โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดาวโจนส์ ทรงตัวใกล้ระดับสูงสุด นักลงทุนจับตาผลประกอบการบิ๊กเทค–ทิศทางดอกเบี้ยเฟด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 มกราคม 2569 เวลา 14.59 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวผสมผสานในวันพุธ (28 ม.ค. 2569) ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ค่อนข้างระมัดระวัง หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาด ขณะที่นักลงทุนให้น้ำหนักกับผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ และสัญญาณเศรษฐกิจในระยะถัดไป

  • ดัชนี Dow Jones Industrial Average ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ 49,015.60 จุด เพิ่มขึ้น 12.19 จุด (+0.02%)
  • ดัชนี S&P 500 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ 6,978.03 จุด ลดลง 0.57 จุด (-0.01%)
  • ดัชนี Nasdaq Composite ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ 23,857.447 จุด เพิ่มขึ้น 40.349 จุด (+0.17%)

แรงหนุนหลักมาจากหุ้นเทคโนโลยีบางส่วน โดย Nvidia และ Micron Technology ปรับตัวขึ้น ขณะที่การซื้อขายหลังปิดตลาดหุ้น Meta Platforms พุ่งกว่า 8% หลังให้คาดการณ์รายได้ไตรมาสแรกดีกว่าคาด และ Tesla ปรับขึ้นราว 2% จากผลประกอบการไตรมาส 4 ที่ออกมาสูงกว่าประมาณการ อย่างไรก็ดี หุ้น Microsoft ร่วงเกือบ 7% หลังรายได้ธุรกิจคลาวด์ชะลอตัวและให้มุมมองกำไรที่ระมัดระวัง

ตลาดหุ้นยุโรปร่วงตามแรงขายหุ้นหรู–ชิป หลังนักลงทุนชะลอความเสี่ยง

ตลาดหุ้นยุโรป ปิดลบทั่วทั้งภูมิภาค โดยถูกกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มลักชัวรีและเทคโนโลยี แม้ผลประกอบการบางบริษัทจะออกมาดีกว่าคาด ขณะที่นักลงทุนจับตาทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และผลประกอบการบริษัทยักษ์ใหญ่ฝั่งอเมริกา

  • ดัชนี STOXX 600 ตลาดหุ้นยุโรป ปิดที่ 608.51 จุด ลดลง 4.60 จุด (-0.75%)
  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 24,822.79 จุด ลดลง 71.65 จุด (-0.29%)
  • ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 8,066.68 จุด ลดลง 86.14 จุด (-1.06%)

หุ้น ASML ของเนเธอร์แลนด์ แม้รายงานคำสั่งซื้อและแนวโน้มรายได้ปี 2026 สูงกว่าคาด แต่ราคาหุ้นผันผวนก่อนปิดลบ ขณะที่หุ้น LVMH ของฝรั่งเศส ร่วงแรงเกือบ 8% แม้กำไรออกมาดีกว่าคาด ส่งผลให้กลุ่มสินค้าหรูเป็นแรงกดดันหลักต่อตลาด

ตลาดหุ้นอังกฤษอ่อนตัว หุ้นพลังงาน–การเงินกดดันดัชนี

ตลาดหุ้นลอนดอน ปรับตัวลดลงตามทิศทางตลาดยุโรป จากแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงานและการเงิน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและทิศทางดอกเบี้ย

  • ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,154.43 จุด ลดลง 53.37 จุด (-0.52%)

นักลงทุนยังคงชะลอการลงทุนเพื่อรอดูปัจจัยใหม่ ทั้งผลประกอบการบริษัทข้ามชาติและสัญญาณเศรษฐกิจจากฝั่งสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์

ราคาน้ำมันพุ่งแรง รับความตึงเครียดตะวันออกกลาง

ราคาน้ำมันโลก ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่ออิหร่าน และมีการเคลื่อนกำลังทางทหารในตะวันออกกลาง กระตุ้นความกังวลด้านอุปทานพลังงาน

  • WTI (ส่งมอบเดือนมีนาคม) ปิดที่ 63.21 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.82 ดอลลาร์ (+1.31%)
  • Brent (ส่งมอบเดือนมีนาคม) ปิดที่ 68.40 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.83 ดอลลาร์ (+1.23%)

นักวิเคราะห์มองว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อาจทำให้ราคาน้ำมันยังผันผวนในระยะสั้น หากสถานการณ์ยกระดับมากขึ้น

ราคาทองคำพุ่งทำสถิติใหม่ หลังเฟดคงดอกเบี้ย

ราคาทองคำโลก ปรับตัวขึ้นแรงและทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังเฟดคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด ส่งผลให้นักลงทุนยังคงเข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย

  • ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ปิดที่ 5,276.53 ดอลลาร์/ออนซ์ (+1.7%)
  • ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนเมษายน) ปิดที่ 5,276.60 ดอลลาร์/ออนซ์

แรงหนุนเพิ่มเติมมาจากมุมมองว่าเฟดอาจปรับลดดอกเบี้ยรวม 2 ครั้งภายในสิ้นปี 2026 ซึ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

ดอลลาร์รีบาวด์ รับคำยืนยันสหรัฐฯ ไม่แทรกแซงค่าเงินเยน

ค่าเงินดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น หลังรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธข่าวการแทรกแซงค่าเงินเยน โดยย้ำจุดยืน “ดอลลาร์แข็งค่า” จากพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

  • ดัชนี Dollar Index (DXY) ปิดที่เพิ่มขึ้นราว 0.4%
  • ดอลลาร์/เยน ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบหลายปี
  • ยูโร/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยตามแรงรีบาวด์ของดอลลาร์

นักวิเคราะห์มองว่า แม้ดอลลาร์จะฟื้นตัวระยะสั้น แต่ทิศทางในระยะกลางยังขึ้นอยู่กับนโยบายการคลัง การค้า และการเมืองของสหรัฐฯ เป็นสำคัญ

อ้างอิง : CNBC, Reuters

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...