โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เพื่อไทยยกเครื่อง กทม.! ดันนโยบาย “50 เขต 50 โรงพยาบาล” จับมือรพ.สวนเบญจกิติฯ แก้วิกฤตเตียง ปลดล็อกวิกฤตสาธารณสุขเมืองหลวง

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ยศชนัน” แคนดิเดตนายกฯ แท็กทีม “หมอเลี้ยบ” บุกโรงพยาบาลสวนเบญจกิติฯ เดินหน้าโปรเจกต์ยักษ์ “50 เขต 50 โรงพยาบาล” หวังทลายกำแพงความเหลื่อมล้ำ ชูเทคโนโลยี AI มาช่วยรักษา พร้อมแก้กฎหมายปลดล็อกจ้างหมอ-พยาบาลเพิ่ม ชี้คนกรุงต้องมีโรงพยาบาลใกล้บ้านขนาด 120 เตียงรองรับ ไม่ต้องไปเบียดเสียดที่โรงพยาบาลใหญ่

วันที่ 16 ม.ค.2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี ผู้ผลักดันนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ พร้อมคณะนายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย , นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย , นางสาวบุณยกร ดำรงรัตน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 และทีมผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ นางสาวญาณิกา เทียนทอง และ นายรวิศ สอดส่อง เดินทางเข้าพบเพื่อปรึกษาหารือกับทีมผู้บริหาร และบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลสวนเบญจกิติ เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา (หรือโรงพยาบาลโรงงานยาสูบ) ถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย 50 เขต 50 โรงพยาบาล เพื่อยกเครื่องการบริการสาธารณสุขในกรุงเทพมหานคร บรรยากาศเต็มไปด้วยการต้อนรับอย่างอบอุ่น จากคณะผู้บริหารและบุคลากรทางการแพทย์ เป้าหมายของนโยบายคือการเพิ่มศักยภาพการบริการด้านสาธารณสุขให้กับกรุงเทพมหานคร โดยการผลักดันให้เกิดโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิ ขนาด 120 เตียง ครบทุกเขตเพื่อรองรับผู้ป่วยทั่วไปในแต่ละพื้นที่อย่างทั่วถึง และยังจะสามารถช่วยลดภาระโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลใหญ่ ซึ่งต้องรับภาระผู้ป่วยหนักจากทั่วประเทศ นโยบายนี้ถือเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่จะผลักดันควบคู่ไปกับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่่ด้วย AI ของพรรคเพื่อไทย

โดย ศ.ดร. ยศชนัน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้เล็งเห็นความสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ ในส่วนระบบสาธารณสุขได้มุ่งเป้าไปที่การยกระดับสาธารณสุข จาก 30 บาทรักษาทุกที่เป็น 30 บาท AI ที่จะยกเครื่องแบบบูรณาการ จากการลงพื้นที่คลองเตย พบว่าประชาชนใน กทม. ยังมีปัญหาการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขยังไม่เพียงพอ ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยจึงมีแนวทางในการเดินหน้าใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือในการให้บริการประชาชน พร้อมอัพสกิลรีสกิลบุคลากร

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีจะสร้างโอกาส ในการทำให้ชาว กทม. เข้าถึงการรักษาที่ดี นักท่องเที่ยวก็มีความอุ่นใจกับระบบสาธารณสุขไทย ซึ่งสิ่งสำคัญอยากให้บุคลากรทางแพทย์มีกำลังใจ ที่ทำให้ให้คนในชุมชนรู้สึกมีความหวังในการเข้าถึงโรงพยาบาลของที่มีประสิทธิภาพ วันนี้จึงถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ได้มาหารือในการหาแนวทางยกสาธารณะสุขในพื้นที่ กทม.

ด้าน นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า สมัยโควิด-19 ระบาดใน กทม. ที่เป็นภาพสะท้อนการเข้าถึงการรักษาที่ยากมาก ขณะที่ตามพื้นที่ต่างจังหวัด มีโรงพยาบาลรองรับทั้งในระดับชุมชนและระดับอำเภอไปจึงถึงระดับจังหวัด ซึ่งในสมัยรัฐบาลนายกฯเศรษฐา-แพทองธาร ได้เล็งเห็นปัญหาเหล่านี้ โดยเคยหารือโรงพยาบาลสังกัดภาครัฐ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยนอกเขต ในวันนี้จึงมาหารือเพื่อหาแนวทางเพื่อพัฒนาศักยภาพ และแนวทางในการรองรับผู้ป่วยในแต่ละเขต

สำหรับ การขับเคลื่อนนโยบายนี้เกิดขึ้นจากปัญหาที่พื้นที่กรุงเทพกรุงเทพมหานคร ยังขาดโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิที่เพียงพอต่อจำนวนประชากรในกรุงเทพฯ ที่มีมากกว่า 5 ล้านคน และกว่า 10 ล้านคน หากรวมประชากรแฝงที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นชัดเจนในช่วงการระบาดของโควิด-19 ซึ่งมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้จนทำให้เกิดการสูญเสียอย่างไม่ควรจะเป็น เนื่องจากไม่มีโรงพยาบาลรองรับจำนวนผู้ป่วยได้อย่างเพียงพอ

โดยพรรคเพื่อไทยมีแนวทางเบื้องต้นในการขับเคลื่อนนโยบาย 3 ด้าน คือ ปลดล็อก พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคลากรท้องถิ่น พ.ศ.2542 มาตรา 35 ให้สามารถจ้างบุคลากรทางการแพทย์ได้ตามความจำเป็น เชื่อมความร่วมมือกับโรงพยาบาลรัฐวิสาหกิจและโรงพยาบาลรัฐสังกัดต่าง ๆ เพื่อเปิดระบบรับผู้ป่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ทันที ลงทุนสร้าง โรงพยาบาลประจำเขตขนาด 120 เตียง ในเขตที่ยังขาดแคลน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการใกล้บ้านและรองรับวิกฤตด้านสาธารณสุขในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...