โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Stagflation ก่อตัวจากสงคราม เงินเฟ้อพุ่ง เฟดกุมขมับ GCAP GOLD ลุ้นทองแตะ 80,000 บ.

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำสัปดาห์นี้ยังคงเคลื่อนไหวท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่สนับสนุนราคาพลังงานให้พุ่งสูงขึ้น ขณะเดียวกันข้อมูลเศรษฐกิจจากฝั่งสหรัฐฯเริ่มส่งสัญญาณการชะลอตัวที่ชัดเจนขึ้น

โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งออกมาอ่อนแอกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดเริ่มมีความกังวลอย่างหนักว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือสภาวะที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงในขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ท้าทายที่สุดสำหรับเฟดในการดำเนินนโยบายการเงิน

สำหรับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำภายใต้ภาวะ Stagflation ซึ่งจะปรากฏลักษณะความผันผวนที่รุนแรง เนื่องจากได้รับแรงผลักดันจากสองทิศทาง โดยด้านหนึ่งความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่อีกด้านหนึ่งหากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูงอาจกลายเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำได้

“ในระยะสั้นราคาทองคำจะแกว่งตัวตามกระแสข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ เงินเฟ้อ, ค่าแรง, ราคาน้ำมัน, ตัวเลขการจ้างงาน และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดที่จะส่งสัญญาณถึงทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต ส่งผลให้คาดการณ์ในช่วงแรกของสภาวะ Stagflation ทองคำมักได้รับอานิสงส์จากความกังวลของตลาด แต่ทิศทางถัดไปจะขึ้นอยู่กับนโยบายดอกเบี้ยของเฟด และหากความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและสงครามยังเป็นประเด็นหลักที่เด่นชัด ทำให้ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง แต่หากตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับดอกเบี้ยที่ยังสูง ทำให้การปรับขึ้นของทองอาจชะลอได้ ถึงแม้ว่าภาพรวมใหญ่ยังไม่เปลี่ยน”

ขณะเดียวกันนักเศรษฐศาสตร์หลายสถาบันประเมินว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน จากความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อสหรัฐฯให้ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับที่สูงกว่ากรอบเป้าหมาย 2% ของเฟด ขณะที่ตลาดแรงงานเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว โดยอัตราการว่างงานล่าสุดเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 4.4% ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันอยู่ในกรอบ 3.50% – 3.75% และจากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้เฟดต้องประเมินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ

เนื่องจากการตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจอาจกระตุ้นให้เงินเฟ้อสูงขึ้น อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์บางส่วนได้ออกมาเตือนว่าหากสงครามยืดเยื้อและราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้เฟดอาจต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตามกลยุทธ์ในสัปดาห์นี้ทางฝ่ายวิเคราะห์มองภาพราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในช่วงพักฐาน และลักษณะการเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นช่วงที่ตลาดกำลังสะสมแรงซื้อแรงขายก่อนเลือกทิศทางรอบใหม่ จึงแนะนำกลยุทธ์ "รอย่อซื้อ" โดยจับตาระดับ $5,000 หากย่อแล้วหลุดมีโอกาสปรับตัวลงไปที่โซนแนวรับ $4,925-$4,885 ซึ่งคาดว่าจะเป็นโซนที่มีแรงซื้อกลับเข้ามาสนับสนุนราคาทองให้ทรงตัวได้ และหากราคาทองสามารถยืนเหนือฐานระดับดังกล่าว ทำให้จะมีโอกาสดีดตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน $5,200 อีกครั้ง และหากผ่านไปได้จะมีเป้าหมายถัดไปที่โซน $5,350–$5,400 ขณะที่ราคาทองคำแท่งภายในประเทศไทย แนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมได้ในช่วงราคา 75,800 – 75,000 บาท และพิจารณาแบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไปแตะบริเวณ 78,500 และ 80,000 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...