“พีระพันธ์” ชี้หนทางมุ่งสู่ Net Zero ไทยต้องดันพลังงานสะอาด เปิดตลาดคาร์บอนเครดิตเพื่อการลงทุน
ใกล้โค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง TNN ช่อง 16 จัดเวที “TNN Debate รีเซ็ตประเทศไทย” เปิดพื้นที่ให้ตัวแทนนักการเมืองจาก 9 พรรค ร่วมประชันวิสัยทัศน์ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2569 โดยในช่วงที่ 3 ของการดีเบต 10 คนดังจากหลากหลายวงการฝากคำถามให้ตัวแทนผู้สมัครจากพรรคการเมืองต่างๆ เลือกตอบ
ท่ามกลางการแข่งขันเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ที่เป็นทั้งโอกาสและเงื่อนไขในการแข่งขันบนเวทีโลก หนึ่งในคำถามที่น่าสนใจมาจาก ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ที่ปรึกษาสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ได้ตั้งคำถามถึงประเด็นดังกล่าวว่า “ประเทศไทยเลื่อนเป้าหมายการเข้าสู่ประเทศที่มีการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์เร็วขึ้น 15 ปี จากปี 2065 เป็นปี 2050 ท่านมีนโยบายการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นประเทศที่มีการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ได้อย่างไร รวมถึงก๊าซเรือนกระจกทุกชนิด ซึ่งการเข้าสู่เป้าหมายนี้ต้งไม่สูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น SME เกษตรกร หรือธุรกิจทุกขนาด โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เรื่องการปรับเปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจให้ปล่อยคาร์บอนฯ ได้น้อย รวมถึงการขนส่ง ทั้งหมดนี้เป็นการเชื่อมโยงอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถปฏิบัติได้จริง
คำถามนี้ได้รับการตอบโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แคนดิเดตนายนรัฐมนตรีจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุว่า ปัจจุบันหัวข้อ Net Zero 2050 ไม่ได้เป็นเพียงแค่ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่ยังเป็นปัญหาด้านการถูกกีดกันทางการค้า และยังมีเรื่องคาร์บอนเครดิตที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดมาตรการทางภาษี ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องเข้ามาดูแลและแก้ไขควบคู่กันไป แนวทางอันดับแรกต้องให้ความสำคัญด้านพลังงานสะอาดอย่างเร่งด่วนเนื่องจากโยงไปถึงโอกาสด้านการลงทุน โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ภาคธุรกิจขนาดใหญ่สนใจเข้ามาลงทุนแต่ยังติดเรื่องพลังงานสะอาด
ในขณะเดียวกัน “คาร์บอนเครดิต” เป็นภาระของภาครัฐ และขึ้นกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หากจะให้เกิดประโยชน์สูงสุด การซื้อขายคาร์บอนเครดิตควรขึ้นกับกระทรวงการคลัง และนำพลังงานสะอาดเข้ามาช่วยส่งเสริมโดยเฉพาะด้านการลงทุน รวมถึงการนำรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาช่วยในด้านการขนส่งด้วยพลังงานสะอาด เพื่อเปิดโอกาสการแข่งขันจากภาคธุรกิจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง