โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. เข้มเบิกเงินสด 5 ล้าน ซื้อทอง 2 กิโลฯ ต้องรายงาน จ่อรื้อค่าฟีแบงก์ 15 รายการ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 ก.พ. เวลา 19.23 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. เวลา 09.51 น.

ธปท.คุมเข้มเบิกถอนเงินสด 5 ล้านบาท ซื้อทองคำน้ำหนักเกิน 2 กิโลกรัม ต้องรายงาน พร้อมมาตรการคุมเข้ม e-Money และเตรียมรื้อมาตรฐานค่าธรรมเนียมธนาคาร 15 รายการ

24 ก.พ. 2569 - วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยในงานสัมมนา POSTTODAY THAILAND ECONOMIC DRIVES 2026 ว่า ธปท.ได้ปรับบทบาทจากการดูแลเสถียรภาพผ่านอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพียงอย่างเดียว มาเป็นการใช้มาตรการเฉพาะจุด (Targeted Measures) มากขึ้น เนื่องจากดอกเบี้ยนโยบายไม่สามารถแก้ไขปัญหาผลิตภาพ (Productivity) ปัญหาสังคมสูงวัย หรือปัญหาเชิงโครงสร้างอื่นๆ ได้โดยตรง ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา

ธปท.จึงได้ดำเนินงานใน 4 ด้านสำคัญ ดังนี้

1. การแก้ปัญหาหนี้ NPL รายย่อย ธปท.ดำเนินการโอนสินทรัพย์หนี้เสียที่ต่ำกว่า 100,000 บาท จำนวนประมาณ 1.1 ล้านบัญชี จากธนาคารพาณิชย์ไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เพื่อบริหารจัดการช่วยเหลือให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากวงจรหนี้ โดยคาดหวังว่าจะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ประมาณ 300,000 - 500,000 ราย ซึ่งโครงการนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่จะมีระยะถัดไปตามมา

2. การแก้ปัญหาสินเชื่อ SME เนื่องจากสินเชื่อติดลบมาอย่างต่อเนื่อง ธปท.จึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดตั้งกองทุนแสนล้านบาทเพื่อค้ำประกันสินเชื่อ โดยเน้นการลดต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Cost) ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ธนาคารไม่ปล่อยกู้ ที่เพิ่งมีการลงนามสัญญาเพื่อให้ บสย. เริ่มดำเนินการ ซึ่งจะช่วยเติมสภาพคล่องให้กับ SME ได้มากขึ้น

3. การกำกับดูแลธุรกรรมทองคำ ธปท. ประสานงานให้ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันซื้อขายทองคำรายใหญ่ ประมาณ 15 ราย จัดทำระบบรายงานข้อมูลธุรกรรมแบบทันที (Real-time) เพื่อให้ธปท.สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของสถานะการถือครองทองคำ (Position) ของผู้ประกอบการและบุคคลรายย่อยได้

โดยหากมีการซื้อขายทองคำเกินกว่า 20 ล้านบาทต่อวัน ข้อมูลดังกล่าวจะถูกรายงานมาที่ธปท. เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมธุรกรรมโดยละเอียด รวมทั้งการถือครองทองคำในออนไลน์ทั้งหมดที่มีอยู่ต้องรายงานธปท.ด้วย และ กำหนดวงเงินซื้อขายที่เป็นเงินบาทไม่เกินกว่า 50 ล้านบาทต่อวันต่อแพลตฟอร์ม เพื่อป้องกันการซื้อขายทองคำเป็นช่องทางในการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่ผิดปกติ

และกรณีที่มีการถอนทองคำจริงจากร้านทอง หากมีน้ำหนักเกินกว่า 2 กิโลกรัม จะต้องมีการรายงานข้อมูลและที่มากับธปท. เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการนำเงินนอกระบบมาแปรสภาพเป็นสินทรัพย์ทองคำ

ซึ่งมาตรการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการเก็งกำไรค่าเงินผ่านธุรกรรมทองคำ เนื่องจากพฤติกรรมการขายทองคำเมื่อราคาสูงขึ้นจะทำให้เกิดการแลกเงินดอลลาร์เป็นเงินบาทในปริมาณมาก ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจด้วย

4. มาตรการดูแลทุนเทา - เงินเทา โดย ธปท.ได้ยกระดับการตรวจสอบและติดตามเส้นทางการเงินอย่างเข้มงวด เพื่อป้องปรามการใช้ระบบสถาบันการเงินเป็นช่องทางสำหรับกลุ่มทุนสีเทาและมิจฉาชีพ โดยมีการดำเนินงานเชิงรุกในมิติต่างๆ โดยเฉพาะการควบคุมการใช้เงินสดและการรายงานธุรกรรมที่ผิดปกติ
สำหรับการดูแลตัวแทนรับแลกเปลี่ยนเงิน (Money Exchange) ธปท. ได้กำหนดเกณฑ์การแลกเงินผ่านตัวแทนแลกเปลี่ยนเงิน โดยห้ามแลกเงินเกิน 800,000 บาทต่อคนต่อวัน หากเป็นการแลกเงินในพื้นที่ตะเข็บชายแดนห้ามแลกเกิน 200,000 บาท

