบริษัท สยามมิชลิน จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียางล้อระดับโลก ลงนามบันทึกความร่วมมือในการพัฒนาโครงการ“Sustainable Fleet” เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจด้านโลจิสติกส์และการขนส่งให้สามารถบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผลักดันให้ธุรกิจโลจิสติกส์และการขนส่งสามารถปรับตัวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรมและนำไปสู่การสนับสนุนให้ประเทศไทยไปสู่Net Zero ได้ตามเป้าหมาย

นายเถกิงออศิริชัยเวทย์กรรมการผู้จัดการบริษัทเคไคลเมท1.5 จำกัด(KCLIMATE 1.5) บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาคการขนส่งและโลจิสติกส์มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในสัดส่วนสำคัญของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากข้อมูลภาคการขนส่งในไทย มีสัดส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลประมาณ29% ของการปล่อยก๊าซทั้งหมดของประเทศ และกว่า96% มาจากการขนส่งทางถนน ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง หากมีการวางแผนและจัดการที่เหมาะสมจะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยเหตุนี้KCLIMATE 1.5 ซึ่งให้บริการแพลตฟอร์มคำนวณและบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก จึงร่วมมือกับมิชลิน จัดโครงการ“Sustainable Fleet” ขึ้น เพื่อสนับสนุนธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยจุดเริ่มตันที่สำคัญ คือ ธุรกิจต้องมีข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ วางแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความสามารถการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันการจัดการคาร์บอนในภาคขนส่งให้เกิดขึ้นได้จริง

นายณัฐชนนแมนประสาทผู้อำนวยการฝ่ายกลุ่มธุรกิจยางเชิงพาณิชย์ประเทศไทยบริษัทสยามมิชลินจำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า มิชลินให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยเฉพาะการสนับสนุนลูกค้าในภาคการขนส่งให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือกับKCLIMATE 1.5 จะช่วยให้ลูกค้าและพันธมิตรของมิชลินสามารถเข้าใจและบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากฟลีทยานพาหนะได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาโซลูชันการขนส่งที่ยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับเป้าหมายของความร่วมมือในครั้งนี้ ประกอบด้วยฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศใน3 มิติ คือ

การยกระดับมาตรฐานธุรกิจขนส่ง: สนับสนุนให้ผู้ประกอบการฟลีทรถบรรทุกไทยเข้าถึงองค์ความรู้การคำนวณก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ตามมาตรฐานสากล(GHG Protocol) และการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร(CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก(อบก.) ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในเวทีการค้าโลก

การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน: การใช้เครื่องมือดิจิทัลและDashboard เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกช่วยให้ธุรกิจลดต้นทุนเชื้อเพลิงและบริหารจัดการยานพาหนะได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

การเติบโตอย่างยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทาน: ความร่วมมือนี้เป็นโมเดลที่ส่งเสริมให้คู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน(Fleet Partners) เติบโตไปพร้อมกับเป้าหมายNet Zero ของประเทศสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆและเตรียมความพร้อมรับมือกับมาตรการทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต

ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการผนึกกำลังระหว่างผู้ให้บริการโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศและผู้นำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทยให้สามารถเปลี่ยนความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ และเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...