ดาวโจนส์ ทรงตัวใกล้ระดับสูงสุด นักลงทุนจับตาผลประกอบการบิ๊กเทค–ทิศทางดอกเบี้ยเฟด
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวผสมผสานในวันพุธ (28 ม.ค. 2569) ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ค่อนข้างระมัดระวัง หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาด ขณะที่นักลงทุนให้น้ำหนักกับผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ และสัญญาณเศรษฐกิจในระยะถัดไป
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ 49,015.60 จุด เพิ่มขึ้น 12.19 จุด (+0.02%)
- ดัชนี S&P 500 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ 6,978.03 จุด ลดลง 0.57 จุด (-0.01%)
- ดัชนี Nasdaq Composite ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ 23,857.447 จุด เพิ่มขึ้น 40.349 จุด (+0.17%)
แรงหนุนหลักมาจากหุ้นเทคโนโลยีบางส่วน โดย Nvidia และ Micron Technology ปรับตัวขึ้น ขณะที่การซื้อขายหลังปิดตลาดหุ้น Meta Platforms พุ่งกว่า 8% หลังให้คาดการณ์รายได้ไตรมาสแรกดีกว่าคาด และ Tesla ปรับขึ้นราว 2% จากผลประกอบการไตรมาส 4 ที่ออกมาสูงกว่าประมาณการ อย่างไรก็ดี หุ้น Microsoft ร่วงเกือบ 7% หลังรายได้ธุรกิจคลาวด์ชะลอตัวและให้มุมมองกำไรที่ระมัดระวัง
ตลาดหุ้นยุโรปร่วงตามแรงขายหุ้นหรู–ชิป หลังนักลงทุนชะลอความเสี่ยง
ตลาดหุ้นยุโรป ปิดลบทั่วทั้งภูมิภาค โดยถูกกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มลักชัวรีและเทคโนโลยี แม้ผลประกอบการบางบริษัทจะออกมาดีกว่าคาด ขณะที่นักลงทุนจับตาทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และผลประกอบการบริษัทยักษ์ใหญ่ฝั่งอเมริกา
- ดัชนี STOXX 600 ตลาดหุ้นยุโรป ปิดที่ 608.51 จุด ลดลง 4.60 จุด (-0.75%)
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 24,822.79 จุด ลดลง 71.65 จุด (-0.29%)
- ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 8,066.68 จุด ลดลง 86.14 จุด (-1.06%)
หุ้น ASML ของเนเธอร์แลนด์ แม้รายงานคำสั่งซื้อและแนวโน้มรายได้ปี 2026 สูงกว่าคาด แต่ราคาหุ้นผันผวนก่อนปิดลบ ขณะที่หุ้น LVMH ของฝรั่งเศส ร่วงแรงเกือบ 8% แม้กำไรออกมาดีกว่าคาด ส่งผลให้กลุ่มสินค้าหรูเป็นแรงกดดันหลักต่อตลาด
ตลาดหุ้นอังกฤษอ่อนตัว หุ้นพลังงาน–การเงินกดดันดัชนี
ตลาดหุ้นลอนดอน ปรับตัวลดลงตามทิศทางตลาดยุโรป จากแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงานและการเงิน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและทิศทางดอกเบี้ย
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,154.43 จุด ลดลง 53.37 จุด (-0.52%)
นักลงทุนยังคงชะลอการลงทุนเพื่อรอดูปัจจัยใหม่ ทั้งผลประกอบการบริษัทข้ามชาติและสัญญาณเศรษฐกิจจากฝั่งสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์
ราคาน้ำมันพุ่งแรง รับความตึงเครียดตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันโลก ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่ออิหร่าน และมีการเคลื่อนกำลังทางทหารในตะวันออกกลาง กระตุ้นความกังวลด้านอุปทานพลังงาน
- WTI (ส่งมอบเดือนมีนาคม) ปิดที่ 63.21 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.82 ดอลลาร์ (+1.31%)
- Brent (ส่งมอบเดือนมีนาคม) ปิดที่ 68.40 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.83 ดอลลาร์ (+1.23%)
นักวิเคราะห์มองว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อาจทำให้ราคาน้ำมันยังผันผวนในระยะสั้น หากสถานการณ์ยกระดับมากขึ้น
ราคาทองคำพุ่งทำสถิติใหม่ หลังเฟดคงดอกเบี้ย
ราคาทองคำโลก ปรับตัวขึ้นแรงและทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังเฟดคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด ส่งผลให้นักลงทุนยังคงเข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย
- ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ปิดที่ 5,276.53 ดอลลาร์/ออนซ์ (+1.7%)
- ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนเมษายน) ปิดที่ 5,276.60 ดอลลาร์/ออนซ์
แรงหนุนเพิ่มเติมมาจากมุมมองว่าเฟดอาจปรับลดดอกเบี้ยรวม 2 ครั้งภายในสิ้นปี 2026 ซึ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ดอลลาร์รีบาวด์ รับคำยืนยันสหรัฐฯ ไม่แทรกแซงค่าเงินเยน
ค่าเงินดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น หลังรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธข่าวการแทรกแซงค่าเงินเยน โดยย้ำจุดยืน “ดอลลาร์แข็งค่า” จากพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง
- ดัชนี Dollar Index (DXY) ปิดที่เพิ่มขึ้นราว 0.4%
- ดอลลาร์/เยน ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบหลายปี
- ยูโร/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยตามแรงรีบาวด์ของดอลลาร์
นักวิเคราะห์มองว่า แม้ดอลลาร์จะฟื้นตัวระยะสั้น แต่ทิศทางในระยะกลางยังขึ้นอยู่กับนโยบายการคลัง การค้า และการเมืองของสหรัฐฯ เป็นสำคัญ