Google Cloud เปิดตัว Cloud Region ในไทย คาดกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.4 ล้านล้านบาท
Google Cloud เปิดตัว Cloud Region ในไทยอย่างเป็นทางการ คาดกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัลไทยทะยานสู่ 1.4 ล้านล้านบาท พร้อมดันหลายโครงการ เสริมสร้างบุคลากรและองค์กรธุรกิจไทย เติบโตในยุค AI อย่างยั่งยืน
วันที่ 21 มกราคม 2026 – Google Cloudประกาศก้าวสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ด้วยการเปิดตัว Cloud Region แห่งใหม่ในประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มรูปแบบ
การเปิดตัว Cloud Region ในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท) ของ Google เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีระดับโลกมาสู่ไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้บริการระบบคลาวด์ประสิทธิภาพสูงแก่ภาครัฐและเอกชนในประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างก้าวกระโดด
ผลการวิจัยระบุว่า ในระยะเวลา 5 ปีต่อจากนี้ Cloud Region แห่งนี้จะกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท (4.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) พร้อมทั้งสนับสนุนการจ้างงานโดยเฉลี่ยมากถึง 130,000 ตำแหน่งต่อปี
สำหรับองค์กรในอุตสาหกรรมที่เคร่งครัดเรื่องกฎระเบียบ เช่น ภาคการเงินและหน่วยงานภาครัฐ Cloud Region แห่งใหม่นี้จะทำหน้าที่เป็นรากฐานที่เชื่อถือได้ โดยมีจุดเด่นดังนี้:
- การเก็บรักษาข้อมูลภายในประเทศ: ตอบโจทย์ข้อกำหนดด้านพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Data Residency) และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
- ความเสถียรระดับสูง: ด้วยโครงสร้างที่ประกอบด้วย 3 โซน (Zones) ช่วยลดความเสี่ยงจากแอปพลิเคชันหยุดทำงานที่ไม่ได้วางแผนไว้ได้มากกว่า 50%
- ระบบรักษาความปลอดภัย: มีการเข้ารหัสข้อมูลหลายชั้นเป็นมาตรฐานเริ่มต้น ช่วยให้การดำเนินธุรกิจบนระบบคลาวด์มีความปลอดภัยสูงสุด
นอกจากนี้ Cloud Region ในกรุงเทพฯ จะเชื่อมต่อโดยตรงกับเครือข่ายใยแก้วนำแสงของ Google ที่ครอบคลุมกว่า 200 ประเทศทั่วโลก รวมระยะทางกว่า 7.75 ล้านกิโลเมตร รวมถึงสายเคเบิลใต้น้ำ TalayLink ที่เชื่อมระหว่างออสเตรเลียและไทย
การเชื่อมต่อนี้ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถรับส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลด้วยความเร็วสูง (Low Latency) และยืดหยุ่นในการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่น เช่น AWS, Microsoft Azure หรือ Oracle ได้อย่างราบรื่น อีกทั้งยังช่วยให้องค์กรขนาดใหญ่ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านไอทีได้เฉลี่ยกว่า 20% ต่อปี ซึ่งงบประมาณที่ประหยัดได้นี้สามารถนำไปต่อยอดในนวัตกรรม AI ได้ต่อไป
ผลักดันระบบนิเวศ "Agentic AI" ผ่านโครงการ PanyaThAI
Google Cloudยังมุ่งเน้นการส่งเสริมเทคโนโลยี Agentic AI หรือ AI ที่มีความสามารถในการเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ โดยเปิดช่องทางให้องค์กรไทยเข้าถึงเครื่องมือระดับโลกผ่าน Cloud Region ในไทย ได้แก่:
- Vertex AI: แพลตฟอร์มพัฒนา AI ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Gemini 3 ซึ่งชาญฉลาดที่สุดในปัจจุบัน
- Gemini Enterprise: ศูนย์กลาง AI Agent ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงานของพนักงานผ่านอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย
อีกทั้งยังมีโครงการ PanyaThAI (ปัญญาไท) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนให้องค์กรไทยประยุกต์ใช้ AI ในเชิงธุรกิจได้อย่างเห็นผล โดยมีสมาชิกผู้ก่อตั้ง 15 แห่งจากหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, สยามพิวรรธน์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกำลังคน โดย Google Cloudได้ประกาศความสำเร็จของโครงการ ChaiyoGCP ซึ่งมีนักพัฒนาชาวไทยสำเร็จหลักสูตรฝึกอบรมไปแล้วกว่า 110,000 ครั้ง โดยมุ่งเน้นที่ทักษะ AI เป็นหลัก และมีเป้าหมายจะเพิ่มเป็น 125,000 ครั้งภายในครึ่งแรกของปี 2026
นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวGoogle Skills แพลตฟอร์มเรียนรู้ฟรีที่รวบรวมหลักสูตรกว่า 3,000 รายการ เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงการฝึกอบรมด้าน AIและCloud Computing ได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งสอดรับกับความต้องการของคนไทยกว่า 86% ที่สนใจพัฒนาทักษะด้าน AI เพื่อใช้ในการทำงาน
การเปิดตัวในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการนำเทคโนโลยีมาสู่ประเทศไทย แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญเพื่อให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมในภูมิภาค และขับเคลื่อนชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน