3 กลไกสำคัญพัฒนา พัทยา เมืองท่องเที่ยวระดับโลก สู่เมืองอัจฉริยะสมบูรณ์แบบ
The Bangkok Insight
อัพเดต 17 ม.ค. เวลา 06.45 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. เวลา 06.45 น. • The Bangkok InsightGISTDA ร่วมพัฒนา พัทยา ไม่ให้เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวระดับโลก แต่กำลังจะเป็นเมืองอัจฉริยะ ต้นแบบของเมืองที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีอวกาศในการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างแท้จริง
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เปิดเผยว่า เมืองพัทยากำลังเตรียมการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่สมบูรณ์แบบ ล่าสุด GISTDA ได้นำเสนอแนวทางบูรณาการเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางข้อมูล (Data Infrastructure) ให้กับเมืองพัทยา โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีหัวใจสำคัญอย่าง Basemap และ Digital Twin มาเป็นกุญแจหลักในการบริหารจัดการเมือง
การยกระดับครั้งนี้จะเปลี่ยนพัทยาจากการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ สู่การวางแผนและรับมืออย่างแม่นยำ ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ดังนี้
1. วางรากฐานเมืองด้วย Basemap ความละเอียดสูง
จุดเริ่มต้นของ Smart City คือการมีแผนที่ที่แม่นยำและเป็นปัจจุบัน GISTDA จะนำข้อมูลจากดาวเทียมมาจัดทำ Basemap หรือแผนที่ฐานที่มีความละเอียดสูง เพื่อใช้เป็น ผืนผ้าใบหลัก ในการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน โดยเชื่อมโยงกับมิติสำคัญ คือ
- Green Area & Carbon (พื้นที่สีเขียวและคาร์บอน): ใช้แผนที่ระบุพิกัดและคำนวณพื้นที่สีเขียวรายแปลงได้อย่างแม่นยำ เพื่อสนับสนุนนโยบาย Pattaya Go Green ช่วยในการประเมินศักยภาพการดูดซับคาร์บอน (Carbon Sequestration) ของต้นไม้ในเมือง เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
- Safety (ความปลอดภัยในเชิงกายภาพ): ใช้ตรวจสอบจุดอับสายตา พื้นที่เสี่ยง หรือจุดที่แสงสว่างเข้าไม่ถึง บนโครงสร้างพื้นฐานจริง เพื่อวางแผนติดตั้งไฟส่องสว่างและกล้อง CCTV ได้ตรงจุด
- Tourism (การท่องเที่ยว): สร้างฐานข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวและสาธารณูปโภคที่ถูกต้องแม่นยำ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงข้อมูลพิกัดสถานที่ต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ
2. จำลองสถานการณ์เสมือนจริงด้วย Digital Twin
เมื่อมีแผนที่ฐานที่แม่นยำแล้ว ก้าวต่อไปคือการสร้าง Digital Twin หรือแบบจำลองเมืองเสมือนจริงในรูปแบบ 3 มิติ ซึ่งเกิดจากการประมวลผลข้อมูลมหาศาล เพื่อจำลองปัญหาก่อนเกิดจริง ในมิติต่าง ๆ
- การจัดการน้ำท่วม โดยการจำลองทิศทางการไหลของน้ำเมื่อเกิดฝนตกหนัก วิเคราะห์คอขวดของท่อระบายน้ำ และจำลองสถานการณ์น้ำท่วมขังในรูปแบบ 3 มิติ เพื่อวางแผนการระบายน้ำและการป้องกันล่วงหน้าได้อย่างตรงจุด
- มลพิษทางอากาศ โดยการจำลองรูปแบบการเคลื่อนตัวของฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศตามทิศทางลมและตึกสูง เพื่อแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงและวางแผนลดแหล่งกำเนิดมลพิษ
- การจัดการจราจร โดยการจำลองสภาพการจราจร (Traffic Simulation) เพื่อวิเคราะห์จุดรถติด และทดลองปรับเปลี่ยนการเดินรถหรือสัญญาณไฟในระบบจำลอง เพื่อหาโซลูชันที่ทำให้รถไหลลื่นที่สุดก่อนนำไปใช้จริง
3. ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยข้อมูล Real-time
นอกจากการวางผังเมืองแล้ว เทคโนโลยีอวกาศยังช่วยเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์รายวัน เพื่อความปลอดภัยและเศรษฐกิจของเมือง เช่น
- การเชื่อมโยงข้อมูลจราจรและอุบัติเหตุแบบเรียลไทม์เข้าสู่ศูนย์บัญชาการ เพื่อการสั่งการแก้ไขปัญหาหน้างานและการกู้ภัยที่รวดเร็วที่สุด
- การรายงานสภาพอากาศ คุณภาพอากาศ (PM 2.5) และสถานการณ์น้ำท่วม ให้นักท่องเที่ยวรับทราบผ่านแอปพลิเคชันหรือป้ายอัจฉริยะ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวในเมืองพัทยา
การนำเสนอแนวทางของ GISTDA ในครั้งนี้ โดยเฉพาะการนำ Basemap และ Digital Twin มาใช้ขับเคลื่อนทั้ง 6 มิติสำคัญ ได้แก่ สิ่งแวดล้อม, อากาศ, น้ำ, ความปลอดภัย, จราจร, และการท่องเที่ยว ถือเป็นนวัตกรรมการบริหารเมืองยุคใหม่ ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างเมืองพัทยาและ GISTDA ในเร็วๆ นี้
ความร่วมมือนี้จะเป็นเครื่องยืนยันว่า พัทยา ไม่ได้เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวระดับโลก แต่กำลังจะเป็นต้นแบบของเมืองที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีอวกาศในการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างแท้จริง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'เซเว่น อีเลฟเว่น' ชวน แชะ แชร์ จุดเช็คอิน 'โลมา' 2 สาขา กระตุ้นท่องเที่ยวพัทยา
- ครัวไทย ครองใจสายกินทั่วอาเซียน นักท่องเที่ยวแห่ค้นหา 'ประสบการณ์สายกิน' ในไทยกว่า 80%
- 'พัทยา' คว้าแชมป์จุดหมายทริปค้างคืนสุดฮิตในไทย ติด Top 5 เอเชีย
ติดตามเราได้ที่