โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คริปโทฯ กลายเป็นแกนหลักความมั่งคั่ง “ตระกูลทรัมป์” ดันพอร์ตพุ่ง 1.4 พันล้านดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ม.ค. เวลา 12.04 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. เวลา 05.04 น.

ความมั่งคั่งครอบครัวโดนัลด์ ทรัมป์ เปลี่ยนโครงสร้างอย่างมีนัยสำคัญ หลังธุรกิจคริปโทฯ-สินทรัพย์ดิจิทัลสร้างมูลค่าเพิ่มกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ในปีเดียว หรือ 1 ใน 5 ของพอร์ตทั้งหมด

วันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 18.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ความมั่งคั่งของครอบครัว โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเปลี่ยนโครงสร้างอย่างมีนัยสำคัญ โดยสินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโทเคอร์เรนซี กลายเป็นแหล่งรายได้หลักมากขึ้น หลังโครงการคริปโทฯ ต่าง ๆ เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของครอบครัวทรัมป์ราว 1.4 พันล้านดอลลาร์ในช่วงปีที่ผ่านมา คิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของความมั่งคั่งทั้งหมดเป็นครั้งแรก ตามการวิเคราะห์ของ Bloomberg

เมื่อทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองในเดือนมกราคม 2568 พอร์ตทรัพย์สินของเขาแตกต่างจากสมัยแรกอย่างชัดเจน จากเดิมที่เน้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการให้สิทธิ์ใช้แบรนด์ สู่การมีบริษัทโซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มคริปโตที่ร่วมก่อตั้ง และแม้แต่เหรียญมีม (memecoin) ที่ใช้ชื่อของตนเอง หนึ่งปีต่อมา อาณาจักรความมั่งคั่งของตระกูลทรัมป์ยังขยายไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ ๆ ตั้งแต่อาวุธ แร่หายาก ปัญญาประดิษฐ์ ไปจนถึงตลาดคาดการณ์ (prediction markets)

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นที่สุดคือ การกระจุกตัวของความมั่งคั่งในคริปโต โดย Bloomberg ระบุว่า โครงการคริปโทฯ ที่เกิดขึ้นในสมัยที่สองของทรัมป์เพียงอย่างเดียว สร้างรายได้ให้ครอบครัวกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากนโยบายของทรัมป์เอง ทั้งการลงนามกฎหมายด้านคริปโทฯ และการแต่งตั้งหน่วยงานกำกับดูแลที่ยุติคดีความกับอุตสาหกรรมนี้

แม้คริปโทฯ จะทำให้ครอบครัวทรัมป์ร่ำรวยขึ้น แต่มูลค่าความมั่งคั่งรวมยังอยู่ที่ราว 6.8 พันล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงปีก่อนหน้า ตามดัชนีมหาเศรษฐีของ Bloomberg เนื่องจากกำไรจากคริปโตถูกหักล้างด้วยการร่วงลงของหุ้น Trump Media & Technology Group Corp. ซึ่งมูลค่าหุ้นลดลงถึง 66% ในรอบ 12 เดือน แม้บริษัทจะพยายามขยายธุรกิจไปสู่การเงิน คริปโต และล่าสุดคือพลังงานฟิวชันนิวเคลียร์

ทั้งนี้ธุรกิจคริปโทฯ กลายเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่สุดของความมั่งคั่งครอบครัวทรัมป์ในปีที่ผ่านมา โดย Eric Trump และ Donald Trump Jr. เดินสายกล่าวสุนทรพจน์ในงานคริปโทฯ ทั่วโลก และมักกล่าวหาธนาคารว่าเคยตัดความสัมพันธ์กับ Trump Organization จากแรงจูงใจทางการเมือง ซึ่งผลักดันให้ครอบครัวหันเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัล

แหล่งรายได้คริปโทหลักมี 3 โครงการ ได้แก่

  • World Liberty Financial แพลตฟอร์มคริปโตทฯ ที่ทรัมป์ร่วมก่อตั้งกับบุตรชาย
  • Trump memecoin
  • American Bitcoin Corp. ธุรกิจขุดบิตคอยน์