นอกจากนี้ ธปท. กำลังจะใช้เกณฑ์กำหนดการเบิกถอนเงินสดมูลค่าสูง ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีการแจ้งวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก (Intelligent Check) เพื่อสกัดกั้นการนำเงินไปใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ซึ่งผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้วและคาดว่าจะเริ่มใช้จริงในเดือนมี.ค. 2569 นี้

ระยะถัดไป ธปท. จะเพิ่มความเข้มงวดในการรับฝากเงินสดด้วย โดยกำหนดเกณฑ์ฝากเงินเกิน 5 ล้านบาท ผู้ฝากต้องแจ้งที่มาของรายได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เงินนอกระบบที่ได้จากการกระทำผิดกฎหมายถูกนำมาหมุนเวียนเข้าสู่ระบบการเงินปกติได้โดยง่าย โดยในอนาคตอาจจะลดจาก 5 ล้านบาทเป็น 3 ล้านบาท โดยต้องประเมินหลังจากมีผลบังคับใช้ก่อน

“การกำหนดเกณฑ์ที่ 5 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อหาสัดส่วนที่เหมาะสม และให้ภาคอุตสาหกรรมและประชาชนได้มีการปรับตัว หากเริ่มที่วงเงิน 3 ล้านบาทในทันทีอาจส่งผลกระทบที่รุนแรงเกินไป อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอาจมีการพิจารณาปรับลดเพดานวงเงินลงมาเหลือ 3 ล้านบาท ตามความเหมาะสมของแต่ละช่วงเวลา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของธปท.ในการเข้ามาดูแลปัญหาในส่วนนี้”

นอกจากนี้ ธปท.จะกำกับดูแลกลุ่มธุรกิจ Digital Wallet และ e-Money โดยได้ออกคำสั่งและหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกลุ่มผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) เพื่อปิดช่องว่างที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางโอนเงินของกลุ่มมิจฉาชีพ

โดยผู้บริการ e-Money จะต้องจัดทำฐานข้อมูลลูกค้า (Customer Profile) และต้องตรวจสอบตัวตนและพฤติกรรมลูกค้าอย่างละเอียด รวมทั้งจำกัดวงเงินธุรกรรม เพื่อป้องกันพฤติกรรมที่เข้าข่ายบัญชีม้าหรือมีความผิดปกติ โดยจะมีการจำกัดวงเงินการโอน ของ e-Money อยู่ที่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อวัน ส่วนธนาคารพาณิชย์กำหนดไว้ที่ 50,000 บาทต่อวัน เพื่อลดความเสียหายและป้องกันการโอนเงินออกนอกประเทศในปริมาณมากอย่างรวดเร็ว

“ในช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา ธปท.ได้ขอความร่วมมือสถาบันการเงินให้รายงานพฤติกรรมการเบิกเงินสดที่มีความผิดปกติอย่างใกล้ชิด และมีการส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เช่น กกต. และ ปปง. เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่”

นายวิทัยกล่าวอีกว่า มาตรการที่ธปท.กำลังจะทำต่อไป คือ การปรับโครงสร้างมาตรฐานค่าธรรมเนียมสถาบันการเงิน โดยธปท.อยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับธนาคารพาณิชย์เพื่อปรับปรุงโครงสร้างค่าธรรมเนียมให้มีมาตรฐาน (Standard) และสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง โดยมุ่งเน้นไปที่ค่าธรรมเนียมหลักประมาณ 10-15 รายการที่จะลดลงจากเดิม ซึ่งจะเห็นความชัดเจนภายใน 2 เดือนข้างหน้า

โดยมุ่งแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมและไม่มีมาตรฐานของค่าธรรมเนียม เพราะปัจจุบันแต่ละธนาคารเก็บค่าธรรมเนียมต่างกันมากในเรื่องเดียวกัน หรือเก็บเท่ากันแต่ไม่สะท้อนต้นทุนที่จริง โดยไปที่รายการที่กระทบประชาชนและรายย่อย เช่น การโอนเงินข้ามเขต, การฝากเงินข้ามเขต, การเก็บเช็คข้ามเขต หรือการขอ Statement บางธนาคารคิดราคาสูงถึง 100-200 บาท

นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ ธปท.จะเข้าไปดูแลค่าธรรมเนียมการชำระคืนก่อนกำหนด (Prepayment Fee), ค่าธรรมเนียมการทบทวนวงเงินเครดิต และค่าธรรมเนียมการ Refinance เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อผู้กู้จนเกินไปเช่นเดียวกับ ธุรกรรมสำหรับ SME เช่น ค่าธรรมเนียมแรกเข้าในการขอสินเชื่อ (Front-end Fee) และค่าธรรมเนียมการจัดทำเอกสาร ซึ่งปัจจุบันแต่ละธนาคารมีการเรียกเก็บที่แตกต่างกันมาก ตั้งแต่ 0.5% ถึง 5%โดย ธปท. จะเข้าไปกำกับดูแลให้มีความพอเหมาะพอดี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...