โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทองไทยขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณขาย 78,750 บาท ตลาดจับตาดอกเบี้ยเฟด–เงินเฟ้อสหรัฐ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 09.22 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 02.22 น.
ราคาทอง ราคาทองวันนี้

ราคาทองวันนี้ (12 มี.ค.) เปิดตลาด ราคาปรับขึ้น 50 บาท/บาททองคำ จากราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้ ราคาทองรูปพรรณ ขายออกที่ 78,750.00 บาท/ บาททองคำ

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ตามประกาศของ สมาคมค้าทองคำ ราคาทอง (ทองคำ 96.5%) ประจำวันนี้ เปิดตลาดเมื่อ เวลา 09.10 น. สำหรับตลาดซื้อขายทองคำในประเทศ ราคาทองวันนี้ ปรับขึ้น 50 บาท/บาททองคำ จากราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้

โดย ทองรูปพรรณ ขายออกที่ราคา 78,750.00 บาท/ บาททองคำ ส่วน ราคารับซื้อ อยู่ที่ 76,194.16 บาท/ บาททองคำ

สำหรับ ทองแท่ง ขายออกที่ 77,950.00 บาท/บาททองคำ และ รับซื้อที่ 77,750.00 บาท/บาททองคำ ส่วน Gold Spot อยู่ที่ 5,174.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ในส่วนของราคาทองคำ แม้บรรยากาศในตลาดการเงินจะอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่เสี่ยงยืดเยื้อ ทว่าภาพดังกล่าวได้ทำให้ ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED อีกครั้ง กดดันให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. 2026) ปรับตัวลดลงสู่โซน 5,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ทองคำอ่อนตัว หลังดอลลาร์แข็งค่า ขณะที่ความกังวลเงินเฟ้อยังคงอยู่

ราคาทองคำปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันพุธที่ 11 มีนาคม 2569 โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ ซึ่งทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงต่อไป

ราคาทองคำตลาดสปอตลดลง 0.4% อยู่ที่ 5,169.02 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 13:33 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ (17:33 GMT) หลังจากปรับตัวขึ้นในวันก่อนหน้า ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐ (ส่งมอบเดือนเมษายน) ปิดลดลง 1.2% ที่ระดับ 5,179.10 ดอลลาร์

ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% โดยการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้สินค้าโภคภัณฑ์ที่กำหนดราคาเป็นดอลลาร์มีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น

Peter Grant รองประธานและนักกลยุทธ์โลหะอาวุโสจาก Zaner Metals กล่าวว่า “ตลาดทองคำกำลังเผชิญแรงดึงสองทาง ระหว่างความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยจากสงคราม กับความกังวลว่าอัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน”

โดยทั่วไปทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนและเงินเฟ้อ แต่จะมีความน่าสนใจลดลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นราว 4% หลังเกิดเหตุโจมตีเรือในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานพลังงาน โดยนักวิเคราะห์มองว่าข้อเสนอของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ในการปล่อยน้ำมันสำรองออกสู่ตลาดยังไม่เพียงพอที่จะคลายความกังวลดังกล่าว

อิหร่านยังเตือนว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมรายงานว่ากองกำลังของอิหร่านได้โจมตีเรือพาณิชย์ รวมถึงเปิดฉากยิงโจมตีเป้าหมายในอิสราเอลและพื้นที่อื่น ๆ ในตะวันออกกลาง

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนกุมภาพันธ์ สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด และสูงกว่าการเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมกราคม ขณะที่ CPI เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบรายปีจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาดไว้ โดยขณะนี้นักลงทุนกำลังจับตาการประกาศดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งจะเผยแพร่ในวันศุกร์

นักวิเคราะห์จาก Standard Chartered ระบุว่า ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่ราคาทองคำจะเผชิญแรงกดดันด้านลบในช่วงหลายสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนต้องการสภาพคล่องเงินสด

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำในระยะยาว และคาดว่าทองคำจะกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง หลังแรงขายทำกำไรในระยะสั้น

สำหรับโลหะมีค่าอื่น ๆ ราคาซิลเวอร์ในตลาดสปอตลดลง 3.5% อยู่ที่ 85.34 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนแพลทินัมลดลง 0.8% อยู่ที่ 2,183.10 ดอลลาร์ และแพลเลเดียมลดลง 1.4% อยู่ที่ 1,631.59 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อ้างอิง : cnbc.com, สมาคมค้าทองคำ

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...