World Liberty ขายโทเคนได้ราว 550 ล้านดอลลาร์ ภายในเดือนมีนาคม สร้างรายได้ให้ครอบครัวประมาณ 390 ล้านดอลลาร์ และยังถือโทเคนผู้ก่อตั้งมูลค่ากว่า 3.8 พันล้านดอลลาร์ (ยังไม่รวมในดัชนีความมั่งคั่งเพราะถูกล็อกไว้) นอกจากนี้ บริษัทเปิดตัว stablecoin ชื่อ USD1 ซึ่งมูลค่าการหมุนเวียนทะลุ 3 พันล้านดอลลาร์ และอาจมีมูลค่าธุรกิจกว่า 300 ล้านดอลลาร์

Trump memecoin เปิดตัวก่อนพิธีสาบานตนสมัยที่สองไม่กี่วัน โดย Bloomberg ประเมินว่าการถือครองของครอบครัวมีมูลค่าราว 280 ล้านดอลลาร์ แม้ราคาจะร่วงลงจากจุดสูงสุดอย่างมาก ขณะที่ American Bitcoin ซึ่งร่วมทุนกับ Hut 8 Corp. ทำให้ Eric Trump ถือหุ้นราว 7.4% มูลค่าประมาณ 114 ล้านดอลลาร์ แม้ราคาหุ้นจะร่วงหนัก

ธุรกิจเหล่านี้ถูกวิพากษ์ว่ามีความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากผู้ซื้อโทเคนไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตน โดยหนึ่งในนักลงทุนรายใหญ่คือ Justin Sun ผู้ก่อตั้ง Tron ซึ่งเคยถูกฟ้องโดย ก.ล.ต.สหรัฐฯ ก่อนคดีจะถูกพักไว้ และต่อมาได้รับประทานอาหารกับทรัมป์ในฐานะผู้ถือ memecoin รายใหญ่ที่สุด ทำเนียบขาวยืนยันว่าครอบครัวทรัมป์ไม่เคยและจะไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อน

อีกช่องทางหนึ่งคือ 1789 Capital บริษัทเงินร่วมลงทุนที่ Donald Trump Jr. เข้าร่วมเป็นพาร์ตเนอร์หลังการเลือกตั้งปี 2567 โดยบริษัทระดมทุนได้ราว 2 พันล้านดอลลาร์ และลงทุนแล้วประมาณ 800 ล้านดอลลาร์ ในธุรกิจหลากหลาย ตั้งแต่ SpaceX ของ Elon Musk ไปจนถึงบริษัทขนาดเล็กและอีเวนต์กีฬา Enhanced Games รวมถึงบริษัทแม่เหล็กแร่หายากที่ต่อมาได้รับเงินกู้และแรงสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐ

แม้หุ้นจะร่วงหนัก Trump Media ยังเป็นสินทรัพย์สำคัญของครอบครัว โดยขยายธุรกิจจาก Truth Social ไปสู่ตลาดคาดการณ์ การลงทุนคริปโทฯ กองทุนด้านความมั่นคง พลังงาน และอสังหาริมทรัพย์ในรัฐฐานเสียงรีพับลิกัน ปลายปี 2568 บริษัทประกาศจับมือ TAE Technologies เพื่อพัฒนา พลังงานฟิวชันนิวเคลียร์ แม้ยังไม่ทำกำไร โดยทรัมป์ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ผ่านทรัสต์ที่บริหารโดย Trump Jr.

แม้คริปโทฯ จะโดดเด่น อสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นฐานธุรกิจหลัก Trump Organization ปรับนโยบายจริยธรรม เปิดทางดีลต่างประเทศมากขึ้น และเดินหน้าดีลใหม่ทั่วโลก ล่าสุดคือ Trump International Hotel Maldives ที่ผสานคริปโทฯ เข้ากับโครงการอสังหาฯ รวมถึงโครงการในบูคาเรสต์ โรมาเนีย

ในปี 2569 ครอบครัวทรัมป์ยังมีแนวโน้มสะสมความมั่งคั่งต่อเนื่อง ทั้งดีลอสังหาฯ ในยุโรปและอเมริกาใต้ การขยายธุรกิจคริปโทฯ รวมถึงแผนตั้งธนาคารทรัสต์ และโครงการพลังงานฟิวชันของ Trump Media ซึ่ง CEO Devin Nunes ระบุว่าจะสร้างใน “รัฐสีแดง” เท่านั้น สะท้อนการผสาน การเมือง–ธุรกิจ–สินทรัพย์ดิจิทัล ที่กำลังกลายเป็นโครงสร้างรายได้ระยะยาวของตระกูลทรัมป์

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...