คริปโทฯ กลายเป็นแกนหลักความมั่งคั่ง “ตระกูลทรัมป์” ดันพอร์ตพุ่ง 1.4 พันล้านดอลลาร์
ความมั่งคั่งครอบครัวโดนัลด์ ทรัมป์ เปลี่ยนโครงสร้างอย่างมีนัยสำคัญ หลังธุรกิจคริปโทฯ-สินทรัพย์ดิจิทัลสร้างมูลค่าเพิ่มกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ในปีเดียว หรือ 1 ใน 5 ของพอร์ตทั้งหมด
วันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 18.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ความมั่งคั่งของครอบครัว โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเปลี่ยนโครงสร้างอย่างมีนัยสำคัญ โดยสินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโทเคอร์เรนซี กลายเป็นแหล่งรายได้หลักมากขึ้น หลังโครงการคริปโทฯ ต่าง ๆ เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของครอบครัวทรัมป์ราว 1.4 พันล้านดอลลาร์ในช่วงปีที่ผ่านมา คิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของความมั่งคั่งทั้งหมดเป็นครั้งแรก ตามการวิเคราะห์ของ Bloomberg
เมื่อทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองในเดือนมกราคม 2568 พอร์ตทรัพย์สินของเขาแตกต่างจากสมัยแรกอย่างชัดเจน จากเดิมที่เน้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการให้สิทธิ์ใช้แบรนด์ สู่การมีบริษัทโซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มคริปโตที่ร่วมก่อตั้ง และแม้แต่เหรียญมีม (memecoin) ที่ใช้ชื่อของตนเอง หนึ่งปีต่อมา อาณาจักรความมั่งคั่งของตระกูลทรัมป์ยังขยายไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ ๆ ตั้งแต่อาวุธ แร่หายาก ปัญญาประดิษฐ์ ไปจนถึงตลาดคาดการณ์ (prediction markets)
อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นที่สุดคือ การกระจุกตัวของความมั่งคั่งในคริปโต โดย Bloomberg ระบุว่า โครงการคริปโทฯ ที่เกิดขึ้นในสมัยที่สองของทรัมป์เพียงอย่างเดียว สร้างรายได้ให้ครอบครัวกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากนโยบายของทรัมป์เอง ทั้งการลงนามกฎหมายด้านคริปโทฯ และการแต่งตั้งหน่วยงานกำกับดูแลที่ยุติคดีความกับอุตสาหกรรมนี้
แม้คริปโทฯ จะทำให้ครอบครัวทรัมป์ร่ำรวยขึ้น แต่มูลค่าความมั่งคั่งรวมยังอยู่ที่ราว 6.8 พันล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงปีก่อนหน้า ตามดัชนีมหาเศรษฐีของ Bloomberg เนื่องจากกำไรจากคริปโตถูกหักล้างด้วยการร่วงลงของหุ้น Trump Media & Technology Group Corp. ซึ่งมูลค่าหุ้นลดลงถึง 66% ในรอบ 12 เดือน แม้บริษัทจะพยายามขยายธุรกิจไปสู่การเงิน คริปโต และล่าสุดคือพลังงานฟิวชันนิวเคลียร์
ทั้งนี้ธุรกิจคริปโทฯ กลายเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่สุดของความมั่งคั่งครอบครัวทรัมป์ในปีที่ผ่านมา โดย Eric Trump และ Donald Trump Jr. เดินสายกล่าวสุนทรพจน์ในงานคริปโทฯ ทั่วโลก และมักกล่าวหาธนาคารว่าเคยตัดความสัมพันธ์กับ Trump Organization จากแรงจูงใจทางการเมือง ซึ่งผลักดันให้ครอบครัวหันเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัล
แหล่งรายได้คริปโทหลักมี 3 โครงการ ได้แก่
