เลขาฯ สปส.ยันจ่ายเงินคืนผู้ประกันตนตามคำพิพากษาศาลตั้งแต่ปี 67 กว่า 3 แสนบาท บวกบำนาญเดือนละ 3.6 พัน
จากกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวการต่อสู้ของผู้ประกันตนรายหนึ่งที่ได้รับเงินบำนาญชราภาพเพียงเดือนละ 1,320 บาท ทั้งๆ ที่จ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมไปมากกว่า 181 เดือน โดยมีการยื่นฟ้องศาลแรงงาน ภาค 1 ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ และ ศาลฎีกา ใช้เวลารวมกว่า 5 ปี ซึ่งถ้าพิจารณาตามกฎหมายเดิมก็อาจเป็นไปได้ว่า การตีความสิทธิประโยชน์เงินบำนาญชราภาพ คิดจากฐานเงินเดือน 4,800 บาท ที่ผู้ประกันตนรายดังกล่าวเข้าเป็นผู้ประกันตนตั้งแต่ปี 2556 ทำให้สูตรการคิดบำนาญคิดแค่ 60 เดือนจากฐานเงินเดือน 4,800 บาท ซึ่งผู้ประกันตนมองว่าไม่เป็นธรรม นำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 มี.ค. นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ภายหลังศาลฎีกามีคำพิพากษา สำนักงานประกันสังคมได้อนุมัติจ่ายเงินให้กับ นางณัฐฐา อรรถาเวช ผู้ประกันตนซึ่งเป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อสำนักงานประกันสังคมไปแล้ว จำนวนเงินรวม 304,707.56 บาท ในเดือน ธ.ค. 2567 และหลังจากนั้น ก็ได้มีการจ่ายบำนาญต่อเนื่องรายเดือน เดือนละ 3,651.18 บาท มาโดยตลอด
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า เรื่องนี้ที่ต้องถอดบทเรียนของสำนักงานประกันสังคม โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ประกันสังคมที่สื่อสารกับผู้ประกันตนไม่ชัดเจน ไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้ประกันตนเข้าใจผิด ซึ่งตนได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศระมัดระวังในเรื่องดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้อีก
ด้านนางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นบทเรียนราคาแพงของสำนักงานประกันสังคมที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกันตนที่มีมากกว่า 24.5 ล้านคน ตอกย้ำถึงการที่ต้องมีการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคมแบบ 360 องศาอย่างเร่งด่วน เพราะกฎหมายเดิมไม่ตอบโจทย์บริบทสังคมในปัจจุบันอีกต่อไปแล้ว โดยภารกิจที่ตนเริ่มดำเนินการแล้วคือตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประกันสังคมเพื่อให้มีความทันสมัย คล่องตัว มีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน ซึ่งได้รับรายงานว่า มีการประชุมไปแล้ว 3 ครั้ง กระบวนการต่างๆ กำลังเดินหน้าไปด้วยดี เป็นสัญญาณที่เป็นบวก ที่น่าจะสร้างให้เกิดสิ่งที่เป็นมิติใหม่ของสำนักงานประกันสังคมได้
นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า ในส่วนของหลักเกณฑ์การคำนวณการจ่ายบำนาญชราภาพใหม่ (สูตร CARE) ได้เน้นย้ำและให้นโยบายชัดเจนกับสำนักงานประกันสังคม ให้ทำการศึกษาผลกระทบและการรับมือจากการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การคำนวณการจ่ายบำนาญชราภาพแบบเดิม ซึ่งกำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2542 ผ่านมาถึง 27 ปีแล้ว ก็สมควรที่จะต้องปรับเปลี่ยนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ได้ให้ประกันสังคมศึกษา วิเคราะห์และประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อกองทุนประกันสังคมในระยะยาวด้วย ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรให้กองทุนมีความมั่นคง เป็นที่พึ่งในระยะยาวของผู้ประกันตนได้อย่างแท้จริง.