ทองไทยขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณขาย 78,750 บาท ตลาดจับตาดอกเบี้ยเฟด–เงินเฟ้อสหรัฐ
ราคาทองวันนี้ (12 มี.ค.) เปิดตลาด ราคาปรับขึ้น 50 บาท/บาททองคำ จากราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้ ราคาทองรูปพรรณ ขายออกที่ 78,750.00 บาท/ บาททองคำ
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ตามประกาศของ สมาคมค้าทองคำ ราคาทอง (ทองคำ 96.5%) ประจำวันนี้ เปิดตลาดเมื่อ เวลา 09.10 น. สำหรับตลาดซื้อขายทองคำในประเทศ ราคาทองวันนี้ ปรับขึ้น 50 บาท/บาททองคำ จากราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้
โดย ทองรูปพรรณ ขายออกที่ราคา 78,750.00 บาท/ บาททองคำ ส่วน ราคารับซื้อ อยู่ที่ 76,194.16 บาท/ บาททองคำ
สำหรับ ทองแท่ง ขายออกที่ 77,950.00 บาท/บาททองคำ และ รับซื้อที่ 77,750.00 บาท/บาททองคำ ส่วน Gold Spot อยู่ที่ 5,174.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ในส่วนของราคาทองคำ แม้บรรยากาศในตลาดการเงินจะอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่เสี่ยงยืดเยื้อ ทว่าภาพดังกล่าวได้ทำให้ ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED อีกครั้ง กดดันให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. 2026) ปรับตัวลดลงสู่โซน 5,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำอ่อนตัว หลังดอลลาร์แข็งค่า ขณะที่ความกังวลเงินเฟ้อยังคงอยู่
ราคาทองคำปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันพุธที่ 11 มีนาคม 2569 โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ ซึ่งทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงต่อไป
ราคาทองคำตลาดสปอตลดลง 0.4% อยู่ที่ 5,169.02 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 13:33 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ (17:33 GMT) หลังจากปรับตัวขึ้นในวันก่อนหน้า ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐ (ส่งมอบเดือนเมษายน) ปิดลดลง 1.2% ที่ระดับ 5,179.10 ดอลลาร์
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% โดยการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้สินค้าโภคภัณฑ์ที่กำหนดราคาเป็นดอลลาร์มีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น
Peter Grant รองประธานและนักกลยุทธ์โลหะอาวุโสจาก Zaner Metals กล่าวว่า “ตลาดทองคำกำลังเผชิญแรงดึงสองทาง ระหว่างความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยจากสงคราม กับความกังวลว่าอัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน”
โดยทั่วไปทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนและเงินเฟ้อ แต่จะมีความน่าสนใจลดลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นราว 4% หลังเกิดเหตุโจมตีเรือในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานพลังงาน โดยนักวิเคราะห์มองว่าข้อเสนอของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ในการปล่อยน้ำมันสำรองออกสู่ตลาดยังไม่เพียงพอที่จะคลายความกังวลดังกล่าว
อิหร่านยังเตือนว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมรายงานว่ากองกำลังของอิหร่านได้โจมตีเรือพาณิชย์ รวมถึงเปิดฉากยิงโจมตีเป้าหมายในอิสราเอลและพื้นที่อื่น ๆ ในตะวันออกกลาง
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนกุมภาพันธ์ สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด และสูงกว่าการเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมกราคม ขณะที่ CPI เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบรายปีจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาดไว้ โดยขณะนี้นักลงทุนกำลังจับตาการประกาศดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งจะเผยแพร่ในวันศุกร์
นักวิเคราะห์จาก Standard Chartered ระบุว่า ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่ราคาทองคำจะเผชิญแรงกดดันด้านลบในช่วงหลายสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนต้องการสภาพคล่องเงินสด
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำในระยะยาว และคาดว่าทองคำจะกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง หลังแรงขายทำกำไรในระยะสั้น
สำหรับโลหะมีค่าอื่น ๆ ราคาซิลเวอร์ในตลาดสปอตลดลง 3.5% อยู่ที่ 85.34 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนแพลทินัมลดลง 0.8% อยู่ที่ 2,183.10 ดอลลาร์ และแพลเลเดียมลดลง 1.4% อยู่ที่ 1,631.59 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อ้างอิง : cnbc.com, สมาคมค้าทองคำ