- World Liberty Financial แพลตฟอร์มคริปโตทฯ ที่ทรัมป์ร่วมก่อตั้งกับบุตรชาย
- Trump memecoin
- American Bitcoin Corp. ธุรกิจขุดบิตคอยน์
World Liberty ขายโทเคนได้ราว 550 ล้านดอลลาร์ ภายในเดือนมีนาคม สร้างรายได้ให้ครอบครัวประมาณ 390 ล้านดอลลาร์ และยังถือโทเคนผู้ก่อตั้งมูลค่ากว่า 3.8 พันล้านดอลลาร์ (ยังไม่รวมในดัชนีความมั่งคั่งเพราะถูกล็อกไว้) นอกจากนี้ บริษัทเปิดตัว stablecoin ชื่อ USD1 ซึ่งมูลค่าการหมุนเวียนทะลุ 3 พันล้านดอลลาร์ และอาจมีมูลค่าธุรกิจกว่า 300 ล้านดอลลาร์
Trump memecoin เปิดตัวก่อนพิธีสาบานตนสมัยที่สองไม่กี่วัน โดย Bloomberg ประเมินว่าการถือครองของครอบครัวมีมูลค่าราว 280 ล้านดอลลาร์ แม้ราคาจะร่วงลงจากจุดสูงสุดอย่างมาก ขณะที่ American Bitcoin ซึ่งร่วมทุนกับ Hut 8 Corp. ทำให้ Eric Trump ถือหุ้นราว 7.4% มูลค่าประมาณ 114 ล้านดอลลาร์ แม้ราคาหุ้นจะร่วงหนัก
ธุรกิจเหล่านี้ถูกวิพากษ์ว่ามีความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากผู้ซื้อโทเคนไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตน โดยหนึ่งในนักลงทุนรายใหญ่คือ Justin Sun ผู้ก่อตั้ง Tron ซึ่งเคยถูกฟ้องโดย ก.ล.ต.สหรัฐฯ ก่อนคดีจะถูกพักไว้ และต่อมาได้รับประทานอาหารกับทรัมป์ในฐานะผู้ถือ memecoin รายใหญ่ที่สุด ทำเนียบขาวยืนยันว่าครอบครัวทรัมป์ไม่เคยและจะไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อน
อีกช่องทางหนึ่งคือ 1789 Capital บริษัทเงินร่วมลงทุนที่ Donald Trump Jr. เข้าร่วมเป็นพาร์ตเนอร์หลังการเลือกตั้งปี 2567 โดยบริษัทระดมทุนได้ราว 2 พันล้านดอลลาร์ และลงทุนแล้วประมาณ 800 ล้านดอลลาร์ ในธุรกิจหลากหลาย ตั้งแต่ SpaceX ของ Elon Musk ไปจนถึงบริษัทขนาดเล็กและอีเวนต์กีฬา Enhanced Games รวมถึงบริษัทแม่เหล็กแร่หายากที่ต่อมาได้รับเงินกู้และแรงสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐ
แม้หุ้นจะร่วงหนัก Trump Media ยังเป็นสินทรัพย์สำคัญของครอบครัว โดยขยายธุรกิจจาก Truth Social ไปสู่ตลาดคาดการณ์ การลงทุนคริปโทฯ กองทุนด้านความมั่นคง พลังงาน และอสังหาริมทรัพย์ในรัฐฐานเสียงรีพับลิกัน ปลายปี 2568 บริษัทประกาศจับมือ TAE Technologies เพื่อพัฒนา พลังงานฟิวชันนิวเคลียร์ แม้ยังไม่ทำกำไร โดยทรัมป์ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ผ่านทรัสต์ที่บริหารโดย Trump Jr.
แม้คริปโทฯ จะโดดเด่น อสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นฐานธุรกิจหลัก Trump Organization ปรับนโยบายจริยธรรม เปิดทางดีลต่างประเทศมากขึ้น และเดินหน้าดีลใหม่ทั่วโลก ล่าสุดคือ Trump International Hotel Maldives ที่ผสานคริปโทฯ เข้ากับโครงการอสังหาฯ รวมถึงโครงการในบูคาเรสต์ โรมาเนีย
ในปี 2569 ครอบครัวทรัมป์ยังมีแนวโน้มสะสมความมั่งคั่งต่อเนื่อง ทั้งดีลอสังหาฯ ในยุโรปและอเมริกาใต้ การขยายธุรกิจคริปโทฯ รวมถึงแผนตั้งธนาคารทรัสต์ และโครงการพลังงานฟิวชันของ Trump Media ซึ่ง CEO Devin Nunes ระบุว่าจะสร้างใน “รัฐสีแดง” เท่านั้น สะท้อนการผสาน การเมือง–ธุรกิจ–สินทรัพย์ดิจิทัล ที่กำลังกลายเป็นโครงสร้างรายได้ระยะยาวของตระกูลทรัมป์
อ้างอิง : bloomberg.com